Prisoner of love ตอนที่ 4

posted on 22 Feb 2012 10:49 by angeliga  in prisoneroflove  directory Fiction
ความจริงตั้งใจจะลงตั้งแต่เมื่อวาน(21 กพ 2555) เนื่องในโอกาสที่MV เพลงบลูออกอากาศเป็นครั้งแรก 
แต่มัวแต่ทำหน้าที่คร๊า นั่งแปลเพลงไป พอเสร็จเงยหน้ามาดูเวลาอีกที อ้าว จะตีหนึ่งแล้วก็เลยยังไม่ลงดีกว่า

เนื่องจากนิยายเรื่องนี้เขียนแบบสต๊อกไว้น้อย ยังเขียนไม่จบ 
ฉะนั้นแล้ว เราก็จะลงตามอารมณ์

มานั่งดูตัวเอง เดี๊ยนก็ชอบลงนิยายตามอารมณ์และตามแต่วันสำคัญอยู่แล้วนะคะ 
ลงฟิควันวาเลนไทน์งิ๊ วันเกิดงิ๊ วันตรุษจีนงิ๊ 

ต่อไปก็อาจจะเป็นวันเกิดผู้ชาย วันเข้าพรรษา ออกพรรษา มาฆบูชา คริสต์มาส ปีใหม่อะไรไปตามเรื่อง 
ก็ขอให้เล็งกันดีๆค่ะ 

หรือ จะกดไลค์เพจ ของดั๊นเอาไว้ก็ได้ค่ะ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว
http://www.facebook.com/pages/Angeliga_bla...210173225728391


ฝากนักเขียนคนนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยค่ะ แอร๊ยยย นางเอกลิเกได้อีกนะยะ นังนางฟ้ารัตติกาล
 นิยายของพี่จะมีแบบที่เป็นคู่อืื่นด้วยก็จะอยู่ใน เด็กดีนะคะ ไปอ่านได้ เพิ่งจะลงวอนฮยอกไปหนึ่งตอน 
เขียนเพราะชอบพี่วอน แหะๆ 

ประกาศ ตอนนี้มันสะเทือนอารมณ์ในระดับหนึ่งนะคะ 
บทรักมีSM เล็กๆ ไม่ถึงขั้น แส้ฟาด น้ำตาเทียนลน 
แต่เอาเป็นว่าอ่านแล้วมีสงสารน้องจีกันบ้างละ 
ถ้าใครไม่ชอบก็ ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ เพราะเนื้องเรื่องที่ไม่ซ่อนมันครอบคลุมหมดแล้ว 

และเอ่อ มันยังทายากันอยู่ไปจนถึงตอน 6 นะคะ มาบอกให้ทำใจไว้ก่อน

ขอให้ตั้งใจอ่าน อย่าอ่านแต่ฉากรัก เพราะคุณจะไม่ได้อารมณ์ที่ครบถ้วน
จะบอกนิยายเรื่องนี้ตั้งใจเขียนยิ่งกว่าตอนเขียนวิทยานิพนธ์จบปริญญาโทเสียอีก (ปรมาจารย์มาได้ยินคงเศร้า/ก้มกราบ)

อย่าแปะแล้วจากไปเพราะคุณจะโดนทำให้อยากแล้วจากจร
ขอเชิญเสพความซาบซึ้ง และ ซาบซ่าน

ตอนที่ 4 
Agreement


องค์ชายน้อยหลับสนิททั้งคืนด้วยความอ่อนเพลีย และความที่ร่างกายต้องการพักผ่อน เขามารู้สึกองค์อีกทีตอนที่ แม่ทัพทงขยับตัว แล้วร้องครางด้วยความเจ็บปวด เจ้าชายน้อย รีบลุกขึ้นมาดูอาการของแม่ทัพหนุ่มทันที 

“ยองเบๆ เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหน” องค์ชายควอนเขย่าตัวเพื่อนรักแต่เยาว์วัยเบาๆ ยองเบยังคงเพ้อไม่ได้สติ เขาคว้ามือนุ่มขององค์ชายน้อยไปแนบแก้มสากแน่น 

“องค์ชาย อย่าเป็นอะไรนะ”แม่ทัพหนุ่มเพ้อไม่เป็นคำ

“ข้าอยู่นี้ ข้าปลอดภัยดี” องค์ชายน้อยกุมมือแม่ทัพคู่ใจไว้แน่น อยากจะรับความเจ็บปวดจากเพื่อนรักมาไว้เสียเอง แม้กระทั่งยามไร้สติ ยองเบก็ยังคงห่วงเขาสุดหัวใจ ความภักดีที่ได้รับทำให้องค์ชายน้อยน้ำตาซึม 

องค์ชายควอนเทน้ำดื่มลงบนผ้าสะอาด แล้วเช็ดแผลให้อย่างเบามือ แผลที่แขนของแม่ทัพทง ไม่ได้ลึกมาก แต่ตอนนี้มันติดเชื้อเป็นแผลเน่าเปื่อยจนน่ากลัว ถ้าไม่รีบรักษาก็ไม่รู้ว่าแผลจะหายดีหรือไม่ 

