delight love ,ตอนที่8.2
posted on 15 Oct 2011 08:20 by angeliga in delightlove
ประกาศๆ NC ตอนนี้มีเบาๆ แบบหมีๆนะคะ เป็นเท็ดดี้ กับเบคยอง ถ้าใครกลัวว่าอ่านแล้วต่อมจิ้นจะทำงานผิดพลาด ก็ไม่จำเป็นต้องแงะก็ได้ค่ะ เพราะเนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างแล้ว แล้ว NC ตอนนี้ไม่หนักหน่วงเหมือนศรีแสนวาค่ะ ไม่ได้จัดหนัก
แต่ถ้าใครอยากรู้ว่า อิชั้นจะเขียนบทพัฒนาสายพันธ์หมีได้ดีแค่ไหน อิฉันก็มีความยินดีที่จะเชิญทุกท่านได้ทัศนากันตามใจชอบ
สำหรับคนรอศรีแสนวา เสร็จอีกตอนแล้วนะคะ แต่วันนี้คิวของ delight love อะคะ หลีกทางให้กันก่องเนาะ
...............................................
ตอนที่ 8.2
“ยาลดไข้”
เช้าวันใหม่ ด้านนอกฝนยังคงตกกระหน่ำ ร่างสองร่างนอนเบียดกันอยู่บนที่นอนหนานุ่ม แม้ผ้าห่มจะหนาแต่จียงรู้สึกหนาวเหน็บ ปนกับรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เด็กหนุ่มเขยิบร่างๆเล็กๆ เข้าไปหาร่างอุ่นๆ ของชเวซึงฮยอนโดยไม่รู้ตัว
แม้จะเขยิบตัวเข้าไปหาไออุ่นได้แล้ว แต่จียงกลับรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ลำคอแห้งผากและระคายเคืองเสมือนกลืนทรายร้อนเข้าไปทั้งกำ จนต้องสำลักไอ แรงสะเทือนจากอาการไอของคนตัวเล็ก ปลุกชเวซึงฮยอนให้ตื่นขึ้น เพื่อพบว่า ควอนจียงเบียดชิดซุกร่างแนบแน่นอยู่กับเขา ซึงฮยอน อมยิ้มกับร่างนุ่มๆอุ่นๆ
อุ่นเกินไปจนเหมือนกับร้อน ซึงฮยอนเริ่มเอะใจ เมื่อเขาพิจารณาดูใบหน้าเล็กๆของจียงซึงฮยอนก็ต้องตกใจ
คนตัวเล็กหน้าแดงจัด แถมตัวยังร้อนจี๋จนเขารู้สึกได้ถึงไอร้อน ช่างภาพหนุ่มยันกายขึ้น สองมือใหญ่เขย่าตัวจียงเบาๆ แต่คนตัวเล็กรู้สึกทรมานไปทั้งตัว และปวดหัวหนึบจนลืมตาไม่ขึ้น
“นาย ตัวร้อนจี๋เลย เป็นยังไงบ้าง” ซึงฮยอนเอามืออังหน้าผากจียง พลางถามอย่างร้อนรน ใจเขาตอนนี้ร้อนยิ่งกว่าไฟเสียอีกที่เห็นจียงป่วยไข้ หรือว่าเจ้าตัวเล็กนี้จะกลัวผีมากไปจนไข้ขึ้น ความคิดมากมายปนเปอยู่ในหัวของซึงฮยอน จนเสียงเล็กๆแต่ติดแหบพร่าเพราะอาการเจ็บคอของ จียงดังขึ้น
“อืออ ผมปวดหัวจัง เพลียด้วย ปวดไปหมดทั้งตัวเลย กี่โมงแล้วผมต้องไปทำงาน”จียง พูดเหมือนละเมอ พยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ไม่ทันมือใหญ่ๆของ ซึงฮยอนที่กดไว้เสียก่อน แม้จียงจะตกใจ แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนด้วยปวดระบมจากพิษไข้
“นาย ตัวร้อนขนาดนี้ยังจะไปทำงานอีกหรอ ไม่ต้องลุกขึ้นมาเลย เดี๋ยวฉันมา”พูดจบ ซึงฮยอนก็วิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว จียงอ้าปากจะบอกว่า ไม่ต้อง ก็ไม่ทันเสียแล้ว อย่างไรก็ดี เด็กหนุ่ม อ่อนเพลีย เกินกว่าจะพูดอะไรไหวจึงจำยอมต้องเอนนอนลงบนเตียงพริ้มตาลงหลับต่อ
ฝ่าย ชเวซึงฮยอน วิ่งถลันไปยังห้องข้างๆ ซึ่งเป็นห้องของ คุณหมอปาร์คฮงจุล และ คุณหมอซองเบคยอง ชายหนุ่มทุบประตู ปึงปัง อยู่พักใหญ่ กว่าเจ้าของห้องจะเดินออกมาเปิดประตูพร้อมเสียงก่นด่า
“ใครวะ มาปลุกเท๊ดดี้แต่เช้าแบบนี้ คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม” เท็ดดี้ หรือปาร์คฮงจุล คุณหมอสุดหล่อ เปิดประตูผางออกมา ด้วยสภาพไม่ค่อยหล่อนัก
หน้าหล่อๆนั้นบูดบึ้ง เปลือยท่อนบน สวมเพียงแค่กางเกงนอนขายาว โชว์แผงอกล่ำที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นนัก ในมือถือเสื้อคลุมใส่นอนอยู่ เท็ดดี้อ้าปากเตรียมจะด่าอีกหลายคำแต่ ซึงฮยอนไม่ฟังอีร้าค่าอีรม ใดๆทั้งสิ้ง ดึงมือพี่หมอเท็ดดี้ ให้ตรงไปยังห้องตัวเองทันที
“พี่เท็ดดี้ ช่วยมาดูคนป่วยห้องผมหน่อยครับ”ซึงฮยอนละล่ำละลักบอก ก่อนจะรุนหลังให้หมอหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง
เท็ดดี้โดนดันเข้ามาให้ห้องนอนตาคมของหมอหนุ่มมอง คนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความงุนงง
‘เด็กที่มาโวยวาย หน้าห้อง ไอ้ซึงฮยอนตอนนั้นนี่นา’ เท็ดดี้ จำได้อย่างแม่นยำ เด็กผู้ชายหน้าหวานๆ ที่จิกตาใส่เขาจนคอหดต้องกลับเข้าห้องไปให้ เบคยอง ปลอบประโลมอยู่นานสองนาน หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูงหันมามอง รุ่นน้อง ก่อนจะถามสิ่งที่สงสัยในใจออกมา
“นี่มึง ปล้ำน้องเค้าจนไข้ขึ้นหรอวะ แล้วมึง เปลี่ยนมาชอบผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่”
ซึงฮยอนนึกอยากจะก้มลงกราบ กับข้อสันนิษฐาน กับคุณหมอ ด้วยข้อหาแม่นเกินจนน่าจะไปเป็นหมอดู แทนหมอรักษาคน ผิดไปนิดเดียวก็ตรงที่เขายังไม่ได้ปลุกปล้ำเจ้าตัวเล็กนี่แม้เพียงน้อย
“พี่ เท็ดดี้ ครับ น้องเขาป่วยจะเป็นจะตายห่า พี่อย่าเพิ่งมาสนใจรสนิยมทางเพศของผมเลยครับพี่ ดูน้องเขาก่อนเถอะครับ” ซึงฮยอน อ้อนวอนเสียงอ่อน
เท็ดดี้ยักไหล่สองที ก่อนจะหันไปสนใจอาการของคนที่นอนกระสับกระส่ายบนเตียง เท็ดดี้จับชีพจร เอามืออังหน้าผากเสร็จก็หันมาสั่งซึงฮยอน
“เอ็งมียาลดไข้ก็ให้น้องเค้ากิน แล้วไปเอา ผ้ากับน้ำ มาเตรียมเช็ดตัวให้น้องเขา ความร้อนในตัวจะได้ลด แล้วก็แค่นี้แหล่ะ ถ้าน้องเค้าท่าทางไม่ดี เอ็งก็พาเขาไปหาหมอละกัน” เท๊ดดี้ ตรวจแล้วก็บอกสั้นๆง่ายๆ เสร็จสรรพลุกขึ้นเตรียมจะกลับห้อง ทำเอาซึงฮยอน ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
“ก็พี่เป็นหมอไม่ใช่หรอครับ” ซึงฮยอนดึงแขนเท็ดดี้ไว้แน่น