องค์ชายน้อยไม่รู้จะทำอย่างไร ใส่ยาให้ก็แล้ว ทั้งป้อนยาก็แล้ว ไข้ก็ไม่มีท่าทีจะลดลง ตลอดทั้งวันองค์ชายน้อยคอยดูแลแม่ทัพคู่ใจไม่ห่าง โดยมีซองมินคอยส่งข้าวส่งน้ำ และ เตือนให้องค์ชายน้อยพักผ่อนบ้าง 

จนสองราตรีผ่านไป คนตัวเล็กไม่ได้มีท่าทีจะรังเกียจคอกขังเชลยที่อาศัยอยู่ แต่อย่างใดหนำซ้ำยังดูสบายอกสบายใจมากกว่าเดิมเสียอีก เจ้าชายน้อยเดินดูอาการป่วยของเหล่าทหารในยามทิวา ประทานยาทั้งหมดของตัวเองให้ทหารที่เจ็บหนักเพื่อช่วยบรรเทาอาการ 

แม่ทัพโจวจัดอาหารให้องค์ชายควอนเป็นพิเศษ แต่พอได้มา อาหารและผลไม้เหล่านั้น เจ้าชายควอนก็เอามามอบให้ทหารที่กำลังป่วยอยู่ไปเสียสิ้น ตัวเองยอมกินแค่ข้าวเปล่ากับข้าวอย่างเดียวเหมือนอย่างที่ทหารคนอื่นได้กิน

ในยามราตรี องค์ชายคะยั้นคะยอซองมินร้องเพลงขับกล่อมหัวใจของทหารทุกคนให้คลายทุกข์โศก บทเพลงปลอบใจเสียงหวานอ่อนเศร้าของคุณพี่เลี้ยงกล่อมจิตใจแห้งแล้งของนายทหารทุกคนให้มีหวัง แล้วไม่นานเสียงเพลงนั้นก็ค่อยๆ ดังขึ้นๆ จากทหารเมืองฟ้าทุกคนที่ช่วยกันร้องเพลงปลอบขวัญกันและกัน 

เนื้อเพลงบ่งบอกถึงชีวิตทหาร ที่ต้องจากบ้านเรือนเคยนอน จากตักอุ่นของมารดาและสตรีที่รัก มาเพื่อปกป้องผืนดิน แม้จะต้องตายให้ดินกลบหน้าก็ไม่เคยหวั่น ด้วยชีวิตนั้นมอบให้กษัตรา ดวงชีวามอบให้ยอดขวัญ แม้เหล่าร้ายประจันก็จะฟาดฟันไม่หวั่นเกรง 

เสียงร้องประสานและทำนองอันไพเราะนั้น ขับกล่อมปลอบดวงใจของทุกคนทั่วบริเวณกระทั่งทหารยามชาวคานันกราเองก็ยังเพลินไปกับท่วงทำนองหวานเศร้า สายลมเย็นหอบบเสียงเพลงนั้นดังขึ้นไปจนถึงห้องบรรทมชั้นสอง

เสียงนั้นแว่วหวาน จนราชาเมืองน้ำต้องออกมายืนมองที่ระเบียง โดยมีแม่ทัพโจวยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าหล่อคมของราชาชเวเคร่งขรึม จนแม่ทัพโจวนึกเกรง

“ท่านรำคาญเสียงเพลงรึเปล่า ข้าจะได้สั่งให้ทหารลงไปบอกให้หยุดร้อง” แม่ทัพโจวทูลถาม 

ราชาเมืองน้ำนิ่งขึง เพลงนั้นมันช่างบ่งบอกชีวิตนายทหารทุกคน เขาส่ายหน้าช้าๆ 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอีกสักพักก็คงเงียบกับไปเอง”เขายืนมองคนตัวเล็กที่วันนี้ก็ยังคงนั่งอยู่ข้างกายแม่ทัพหนุ่ม ซ้ำยังสละตักเล็กนั้นให้แม่ทัพทงหนุนนอน

ราชาชเวแสนจะขัดเคืองใจ เขาสะบัดหน้าเดินเข้าห้อง สองราตรีแล้วคนตัวเล็กไม่ได้มีท่าทีเหนื่อยอ่อน หนำซ้ำยังดูสบายใจมากกว่าตอนที่อยู่บนตำหนักทอง 

“ข้าจะดูว่าจะทนได้อีกกี่วัน” เขาคิดเบาๆกับตัวเอง แล้วหันกลับไปดูเอกสารต่างๆ ก่อนเวลาจะล่วงเข้ากลางดึก จึงได้เดินไปเข้านอน 

ราตรีผ่านไปอีกหนึ่งคืน เช้าวันใหม่มาถึง ทหารที่อยากอาบน้ำจะต้องเข้าแถวให้เป็นระเบียบเพื่อไปอาบน้ำรวมกันที่โรงอาบน้ำกลางแจ้ง แต่แม่ทัพโจวจัดห้องสรงให้องค์ชายน้อยโดยเฉพาะ เผื่อว่าองค์ชายควอนจะอยากอาบน้ำชำระร่างกาย 
กระนั้นแทนที่เจ้าชายน้อย กับซองมินจะอาบน้ำอย่างเดียว ทั้งสองกลับหิ้วถังน้ำสะอาด เอาน้ำมาเช็ดตัวให้บรรดาทหารที่ป่วยไข้อย่างไม่รังเกียจ โดยเฉพาะกับแม่ทัพทงนั้น องค์ชายน้อยคอยเช็ดตัวให้เป็นระยะ ทั้งยังใส่ยา ป้อนยาให้ด้วยความเป็นห่วง