‘ทำไมมันบอกกันง่ายๆ อย่างงี้ละครับพี่ แล้วงั้นผมจะเสี่ยงชีวิตไปปลุกพี่หมีทำไมละครับ’ ซึงฮยอนคิดในใจก่อนจะยังคงดึงดันจะให้เท็ดดี้ดูอาการคนตัวเล็กที่ตอนนี้เหมือนจะหลับไปเพราะอาการป่วยอีกรอบ
“อืมม กรูเป็นหมอ แล้วตอนนี้กรูมีอุปกรณ์อะไรในมือไหมละ ปรอทวัดไข้กรูยังไม่มีเลย มึงคาดหวังอะไร ซึงฮยอน คิดว่ากรูต้องมีเข็มฉีดยา พร้อมยาวิเศษ ฉีดปุ๊ปหายปั๊บรึยังไง ไอ้เข็มประจำตัวกรูอะมี แต่กรูเอาไว้ฉีดกะเบคยอง หรือมึงจะให้กรูฉีดให้น้องเขาด้วย” เท็ดดี้พูดยืดยาว อย่างหงุดหงิด
ตอนเช้าบรรยากาศ แสนดี เขากำลังปลุกปล้ำอยู่กับ เบคยอง สุดที่รัก ไอ้เพื่อนข้างห้องก็มาทุบประตูปึงปัง เขารึอุตส่าห์ ทำเป็นไม่ได้ยินแต่ท้ายสุดก็จนโดนเบคยองถีบออกมาจนได้
หมอหนุ่มหงุดหงิดหัวใจสุดประมาณ ใจพะวงคิดถึงแต่จะกลับไปปล้ำกับเบคยองต่อ แต่แล้วมือหนักๆของใครบ้างคนก็ฟาดเข้าที่หัว
“เมิงนี้ไร้ซึ่งจรรยาบรรณ ไอ้หมอหื่น”ซองเบคยองนั้นเอง ที่เดินตามหลังสองคนนี้มา เบคยองกระโดดเต็มที่เพื่อให้เบิ๊ดกะโหลกเท็ดดี้ถึง
“อ้าว เบคยองมาได้ไง ไม่รอผมอยู่บนเตียงละครับ”เท็ดดี้ เปลี่ยนเป็นพูดเสียงไพเราะอ่อนหวานในทันที ที่เห็นเบคยอง
ซองเบคยองเป็นผู้ชายตัวเล็ก หน้าหวาน ที่นิสัยห้าวเกินพิกัด แต่ห้าวยังไงสุดท้ายก็ใจอ่อนยอมเป็นคนรักให้พี่หมีหื่นคนนี้จนได้
“ถ้าไม่มาเอ็งก็คงปล่อยให้เด็กคนนี้มัน ไข้ขึ้นจนตายละมั๊ง ไปห้อง ไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาเดี๋ยวนี้เลยเอ็ง” จบคำของเบคยอง เท็ดดี้ หมีใหญ่ ที่ต้องแพ้แก่ หมีเล็กอย่างเบคยองอยู่เสมอก็ทำหน้าจ๋อยๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องตัวเอง
เบคยองหันมามอง ซึงฮยอนที่มีท่าทีร้อนรน ด้วยความสงสัย
“ซึงฮยอน ไอ้เด็กนี่ชื่ออะไร เป็นอะไรกับเอ็ง เอ็งไม่เคยเป็นเดือดเป็นร้อนเวลาใครจะเป็นจะตาย นี่แค่ไอ้เด็กนี้ไข้ขึ้น เอ็งถึงกับบุกไปลากไอ้หมีมาแบบไม่กลัวเสียชีวิต”เบคยองเงยหน้าคอตั้งบ่า มองคนสูงกว่า พร้อมรอคำตอบ
“เขาชื่อ ควอนจียงครับพี่ เป็นสไตลิสต์ที่ทำผมหัวแตกนี่ละครับ เรื่องเป็นอะไรกันนี้ผมก็ไม่รู้ครับพี่ว่าเราเป็นอะไรกัน แต่ผมไม่อยากเห็นเขาไม่สบาย” ชายหนุ่มอธิบายเสียงอ่อน ยิ่งมองสภาพจียง ที่นอนหน้าแดง บิดตัวไปมาเพราะทรมานจากพิษไข้ซึงฮยอนก็เหมือนจะขาดใจ ถึงกับร้องขอความช่วยเหลือจากเบคยอง
“พี่เบคครับ ช่วยด้วยสิครับ พี่ก็เป็นหมอนี้ครับ”
แต่
เบคยองเป็น สัตว์แพทย์
ฉีดยากันบ้าให้หมา หยดยาฆ่าหมัดให้แมวเป็นกิจวัตร ผ่าตัด ทำคลอด เป็นบางที
เบคยองถึงกับเงยหน้า หลับตาถอนหายใจพรู ก่อนจะเขย่งตัวขึ้นตะปบบ่าน้องชาย พูดเสียงดังฟังชัด เพื่อเรียกสติซึงฮยอนให้กลับมา