และตลอดเวลานั้น ราชาเมืองน้ำก็มองลงมายังลานขังเชลยไม่วางตาเช่นกัน ยิ่งมองก็ยิ่งขัดเคืองอุรา เขาสะบัดหน้า หันหลังกลับเข้าไปดูงานเอกสารในห้อง แต่ดูไปได้ไม่กี่แผ่นก็ไม่มีสมาธิจะทำงานต่อ 

ดูเหมือนเจ้าชายน้อยนั้นจะไม่ได้มีท่าทีลำบากกาย ลำบากใจแต่อย่างใด มีอะไรก็กินได้ นอนตรงไหนก็นอนได้ไม่มีเกี่ยง ทหารทุกนายก็มีกำลังใจเข้มแข็งอีกหนที่เห็นเจ้านายลงมาอยู่ด้วย ที่ป่วยไข้บางรายก็ถึงกับหายดี มีเพียงเจ้าแม่ทัพล่ำคนนั้นคนเดียวที่เหมือนอาการจะไม่ดีขึ้น 

แม่ทัพคนนั้น สำคัญกับเจ้ามากขนาดไหนกันเชียวองค์ชายควอน ราชาเมืองน้ำอยากจะลงไปดูให้เห็นกับตานัก อยากรู้ว่าอยู่ต่อหน้าเขาแล้วเจ้าองค์ชายยังจะห่วงหาอาทรเจ้าแม่ทัพคนนั้นอยู่อีกรึเปล่า

แต่จะให้ลงไปตอนนี้ก็ไม่ได้อีก คำว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคอเขาแน่นหนัก ทั้งก็ยังไม่รู้ว่าจะลงไปแล้วอ้างกิจอันใด รู้แต่ว่าอยากลงไปเห็นหน้า อยากไปดูนักที่แม่ทัพโจวบอกว่ายิ้มสวยนักหนานั้น งามขนาดไหน อยากได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ติดผิวกายนั่นอีก ราชาเมืองน้ำได้แต่ข่มใจ พยายามทุ่มเทกับการงานให้หมดเวลาไปอีกหนึ่งวัน 

ตอนเย็นย่ำหลังจากสะสางงานเอกสารเสร็จ และหมดภารกิจออกเยี่ยมกำลังพล เขาอดไม่ได้ที่จะออกไปเดินดูเหล่าเชลยด้านนอก ทุกคนมองเขาด้วยแววตาชิงชัง มีเพียงคนเดียวที่ไม่แม้แต่จะสบตาเขา แม้ว่าเขาจะไปยืนดูอยู่ข้างๆก็ตาม

องค์ชายน้อย ทำเป็นไม่สนใจผู้ชายตัวสูง ที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่นอกกรงขัง ทั้งที่เกรงกลัวจน อกรัวใจสั่น กลัวว่าเจ้าราชาเมืองเถื่อนนี้จะมาลากเขาออกไปย่ำยีอีก และด้วยความกลัว เขาเผลอกุมมือยองเบไว้เสียแน่น

ราชาชเวมองภาพตรงหน้าด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมวาวโรจน์เมื่อเห็นมือต่อมือขององค์ชายควอนและแม่ทัพทงกุมประสานกัน นึกอยากจะคว้าดาบมาตัดมือของเจ้าแม่ทัพคนนี้ทิ้งเสีย องค์ชายน้อยจะได้ไม่ต้องคอยกุมมือให้ 

ราชาเมืองน้ำมองภาพนั้นอยู่อีกอึดใจใหญ่ก่อนจะหันหลังกลับเดินขึ้นตำหนัก องค์ชายควอนถอนหายใจด้วยความโล่งอก องค์ชายน้อยหันมาทำแผลและเช็ดตัวให้แม่ทัพทงอีกครั้ง 

“ยองเบ เจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะ อย่าไปจากข้าอีกคนเลย ข้าไม่เหลือใครแล้ว”องค์ชายน้อยบอกเพื่อนรักเสียงอ่อน ตอนนี้เขาไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ บิดร มารดา อยู่ที่ใดเขาก็ไม่อาจรู้ได้ ญาติมิตรพี่น้อง ก็แทบไม่มีใครเหลือ สมบัติพัสถาน ทั้งหลายไม่นานก็คงโดนยึดไปหมด 

สมบัติอย่างเดียวที่ติดกายก็มีเพียงลมหายใจที่หล่อเลี้ยงร่างกายอันบอบช้ำ 

“องค์ชายยังมีซองมินคนนี้อยู่นะ ลืมแล้วหรืออย่างไร”พระพี่เลี้ยงรีบ บอกเจ้านายน้อยของตัวเอง 