“ไอ้ ทาบิ กรูเป็นหมอหมา รักษาสัตว์ เมิงจะให้กรูหยดยาฆ่าหมัดให้ไอ้ตัวเล็กนี้รึไง รอไอ้เท็ดมันโน่น เดี๋ยวมันก็มา นั่นไงมาแล้ว” เบคยอง บุ้ยใบ้ไปทางหมอรักษาคน ที่เดินเข้ามาพอดี
เท็ดดี้ เดินหน้ามุ่ย ดูก็รู้ว่ายังไม่หายหงุดหงิดใจ พร้อมกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้น คุณหมอเอาหูฟังแนบอก วัดไข้แล้วก็วินิจฉัยเหมือนเดิมว่า
“เป็นไข้นะแหล่ะ ไม่มีอาเจียน ไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อนก็ไม่น่าเป็นอะไรมาก เช็ดตัวแล้วก็ให้ยาลดไข้ ถ้าพ้นวันนี้ยังไม่ดีขึ้น พรุ่งนี้ค่อยเอาไปเจาะเลือดตรวจโอเค๊ ไปเบคยอง กลับห้อง กันเถอะ” เท๊ดดี้ พูดจบก็หันไป ดึงมือนิ่มๆของซองเบคยอง ตั้งใจว่าจะกลับไปสานต่องานที่ค้างไว้ให้เสร็จสิ้น แต่เบคยอง สะบัดมือหนี พร้อมพูดหน้าตาเฉย
“กรูไม่กลับ จะอยู่ดูแล ตัวเล็กนี้” เบคยอง พูดพร้อมกับ นั่งจุ้มปุ๊ก ลงบนที่นอน เท็ดดี้แทบจะถลาเข้าไปแบกคนตัวเล็กที่ดื้อแสนดื้อขึ้นบ่า แต่เกรงพุ่งเข้าไปตอนนี้ ก็จะเจอถีบออกมาอีก หนุ่มล่ำฮึดฮัดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเดินหน้ามุ่ยกลับไปห้องตัวเอง โดยมีสายตาสมน้ำหน้าของเบคยองมองไล่หลัง
‘เออ หัดรู้จักเวล่ำเวลาบ้างเหอะ มีคนจะเป็นจะตาย ยังจะหื่นอยู่ได้’ เบคยองคิดในใจ แต่เมื่อย้อนคิดถึง เรื่องเมื่อคืน สัตว์แพทย์ร่างเล็กก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ปาร์ค ฮงจุล ร้อนแรงเสมอ ทุกครั้งที่ฮงจุลมอบบทรักให้ เบคยอง เป็นต้องสั่นสะท้านจนเข่าอ่อนหมดแรงจะขัดขืนต้องโอนอ่อนตามอยู่ร่ำไป
ซึงฮยอนมอง ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่ตัวสั้น กับพี่หมีตัวโตแล้วก็ต้องส่ายหัว เห็นขัดใจกันอย่างนี้ทุกรอบ พอกลางคืนละก็ ได้ยินเสียง คืนดีกันของสองคนนี้เสมอๆ
แต่
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสนใจเรื่องครอบครัวคนอื่น ซึงฮยอน ร้อนรนวิ่งเข้าครัวหยิบกะละมัง ลนลานเปิดตู้เย็น เอาน้ำแข็งจากช่องแช่แข็งใส่กะละมัง จนน้ำแข็งหกเกลื่อน วิ่งเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำใส่กะละมัง คว้าผ้าขนหนูแล้ววิ่งมาหาจียงที่เหงื่อแตกท่วมตัว เด็กหนุ่มนอนกระสับกระส่าย ด้วยไข้ขึ้นสูง
“จียง เช็ดตัวหน่อยนะ”ซึงฮยอน พูดเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะจุ่มผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ลงในน้ำเย็นจัดจนชุ่ม โดยไม่มีการบิดน้ำออก เขาโปะผ้าทั้งผืนเช็ดลงไปบนหน้าใสๆจนเปียกไปถึงหัวของจียง ทำเอาเบคยองถึงกับอ้าปากค้างในวิธีเช็ดตัวอันแสนประหลาดของเพื่อนรุ่นน้อง