“ข้าไม่ลืมหรอกซองมิน” องค์ชายควอนหันมาส่งยิ้มให้ ก่อนจะหันไปดูแลแม่ทัพทงอีกครั้ง

“องค์ชาย แม่ทัพอาการหนักมาก ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจจะต้องเสียแขนไป” ซองมินดูแผลเหวอะหวะที่แขนของแม่ทัพหนุ่มแล้วก็ให้รู้สึกหนักใจ ตัวเขาเองเกิดมาในตระกูลหมอหลวง จึงพอมีความรู้ด้านการรักษาโรคติดตัวมาตั้งแต่เด็ก หากไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยงให้องค์ชายน้อยแล้ว ซองมินก็คงได้เป็นหมอหลวงประจำสำนักพระราชวังเหมือนน้องชาย

“เจ้าพอจะทำอะไรได้บ้างรึเปล่าละ ซองมิน” องค์ชายควอนหันไปถามพี่เลี้ยง มือเล็กยังไม่ปล่อยจากมือหนาของทงยองเบ

“ถ้าต้องทำแผล ข้าต้องมีน้ำสมุนไพรฆ่าเชื้อ ตอนนี้ข้าไม่มีสักอย่างถ้าได้จุนโฮลงมาช่วยก็คงดี” ซองมินตอบ นึกถึงน้องชายตัวเองขึ้นมาจับใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้จุนโฮไปอยู่ที่ไหน โดนจับไปขังคุกเชลยอีกรึเปล่าก็สุดจะรู้ได้ 

“แล้วถ้าไม่ทำแผลละ” 

“คงต้องตัดแขนทิ้ง แล้วถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าแม่ทัพทงจะทนความเจ็บปวดได้รึเปล่าก็ หรือบางทีถ้าอาการลุกลาม แม่ทัพใหญ่อาจจะถึงแก่ชีวิต”ซองมินตอบตามความจริง

องค์ชายน้อยนิ่งงัน มองทงยองเบที่นอนหน้าซีด อยู่ข้างๆ แล้วก็ให้เป็นห่วงจับจิต เพื่อนรักของเขาหน้าตาทรุดโทรมไร้สง่าราศี เส้นผมยาวที่บ่งบอกฐานันดรศักดิ์ พันกันยุ่งเหยิงเมื่อไม่ได้รับการดูแล ใบหน้าหล่อคม ครึ้มไปด้วยหนวดเครา 

องค์ชายควอนถอนหายใจ มองไปรอบกาย ทหารหลายคนของเขามีสภาพ ไม่ต่างไปจากทงยองเบ ทุกคนมอมแมม สกปรก และสุขภาพทรุดโทรม หากจะมีดีอยู่บ้างก็ตรงที่แววตาของทุกคนยังสดใส เปี่ยมไปด้วยกำลังใจ

เขาหันมามองเพื่อนรัก ภาพแผลเหวอะหวะบนแขน และสภาพของยองเบที่นอนหายใจริน ทำให้เขาตัดสินใจทันที องค์ชายหนุ่ม สูดลมหายใจลึกเข้าปอด ก่อนจะหันไปบอกซองมิน

“เจ้าไปบอกทหารยามนะว่า เราอยากขึ้นไปพบเจ้านายของพวกเขา” 

“ท่านจะไปพบคนใจร้ายคนนั้นอีกทำไม อย่าไปเลย” ซองมินรีบอ้อนวอนขอ 

“เราต้องไป เพื่อทหารของเรา ไปเถอะซองมิน ทำตามที่เราสั่งเถอะ”ซองมินไม่ค่อยเข้าใจเจ้านายตัวเองนัก แต่ก็ยอมปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี

ไม่นานนักแม่ทัพโจว ก็ลงมาเชิญองค์ชายควอนกลับขึ้นไปบนตำหนักใหญ่ องค์ชายน้อยยอมปล่อยมือออกจากการเกาะกุมของเพื่อนรัก ห่มผ้าให้ยองเบจนเรียบร้อย ยกมือลูบผมของเขาเบาๆ ก้มลงกระซิบเสียงแผ่ว 

“ยองเบ เจ้าจะต้องหายดี รอข้าก่อนนะ” หลังจากฝากฝังแม่ทัพคู่ใจให้ซองมินดูแลแล้ว ก็ลุกขึ้นยืนเดินออกจากที่คุมขังกลับไปบนตำหนักทอง ทหารทุกนายก้มหัวลงทำความเคารพเจ้านายของตัวเอง จียงยิ่งตื้นตันใจในความจงรักภักดีที่เหล่าทหารมอบให้เป็นอีกเท่าทวี 

ยิ่งทำให้ความตั้งใจของเขาแน่วแน่มากขึ้นไปอีก

องค์ชายควอน ยืนกำมือแน่น เนื้อตัวเย็นเฉียบด้วยความกลัวเกาะกุมใจอยู่หน้าห้องบรรทมของราชาเมืองน้ำ เขายืนรวบรวมกำลังใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผลักบานประตูเปิดออก เจ้าของห้องยืนตระหง่านอยู่ข้างใน 

ราชาเมืองน้ำสวมชุดลำลองเช่นเดิม เสื้อสีฟ้าเข้มยาวปิดสะโพกสอบ ผ้าคาดเอวสีขาวปักแซมด้วยไหมทอง ท่อนล่างเป็นกางเกงสีฟ้าเข้ม เข้าชุดกัน ดูสบายตาน่าเข้าใกล้ แต่ไม่ใช่กับองค์ชายควอนจียง เขาไม่อยากหายใจร่วมห้องกับชายคนนี้ด้วยซ้ำ

“เป็นอย่างไรละ เชลยคนใหม่ ท่าทางเจ้าก็สบายดี” ราชาเมืองน้ำ กระแทกเสียงถาม ภาพที่องค์ชายน้อยเกาะกุมมือกับแม่ทัพทงยังติดตา จนหงุดหงิดหัวใจไม่หาย 

“อยู่ในที่ปลอดภัยก็ก็ต้องสบายกายสบายใจอยู่แล้ว”องค์ชายควอนเชิดหน้าตอบ นอกจากความกลัวแล้วก็คงมีความชิงชังนี่ละที่จะมอบให้ราชาเมืองน้ำได้ 

อย่างอื่นอย่าได้หวัง

“แล้วแล่นขึ้นมาหาข้าบนห้อง มีอะไรละ หรือว่าทนไม่ไหว” ราชาชเวตอบพร้อมกวาดตามองไปทั่วร่าง 

องค์ชายน้อยยังอยู่ในชุดเดิม ด้วยว่าไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน ชายเสื้อคลุมขาดวิ่นและสั้นขึ้นมาเกือบถึงหน้าแข้ง เพราะฉีกเอาไปพันแผลให้เพื่อน และทหารบางนายเสียหลายชิ้น แต่หน้าตาผิวพรรณผ่องใส รอยช้ำที่มุมปากจางลงไปบ้างแล้ว เขาเดาว่ารอยช้ำตามตัวก็คงจางลงไปด้วยเช่นกัน

“ใช่ ข้าทนไม่ไหว ทนความใจร้ายของเจ้าไม่ได้ เจ้าไม่ดูแลเชลยของเจ้าเลย ถึงพวกเขาจะเป็นเชลย แต่ตามมารยาทการศึกสงคราม ก็ควรจะให้การดูแลตามสมควร” องค์ชายควอนเริ่มเสียงดัง ความกลัวจางลง เพราะความโกรธแค้นและความเป็นห่วงทหารของตัวเองแล่นขึ้นมาในใจ 

“ก็เป็นแค่เชลย ข้าไม่สั่งฆ่าทั้งหมดก็ดีแค่ไหนแล้ว นี่ข้าก็ให้การดูแลตามสมควรแล้ว” ราชาเมืองน้ำตอบยียวน จนองค์ชายควอนอยากจะกระโดดเข้าไปเอามีดจ้วงแทงคนข้างหน้าให้ดับดิ้น 

“นี่หรือที่บอกว่าดูแลแล้ว แม่ทัพของข้ากำลังจะตาย เพราะไม่ได้รับการรักษา ทหารก็ทยอยป่วยตายลงไปทุกวัน ถ้าทิ้งไว้แบบนี้ เจ้าคงไม่เหลือเชลยให้กวาดต้อนกลับไป เจ้ามันใจต่ำ” องค์ชายน้อยถึงจุดเดือดเมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสจากผู้มีอำนาจ 

“เจ้าห่วงทหารของเจ้ามากใช่ไหม” ราชาเมืองน้ำเดินเข้ามาจนชิด องค์ชายน้อยผงะถอยหนีแต่ไม่ทันมือใหญ่ที่จับไหล่ของเขาไว้แน่น

“ห่วงทหารของเจ้า หรือห่วงแค่เจ้าแม่ทัพคนนั้นกันแน่” องค์ชายน้อยเงยหน้ามองคนตรงหน้า ดวงตาคมปลาบนั้นเหมือนจะเฉือนเขาให้ขาดเป็นชิ้น แต่องค์ชายน้อยก็ประสานสายตากลับ ตอบเสียงดังฟังชัด 

“ข้าก็ต้องห่วงทหารของข้าทุกคน ข้ามาเพื่อบอกให้เจ้าส่งหมอหลวงลงไปดูแลทหารของข้า” องค์ชายน้อยบอกจุดประสงค์ที่ยอมขึ้นมาหาถึงห้อง 

“เจ้าไม่ได้อยู่ในฐานะจะสั่งข้านะ องค์ชายน้อย ลืมแล้วหรือไงว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร หรือต้องให้ข้าย้ำให้จำขึ้นใจ” ราชาเมืองน้ำ เอื้อมมือลงไปบีบก้นงอน เนื้อนุ่มแน่นขององค์ชายน้อยจนเจ้าตัวสะดุ้ง แล้วไวกว่าความคิด องค์ชายน้อยก็กำหมัดขึ้นต่อยเสยเข้าที่ปลายคางของราชาใจโฉดทันที 

“เจ้ามันต่ำช้า ชาติชั่ว มักมากไม่มีที่สิ้นสุด” เจ้าชายควอนตะโกนด่า ลืมไปหมดสิ้นว่าตัวเองต้องการขึ้นมาเจรจา 
ไม่ได้มาหาเรื่องทะเลาะ 