แต่ความจริงคือ ซึงฮยอน เงอะงะ และตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เนื่องด้วยไม่เคยต้องมาพยาบาลคนอื่นมาก่อนในชีวิต ท่าทีของซึงฮยอน ทำให้เบคยองรู้สึกรำคาญตา
มือหนา ตบเข้าที่กะโหลกของ ซึงฮยอน หนึ่งที่ คราวนี้ไม่ต้องกระโดด เพราะซึงฮยอน นั่งอยู่บนเตียง ส่วนเบคยอง ยืนอยู่ข้างเตียง ความสูงเลยพอดีกัน
“เมิง บิดผ้าก่อนไม๊ ไอ้ทาบิ น้องเค้าจะตัวเปียก เป็นปอดบวมตายห่าเพราะเมิงนี่แหล่ะ แล้วนั่นเช็ดแต่หน้า อุณหภูมิมันจะลดไหมละ ไอ้เปรต” เบคยอง พูดอย่างหงุดหงิด ก่อนจะออกคำสั่งสำทับ คำสั่งที่ทำให้ ซึงฮยอนตกใจจนตัวแข็งทื่อ
“ถอดเสื้อผ้าก่อนสิ”จบคำสั่ง ซึงฮยอน ทำตาโต อ้าปากค้างก่อนจะ ถามอย่างงๆ
“จะดีหรอครับพี่”หนุ่มร่างสูง ยืนขึ้นเซถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนจะถามปากคอสั่น เบคยองส่ายหัวจนคอจะหลุด กับท่าทีของซึงฮยอน เขาดันตัวช่างภาพหนุ่มออก แล้วนั่งลงข้างจียงแทน
“เอ๊อ ถอดเร็วๆ จะได้เช็ดตัวได้ถนัด”พี่เบคยอง พูดพร้อมก้มหน้าก้มตา เอาผ้าแห้ง เช็ดหน้า และ ลำคอของจียง ที่เปียกซ่ก เพราะฝีมือการเช็ดตัวของซึงฮยอน ก่อนจะ พยายามจะถอดเสื้อจียงออก พลันก็ให้สงสัยว่า ทำไมซึงฮยอนมันไม่มาช่วยสักที
พอหันไปอีกที จึงพบว่า ซึงฮยอน ถอดเสื้อตัวเองออกแล้วอย่างเรียบร้อย ทำท่าจะถอดกางเกงออกตาม ทำเอาเบคยองร้องเสียงหลง ด้วยความตกใจ
“ไอ้เปรตตตตตตตตตตต มึงจะถอดเสื้อผ้าตัวเองทำไม ไอ้นี้ กรูให้ถอดเสื้อน้องเค้าจะได้เช็ดตัวได้ มึงนี่น้า เหมือนไอ้หมีไม่มีผิด ไอ้หื่นไม่มีลิมิต” เบคยองโวยวายลั่น ซึงฮยอนได้แต่ยืนงงทำหน้าซื่อตาใส
ฝ่ายพี่เท็ดดี้ซึ่งกลับห้องไปจัดการ ธุระตัวเองพักนึง พอได้ยินเสียงตะโกนของ น้องเตี้ยสุดที่รัก หมอหนุ่มถึงกับวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องของซึงฮยอนอีกครั้ง
สภาพที่ ปาร์คฮงจุลเห็น คือชเว ซึฮยอน ยืนเปลือยท่อนบนอวดผิวขาว และมัดกล้ามเล็กๆ สมส่วน โดยมีเบคยอง กำลังพยายาม ถอดเสื้อควอนจียงที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง ฮงจุล อ้าปากค้างกับภาพที่เห็น มือเรียว สั่นระริกนิ้วชี้ไปที่คนสองคน ตรงหน้า
“แกสองคน จะทำอะไรไอ้ตัวเล็กนี่ จะรุมมันหรอ ไม่ดีหรอก เด็กมันไม่สบายอยู่ แล้วที่สำคัญ เบคยองห้ามนอกใจหมีนะ” หมีตัวใหญ่ วิ่งไปดึงเบคยองมากอดไว้แนบตัว
เบคยองอยากจะทึ้งหัวกับความวุ่นวายที่เกิด ขึ้น ขืนปล่อยไว้อย่างงี้ต่อไปไอ้ตัวเล็กนี้ คงไข้ขึ้นตายไปก่อนจริงๆ หมีเล็กอย่างซองเบคยอง ยันร่างหนาของ เท็ดดี้ออก ก่อนจะพูดอย่างระอาใจ