ราชาชเวไม่พูดอะไร ยิ้มในหน้า ถ่มเลือดออกจากปากแล้วกระโจนเข้าใส่ร่างเล็กที่กำลังจะหันหลังเดินออกจากห้อง

“ที่เจ้าเจอไปนะ ยังไม่หมดที่ข้ามีเลยนะ องค์ชายน้อย มาให้ข้าทำให้เจ้ารู้ดีกว่า ว่ามักมากไม่มีที่สิ้นสุดน่ะ มันเป็นยังไง” ราชาเมืองน้ำ กระซิบเสียงแหบพร่าที่ริมหูใบหูนุ่ม ก่อนจะแลบลิ้นเลียไล้ผิวต้นคอขาวขององค์ชายควอน แล้วจึงขบฟันลงไป องค์ชายน้อยดิ้นพราด พยายามหนีออกจากแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายเต็มกำลัง
............................................................................................................................
อ่านตอนที่หายไปโดย ค้นหาคำว่า angeligablackangel บนกูเกิ้ล แล้วเตรียมทิชชู่ให้พร้อม
ใครเก็บบล๊อกลับไว้ก็อ่านที่นั้นละค่ะ
.....................................................................................................................................

ขณะที่คนหนึ่งสมใจ อีกคนกำลังสิ้นหวังในชีวิต องค์ชายควอนรวมเรี่ยวแรงที่เหลือค่อยดึงเสื้อคลุมที่หลุดลุ่ยมาสวมปกปิดกาย แล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องแห่งความอัปยศ แต่ไม่ทันมือหนาที่คว้าเข้าที่ข้อมือบางของเขาเสียก่อน

“จะไปไหน” ราชาเมืองน้ำถามเสียงห้วน

“ข้าจะลงไปนอนข้างล่าง อยู่กับทหารของเข้ากลางดิน ดีกว่าอยู่กับเจ้าบนที่นอนเป็นไหนๆ” องค์ชายน้อยตอบพร้อมบิดตัวหนีการเกาะกุม 

“ไม่ให้ไป” ราชาเมืองน้ำตวาดลั่น 

“ปล่อย เจ้าบอกเองว่า ข้าต้องสำนึกในการเป็นเชลย ข้าก็ทำตามที่เจ้าต้องการแล้วไง” องค์ชายน้อย ตอบเย็นเยียบ ใบหน้าเรียบนิ่ง มองคนตรงหน้าด้วยความชิงชัง ราชาเมืองน้ำถึงกับนิ่งงัน เมื่อคำพูดที่เขาเคยบอก ถูกนำมากล่าวอ้างเสียเองในตอนนี้ 

องค์ชายควอน บิดข้อมือหนี สวมเสื้อคลุมจนเรียบร้อย แม้ช่วงล่างจะปวดร้าว ขาจะยังสั่นจนเดินแทบไม่ไหว น้ำรักมากมายไหลหยดลงมาตามขาอ่อนเรียวงาม แต่เขาก็เดินออกจากห้องด้วยใจทระนง รวบรวมซากเศษแห่งศักดิ์ศรีที่มีอยู่น้อยนิดในใจให้กล้าแข็งแล้วเชิดหน้าเดินต่อ 

ราชาชเวมองร่างเล็กที่ค่อยๆเดินห่างจากเขาไปทุกทีๆ แล้วก็รู้สึกร้อนในอกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกอยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของพุ่งเข้าเกาะกุมจิตใจ มันมากมายจนพอจะทำให้เขายอมตกลงในข้อเสนอที่องค์ชายน้อยขึ้นมาบอกเขา ในคราวแรก 

“ถ้าข้าจะให้การดูแลทหารของเจ้าอย่างดีละ” ราชาชเวพูดขึ้น คำพูดนั้นทำให้องค์ชายน้อยยอมชะงักฝีเท้าหยุดฟังว่าราชาเมืองน้ำจะพูดอะไรต่อ 

“ทุกคนจะได้กลับไปนอนค่ายทหาร อาจจะไม่สบายเท่ากลับไปอยู่บ้าน แต่ก็ดีกว่าอยู่กลางลานดิน หรืออยู่ในห้องคุมขัง” ราชาเมืองน้ำเดินเข้ามาใกล้ ขณะที่องค์ชายควอนนิ่งฟังอย่างตั้งใจ 

“และข้าจะให้หมอหลวง ลงไปดูแลให้การรักษาอย่างใกล้ชิด” ราชาชเวพูดต่อเมื่อเห็นคนตัวเล็กยอมหยุดฟัง

“ไม่ใช่แค่เชลยที่ตำหนักทอง แต่รวมถึงเชลยที่ตำหนักหลวงด้วย ทหารแห่งเมืองดานาอีทุกคนจะได้รับการดูแลรักษาที่ดีขึ้น ข้าคิดว่า ค่ายฝึกทหารของเจ้าคงกว้างใหญ่พอจะให้ทหารทั้งหลายย้ายเข้าไปอยู่นะ” ราชาเมืองน้ำยื่นข้อเสนอเพิ่ม องค์ชายน้อยเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะบอกข้อตกลงอื่นอีก

“แม่ทัพทงยองเบต้องได้กลับมาอยู่ที่เรือนขาว ที่ด้านหลังตำหนัก เขาอาการหนักมาก ต้องให้หมอหลวงฝีมือดีที่สุดให้การรักษา” องค์ชายน้อยเป็นห่วงเพื่อนรักยิ่งนัก อีกทั้งตำแหน่งแม่ทัพไม่ควรอยู่รวมกับทหารชั้นผู้น้อยคนอื่น

ราชาเมืองน้ำ สบถหยาบคาย กระชากร่างเล็กให้หันกลับมาเผชิญหน้า

“เจ้าเป็นห่วงแม่ทัพนั้นเหลือเกินนะ” 

“เขาเป็นคนสำคัญของข้า ยองเบตายแทนข้าได้ ตลอดชีวิต ยองเบไม่เคยทำร้ายข้าแม้แต่น้อย จงรักภักดีกับข้ามาโดยตลอด ก็ควรที่ข้าจะตอบแทนเขา” องค์ชายควอนอธิบายเสียงเรียบ ไม่เข้าใจว่าทำไมราชาเมืองน้ำต้องแสดงท่าทีไม่พอใจทุกครั้งที่ได้ยินชื่อแม่ทัพทงยองเบ

“ก็ได้ ตกลงตามนี้” ราชาเมืองน้ำยอมทำข้อตกลง เมื่อเสร็จสิ้นการต่อรอง องค์ชายควอนก็ทำท่าจะเดินหนีไปอีกครั้ง 

“แล้วเจ้าจะไปไหน” 

“ข้าก็จะกลับไปนอนกับทหารของข้าไง” องค์ชายน้อยตอบ 

“เจ้าเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า คิดหรือว่าข้าให้ทุกอย่างที่เจ้าขอ โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน”ราชาเมืองน้ำหัวเราะร้ายในลำคอ 

“แล้วเจ้าต้องการอะไร” องค์ชายควอนถาม รู้สึกหวาดกลัวสิ่งที่กำลังจะออกมาจากปากของราชาเมืองน้ำเหลือกำลัง

“ข้าต้องการเจ้า เจ้านี่ความจำสั้นหรืออย่างไร หรืออยากให้ข้าย้ำเรื่อยๆ ว่าข้าอยากได้เจ้ามารองรับอารมณ์แรงของข้ามากขนาดไหน” ราชาเมืองน้ำหัวเราะ ส่วนองค์ชายน้อยได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ กับคำพูดที่แสนจะหยาบคายของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมราชา 

“เจ้านี้มันหยาบคาย” องค์ชายน้อยอดด่าไม่ได้ 

“หยาบกว่านี้ข้าก็ทำได้” ราชาเมืองน้ำยักไหล่ 

“เพื่อแลกกับการดูแลเชลยให้ดีขึ้น เจ้าต้องเป็นของข้า ต้องกลับขึ้นมาอยู่บนตำหนักทอง ต้องอยู่กับข้าทุกคืน แล้วเจ้าก็ภาวนาเอาเองนะ ว่าคืนไหนข้าจะอยากหรือจะไม่อยาก” ราชาชเวพูดพร้อมยิ้มในหน้า องค์ชายน้อยกัดปากแน่น เขาคาดไว้แล้วว่าไอ้เจ้าจอมราชาหื่นกามนี่จะต้องเรียกร้องร่างกายของเขาเป็นสิ่งตอบแทน 

แล้วเขาจะทำอะไรได้ เมื่อตอนนี้เขาเองก็ไม่เหลือสิ่งใดไว้ต่อรอง องค์ชายควอนหลับตาลง ยอมจำนน 

“เป็นไปตามที่เจ้าต้องการ” องค์ชายน้อยหันกลับ ตั้งใจจะลงไปนอนกับทหารในฐานะเชลยศึกเป็นคืนสุดท้าย 

ก่อนที่เขาจะต้องตื่นขึ้นมาในฐานะเชลยสวาท 

“แล้วจะไปไหน”ราชาเมืองน้ำถาม

“จะลงไปนอนกับทหาร ต้องให้ข้าบอกอีกกี่รอบ หรือว่าเจ้าความจำสั้น”องค์ชายน้อยกระแทกเสียงย้อนกลับเสียบ้างด้วยความหงุดหงิด 

“นอนกับข้า ที่นี่” ราชาชเวออกคำสั่ง 

“เจ้ายังไม่ได้ทำตามข้อตกลง ยังไม่ได้มีหมอหลวงไปทำการรักษา เหล่าทหารกล้าของข้ายังไม่ได้ย้ายเข้าเรือนนอน แล้วทำไมข้าต้องอยู่กับเจ้า ข้อตกลงจะมีผลต่อเมื่อเจ้าให้การดูแลทหารของข้าก่อน”องค์ชายควอนยิ้มเยาะเมื่อเห็นราชาเมืองน้ำนิ่งงันไปกับข้อแก้ต่างที่เขายกมาอ้าง

“เจ้านี่มัน เจ้าเล่ห์” ราชาเมืองน้ำเค้นเสียงลอดไรฟัน ด้วยไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะดื้อดึงและเจ้าเล่ห์แสนกลได้ขนาดนี้
องค์ชายน้อยไม่พูดอะไร หันหลังเดินออกไปจากห้องนี้ทันที 