“ไอ้ห่าหมี เมิงแหกตาดูแล้วคิดถึงเรื่องอื่นบ้าง คิดแต่เรื่องจะพัฒนาสายพันธุ์ มานี้เร็วเมิง ช่วยถอดเสื้อไอ้ตัวเล็ก นี้จะได้เช็ดตัว แล้วเอายาลดไข้มาด้วย”เบคยองออกคำสั่ง
ซึงฮยอน ยิ้มแหยๆ ก่อนจะสวมเสื้อกลับไปเหมือนเดิม เท็ดดี้ ทำหน้ามุ่ย ก่อนจะปฏิบัติตามคำสั่งของเบคยองอย่างว่าง่าย แต่พอพี่เท็ดดี้ทำท่าจะถอดเสื้อของจียงออก ชเวซึงฮยอน กลับร้องลั่น
“ไม่ต้อง ครับพี่ เดี๋ยวผมทำเอง พี่สองคนออกไปเถอะครับ” ซึงฮยอน ลนลานเข้ามากัน ร่างสูงๆ ของพี่ฮงจุล กับร่างสั้นๆ ของพี่เบคยองให้ออกห่างจากร่างของควอนจียง
โดยไม่สนใจสายตาแปลกๆที่มองมาของรุ่นพี่ทั้งสองคน
ไอ้อาการแบบนี้ เหมือนอาการคนหวงของไม่มีผิด
เบคยองคิดในใจ ‘นี่คงไม่อยากให้ไอ้หมีมันได้เห็นตัวเล็กๆขาวๆของไอ้เด็กนี้อะดิ’ เบคยองส่ายหัวรอบที่ร้อยของเช้าอันแสนวุ่นวายนี้
ว่าแล้วหมีเล็กอย่างเบคยอง ก็สะกิดเท็ดดี้หมีใหญ่ยิกๆ พลางบุ้ยใบ้ให้ออกจากห้องไป เท็ดดี้ทำตาพราวระยับ ก่อนจะดึงมือลากเบคยองออกมาอย่างว่าง่าย
“จะไปต่อกันแล้วใช่ไหมครับ โอเค เดี๋ยวพี่มานะไอ้น้อง ดูแลกันไปก่อน” เท็ดดี้ทำท่าจะอุ้มคนตัวเล็กขึ้นพาดบ่ากลับห้องไปปล้ำให้สมใจอยาก แต่ก็ต้องชะงักกึก เมื่อโดนหมีเล็กโดดเบิ๊ดกะโหลกไปอีกที ตามด้วยหมัดหนักๆอีกหลายตุ๊บ
“ไอ้หมี ไอ้หื่น ฉันจะไปทำข้าวต้มให้น้องเขา ตามมาเลย มาช่วยทำเดี๋ยวนี้” เบคยองพูดอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินหนีไปที่ห้องครัว โดยไม่รู้เลยว่า ฮงจุล ยิ้มเจ้าเล่ห์ในหน้า ก่อนจะหันไปกระซิบ บางอย่างกับซึงฮยอน
“ไอ้น้อง พี่ขอเวลาสักชั่วโมง อย่าเสือกเดินไปห้องครัวนะมึง คิดซะว่ายืมสถานที่เป็นค่าวินิจฉัยโรคละกัน”โดยไม่ฟังคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง หมีใหญ่ ก็วิ่งตามหมีเล็กไปที่ห้องครัวทันที
แต่ซึงฮยอน ไม่สนใจสิ่งใดในโลกนี้ ต่อให้ พี่สองหมี จะปล้ำกันในครัว หรือ จะมีอีกกี่คู่ มาสวิงกันในห้องเขา ต่อให้ผู้นำเกาหลีเหนือ จะจับมือสมานฉันท์กันกับผู้นำเกาหลีใต้ ตอนนี้เขาก็ไม่ใส่ใจความเป็นไปใดๆทั้งสิ้น ความคิดเขา มีแค่จะทำให้ควอนจียงนี้ ทุเลาจากอาการไข้ให้ได้
ซึงฮยอน ค่อยถอดเสื้อคนตัวเล็กออก ร่างขาวๆ แดงเรื่อด้วยอุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้น มือหนาใหญ่ชุบน้ำ บิดหมาดๆ อย่างที่พี่เบคยองสอนแล้วค่อยลูบไล้ไปตามรูปร่างบอบบางยิ่งกว่าผู้หญิง หลังจากเช็ดจนทั่วร่างท่อนบนแล้ว ชายหนุ่มทำท่าทางลังเล