ราชาเมืองน้ำจะถลันตามไปดึงแขนไว้ ก็เกรงจะเสียอาการ จึงจำต้องอยู่นิ่งในห้อง แล้วจึงเดินออกไปยังระเบียง มองเจ้าชายน้อยที่ตัวเองได้ครอบครองเมื่อครู่ เดินกลับเข้าไปในคอกขังเชลย ทรุดตัวลงนั่งข้างแม่ทัพทงยองเบ ประคองศีรษะให้นอนตักแล้วป้อนยาให้ กิริยาทุกอย่างเป็นไปอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน ไม่มีท่าทีจะแข็งขืนเหมือนเวลาอยู่กับเขาแต่อย่างใด 

น่าโมโหนัก

จอมราชาหนุ่ม สะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เดินเข้าห้องสรงเพื่อชำระกาย ให้คลายความเหนอะหนะ ก่อนจะเรียกให้นางกำนัลเข้ามาเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เพราะว่ามันเลอะเปื้อนไปด้วยน้ำรักมากมาย ยับย่นยู่ยี่ยุ่งเหยิงจนไม่อาจนอนได้อีก 

เขาหลับลงไปด้วยความอิ่มเอมในเพศรส กระนั้นแม้จะได้ชื่นชมองค์ชายน้อยจนอิ่มอุรา แต่เขาก็ยังไม่อาจลืมใบหน้าหวาน ยามกัดฟันแน่นด้วยอารมณ์แรง และกลิ่นกายหอมฟุ้งนั้นได้อยู่ดี 

แบบนี้คงต้องเอามานอนด้วยทุกคืน 
..........................................................................................
“องค์ชาย ท่านหายขึ้นไปทำอะไรบนตำหนักทอง นานสองนาน” ซองมินเอ่ยถามเจ้านายด้วยความเป็นห่วง สายตาคมพยายามกวาดมองไปทั่วร่างเจ้านายว่ามีรอยบอบช้ำ บุบสลายตรงไหนบ้าง 

องค์ชายน้อยหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าตอบพี่เลี้ยงว่าโดนทำอะไรลงไปบ้าง แต่ละอย่างมันน่าอายจนไม่อาจบรรยาย จึงได้แต่เฉไฉตอบไปเรื่องอื่น 

“ข้าขึ้นไปทำข้อตกลงกับเจ้าราชาใจโฉดนั่น พรุ่งนี้ทหารทั้งหมดจะได้ย้ายเข้าไปนอนในค่ายทหาร ไม่ต้องตากลมห่มฟ้าเช่นนี้แล้ว” องค์ชายน้อยบอก 

จบคำของเจ้านาย ซองมินรู้ทันทีว่าองค์ชายน้อยเอาอะไรเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความสบายของเหล่าทหาร 

“องค์ชาย พวกข้ายอมเสียสละตนเพื่อท่าน ท่านไม่ควรต้องสละกายเพื่อพวกเรา” คุณพี่เลี้ยงน้ำตาคลอเบ้า อยากจะร้องไห้ให้กับความเสียสละขององค์ชายน้อยยิ่งนัก

“ข้าคนเดียว เพื่อให้ทหารทั้งหลายได้หลุดพ้นความลำบาก ข้ายอมได้ ซองมิน” องค์ชายน้อยตอบเสียงเศร้า ก่อนจะพันแผลให้ยองเบใหม่อีกครั้ง 

องค์รัชทายาทรู้สึกเหนียวเหนอะหนะผิวไปหมด ทั้งคราบคาว ทั้งเหงื่อไคล ไหลเปียกชื้นจนไม่สบายตัว จึงเอ่ยปากชวนคุณพี่เลี้ยง ไปอาบน้ำ โดยมีทหารยามคอยเดินคุ้มกันไปด้วยสองคน ก่อนจะกลับมาเอนนอนลงข้างกายแม่ทัพทงอีกครั้ง 

องค์ชายน้อยหลับลงไปกลางลานดิน 
พรุ่งนี้จะต้องเดินเข้าสู่เงื้อมมือพญามาร 
ตามข้อตกลงคาวกามที่ทำไว้ด้วยกัน 
ความอัปยศ ที่เขาเองไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหลุดพ้น 
หรือจะต้องกลายเป็นเชลยสวาทอยู่ในเงื้อมมือคนใจมารจนกว่าจะตายจาก
อนาคตจะเป็นอย่างไรเขาไม่อาจหยั่งรู้ได้เลย

เพียงราตรีผันผ่านพร่ายศศักดิ์ หนึ่งชีวิตจักสยบหมดความหมาย
ยอมเพื่อหมู่ปวงชนได้ผ่อนคลาย ล้างละลายทุกข์ตรมหมดขมกลืน

ล้านน้ำตาหยาดหยดลงหมอนไหม ร้าวดวงใจปวดระบมอกกลัดหนอง
เพื่อสนองจอมราชาตามหมายปอง แม้จำจองตรวนวิญญาณตลอดกาล

........................................................
โปรดติดตามตอนต่อไป เมื่อเดี๊ยนอยากลง