“แล้วข้างล่างต้องเช็ดด้วยรึเปล่าวะ แล้วจะเช็ดยังไง ตรงไหน”ซึงฮยอนยืนเกาหัวแกร๊ก จนหัวยุ่ง จะเข้าไปถามพี่สองหมี ก็เกรงจะต้องเห็นภาพบาดตา ครั้นจะถอดกางเกงไอ้ตัวเล็กนี้ออก ก็เกรงว่าจะเห็นภาพบาดใจ ซึงฮยอนตัดสินใจถลกกางเกงบ๊อกเซอร์ ขาสั้นของจียงขึ้น จนเกือบถึงต้นขาแล้วถึง ค่อยเริ่มเช็ดตัวให้ใหม่ จากเรียวขาขาวๆจนถึงปลีน่อง
เมื่อเช็ดตัวและสวมเสื้อตัวใหม่ให้คนตัวเล็กเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่ม เริ่มนึกทบทวนที่พี่หมอเท็ดดี้สั่งไว้อีกที
“เออ ใช่ยาลดไข้ บรรเทาปวด พาราเซตามอล” ซึงฮยอนอยากจะตบหัวตัวเอง ในความโง่ ตัวเล็กยังไม่ได้กินยาเลย แล้วมันจะ ดีขึ้นได้ยังไง เขาหันรีหันขวาง หากระปุกยา และแก้วน้ำ พอได้อุปกรณ์พร้อม ก็ประคองร่างของจียงขึ้นมาไว้ในวงแขน ชายหนุ่มเรียกเสียงแผ่ว
“จียง กินยาหน่อยน้า” ซึงฮยอน เขย่าตัวจียงเบาๆ จียงปรือตาขึ้นมองด้วยความอ่อนเพลีย พอเห็นยาที่เกลียดหนักหนา ก็หลับตาลงเหมือนเดิม
“อือ ไม่เอา ไม่กิน ขม”ควอนจียง เบี่ยงหน้าหนี
“ไม่ขม นิดเดียวๆ”ซึงฮยอนปลอบ พร้อมบีบคางเล็กเบาๆ จนปากอิ่มแดงจัดต้องเผยอออก ช่างภาพหนุ่ม บรรจงป้อนยาเข้าปากจียง แต่แค่ปลายลิ้มสัมผัสรสยา คนตัวเล็กก็สำลัก คายยาทิ้งทันที
“ไม่กินแล้วจะหายหรอ แล้วปกติป่วยนายกินยาอะไรเนี่ยะ” ซึงฮยอนถาม ด้วยความสงสัย
“กินยาน้ำ”ควอนจียง ตอบเสียงเบาหน้าที่แดงอยู่แล้วแดงขึ้นไปอีกด้วยความอาย ปนพิษไข้
เขาไม่ชอบกินยา โดยเฉพาะ ยาพาราเซตามอลขมๆนั้น เพราะครั้งหนึ่ง เคยกินแล้วยาไม่ลงคอค้างเติ่งอยู่ตรงกระพุ้งแก้ม เม็ดยาละลายปล่อยความขมให้แตกซ่านกระจายอยู่ทั่วโพรงปาก ชนิดที่ถ่มน้ำลายทิ้งเท่าไหร่ก็ไม่หายขม
หลังจากนั้น พาราเซตามอล กับเขาก็เลิกคบกันไปโดยปริยาย เขาหันไปคบหาทำความสนิทสนมกับยาน้ำแก้ไข้ของเด็กที่แสนหวานแทน หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องเป็นยาตัวอื่นที่ไม่ใช่ไอ้ยาขมๆอันนี้
ซึงฮยอนได้ยินก็หลุดหัวเราะออกมา แต่ตอนนี้สภาพอากาศข้างนอกเลวร้ายจนเขาไม่สามารถออกไปไหนได้ ถ้าสามารถออกไปได้ละก็ เขาจะวิ่งแจ้นไปกว้านซื้อยาน้ำแก้ไข้สำหรับเด็กมาให้หมดร้านเพื่อเจ้าตัวเล็กนี้ทีเดียวเชียว
“ยาที่ฉันป้อนน่ะ ไม่ขมหรอกจียง”ชเวซึงฮยอนดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ประคองร่างจียงขึ้นมาใหม่ คราวนี้ จับยาเม็ดกลม ป้อนเข้าปากของจียงที่เผยอออก พอเด็กหนุ่มอ้าปากจะคายทิ้ง ซึงฮยอนก้มลงประกบปากอิ่มนุ่ม ค่อยปล่อยน้ำในอุ้งปากของตัวเองให้คนตัวเล็กที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
จะร้องด่าก็กลัวจะสำลักน้ำ แถมคนตัวสูงก็ไม่มีท่าทีจะถอนปากออกแม้แต่น้อย ควอนจียงหลับตาปี๋ จำเป็นต้องกลืนทั้งยาทั้งน้ำที่ซึงฮยอน ป้อนให้ลงลำคอไปโดยไม่รู้ตัว
ซึงฮยอนสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็กๆของจียง เพื่อหาสัมผัสของยา จนแน่ใจว่าคนตัวเล็กกลืนยาลงไปหมดแล้ว แทนรสขมของยา ลิ้นเล็กหวานล้ำกลับดึงดูดให้ซึงฮยอนจูบแล้วจูบเล่า ลิ้มรสนุ่มนวลหอมหวานของคนตรงหน้า
นานเท่านาน กว่า คนป้อนยาจะยอมถอนริมฝีปากออก ยิ่งพอลืมตาเห็นคนตัวเล็กที่นอนตาปรอย ปากอิ่มฉ่ำเยิ้ม ก็นึกอยากกดจูบอีกสักที แต่ซึงฮยอนหักความรู้สึกเอาไว้ เต็มกำลัง
“เห็นไหม กินยาได้แล้ว ทีนี้ก็นอนนะตัวเล็ก” ซึงฮยอนค่อยวางคนตัวเล็กที่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นลงบนที่นอนนุ่มอีกครั้งอย่างนุ่มนวล ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ เอากะละมังไปเปลี่ยนน้ำ มาเตรียมเช็ดตัวให้คนตัวเล็กอีกที
พอเสียงฝีเท้าก้าวห่างออกไป ควอนจียงถึงค่อยกล้าลืมตาขึ้น ความรู้สึกแปลกๆปั่นป่วนรบกวนจิตใจ
เมื่อกี้ “จูบ” ไปแล้วกับผู้ชาย
แปลก ที่ไม่ได้รู้สึกแย่
ปากนุ่มที่กดจูบนุ่มนวล ลิ้นหนาอุ่นๆนั้น
กลับทำให้จียงรู้สึกรุ่มร้อนแปลกๆ
ไม่ได้ร้อนเพราะพิษไข้
แต่ด้วยอะไรจียงก็ยังไม่แน่ใจ
เด็กหนุ่มปวดหัวตุบๆ จนเกินจะคิดอะไรออก จึงปล่อยให้ตัวเอง กลับเข้าไปอยู่ในดินแดนแห่งความฝันอีกครั้ง
พิเศษ
“ไอ้หมี นี้มันห้องคนอื่น”เบคยอง เบี่ยงหน้าหลบใบหน้าคมคายที่ก้มต่ำซุกไซร้อยู่ตามลำคอขาวนวล เบคยองปากแข็ง แต่ตัวนุ่มนิ่ม แล้วพอโดน “ไอ้หมี” อย่างเขา รุกเร้าเข้าทีไร ร่างนุ่มนิ่มก็อ่อนระทวยทุกครั้ง
“แป๊ปเดียวน๊า เบคกี้จ๋า ขอหมี ชื่นใจหน่อยนะจ๊ะ”เท็ดดี้ ปลอบเหมือนผู้ใหญ่หลอกเด็ก ก่อนหยัดกายขึ้นทาบทับ มือจับความเป็นชายที่แข็งขึงเต็มที่จรดเข้ากับร่องรักของ คนรักที่เปียกเยิ้มจากการเล้าโลม
เบคยองได้แต่นอนตัวอ่อนระทวย แอบก่นด่าในใจ
‘แป๊ปเดียวบ้านเอ็งเด่ะ คึกแถมยังอึดยังกับหมีตกมัน เอาทีไรไม่เคยต่ำกว่าชั่วโมง’ แต่เบคยองก็ได้แต่คิดเพราะตอนนี้ “ไอ้หมี”ของเขาเริ่มบทเพลงรักอย่างเร่าร้อน จนเขาเองต้องครางระงม อย่างสุขสม
แล้วอย่างงี้ ข้าวต้มของจียง มันจะเสร็จไหมละนี่
โปรดติดตามตอนต่อไป
............................................
Nc แบบหมีๆ มีไม่มากนะคะ ถ้าไม่อยากอ่านไม่เป็นไรค่ะ เพราะว่า เนื้อหามันครอบคลุมแล้ว
ในที่สุดจุดสองก็ออกมาให้เชยชม ตอนนี้น่ารักสุดๆ
แอบฮาทาบิ เอาผ้าเปียกๆโป๊ะหัวน้องจี แล้วจะหายไหมล่ะนั่น
แต่ก็นะสุดท้ายก็เอาจูบจากน้องจีไปได้
คงชุ่มปอดทาบิก็คราวนี้
ส่วนหมี คำจำกัดความคือ เลิฟอออะราวสินะ ในครัวก็ไม่เว้น - -;
สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ (ยิ้ม
#1 By lcciil3ulcii on 2011-10-15 11:26