ศรีแสนวา ตอนที่ 3
posted on 18 Oct 2011 09:06 by angeliga in Srisenwaตอนนี้เขียนจบได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ขัดเกลา ตรวจสอบคำผิด เพิ่มเติมเนื้อหา รอเวลาลง
ไม่มีอะไรมากนะฮ่ะ หวานๆ เบาๆ บรรยากาศ ทะเล สายลม สองเรา โรแมนติคสุดๆ
ตอนที่3
ควอนจียง นั่งกระสับกระส่าย รอคอยด้วยความกระวนกระวาย เขากลัวว่า พี่ซึงฮยอนของเขาจะไม่กลับมา ในใจร่ำๆ อยากจะลงไปตามหา ติดแต่พี่ผู้จัดการห้ามไว้ มิหนำซ้ำยังกำชับด้วยว่า ถึงวันนี้จะยอมให้อยู่ด้วยกัน ก็ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาดให้เก็บตัวอยู่ในวิลล่าเท่านั้น
“จียงอ่า ฉันเข้าใจนายดีนะ แต่ฉันก็ต้องทำหน้าที่ของฉันด้วย นายเข้าใจฉันนะ” จียงพยักหน้ารับทราบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอแค่ได้อยู่กับพี่ซึงฮยอนเขาก็ดีใจแล้ว
เสียงเคาะประตูดังขึ้น จียงถลาไปเปิดประตูในทันที แล้วก็ยิ้มกว้างเมื่อเห็น พี่ซึงฮยอนยืนหล่อเท่ห์อยู่หน้าประตู
“พี่กลับมาจริงๆด้วย”ควอนจียงโผเข้ากอดคนตัวสูง จนพวกพี่บอดี้การ์ดหน้าห้อง ตกใจทำหน้าเหรอหรา รีบผลักให้ซึงฮยอน เข้าไปในห้องด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเจอ
ซึงฮยอนรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของคนตัวเล็ก เขาแค่ไปไม่ถึงยี่สิบนาที ทำไม คนตัวเล็กนี้ทำเหมือนเขาหายไปสิบปี ยังไงยังงั้น
“กลับมาสิครับ แล้ววันนี้จียงอยากไปไหน อยากทำอะไรเดี๋ยวพี่ศักดิ์ชายจะพาไป ไปชมวิวกันไหม ที่นี้สวยมากเลยนะ” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอ่อนโยนกับผู้ชายขนาดนี้
จียงทำหน้าเศร้า
“จียงไปไหนไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวมีคนเห็น คงอยู่ได้แค่ในโรงแรมนี่ละครับ” พูดจบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชีวิตซุปเปอร์สตาร์ก็ไม่ได้ง่ายสบายอย่างที่ใครๆหลายคนคิด ซึงฮยอนได้ยินก็เห็นใจยิ่งนัก
“อืมม เบื่อตายเลย อยู่แต่ในโรงแรม พี่มีที่หนึ่งรับรองว่าไม่มีใครรู้จัก ไปกับพี่ไหมครับ เอาพี่ผู้จัดการไปด้วยก็ได้” ถึงแม้โรงแรมนี้จะสวยแค่ไหนก็ตาม แต่ซึงฮยอนไม่อยากให้เจ้าตัวเล็กนี้อุดอู้อยู่แต่ในห้อง จึงเสนอทางเลือกให้
สองฝ่ายตกลงกันอยู่นานแสนนานกว่าผู้จัดการจะยอมให้ออกมาได้ มีข้อแม้ว่า ต้องหนีบบอดี้การ์ด ร่างยักษ์ไปด้วยสองคน ผู้จัดการ ตัดสินใจไม่ไปด้วย เพราะต่อให้จียงพรางตัวดีแค่ไหน แต่ถ้ามีคนจำผู้จัดการอย่างเขาได้ มันก็เป็นจุดสนใจอยู่ดี เขาจึงหันมาบอกซึงฮยอนถึงข้อกำหนดต่างๆมากมาย เช่น ต้องพรางตัวให้ดี ห้ามทำอะไรที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย และอีกสารพัดข้อห้ามที่ซึงฮยอนฟังแล้วปวดหัวหนึบ
ส่วนมังกรน้อยพอรู้ว่าจะได้ออกไปเที่ยวข้างนอก ก็ดีใจกระโดดโลดเต้น เด็กหนุ่ม วิ่งเก็บของที่จำเป็น เช่นเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ขวดน้ำดื่ม ใส่กระเป๋าใบเล็ก(ดูไว้นะ ศักดิ์ชาย นั้นละที่เขาเรียกว่าของจำเป็น) ใส่หมวก ใส่แว่น พรางตัวเรียบร้อยก็เดินออกจากโรงแรม ขึ้นรถตู้ไปทางด้านหลัง ฮัมเพลงแร๊พไปพร้อมกับพี่ศักดิ์ชายอย่างอารมณ์ดี
ซึงฮยอนพาจียงขึ้นเรือสปีทโบ๊ต ขับไปยังเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีคนรู้จัก เกาะนี้ น้ำใส หาดทรายสวย แต่เป็นเกาะเล็กๆ และไม่ได้มีปะการังเยอะเหมือนเกาะอื่นๆ เขาค้นพบเกาะนี้โดยบังเอิญ และมักจะมานั่งเล่นที่นี้บ่อยๆเวลาที่ต้องการพักผ่อน
จีงยงตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติอันสวยงาม และความเงียบสงบ พอเรือจอดนิ่งสนิทตรงที่น้ำไม่ลึกมาก เด็กหนุ่มก็ถอดเครื่องพรางตัวออก เหลือเพียงเสื้อยืดสีขาวและกางเกงสั้น กระโดดตูมจากกราบเรือลงน้ำทะเลสีฟ้าใส ก่อนจะแหวกว่ายน้ำเล่นอย่างสนุกสนาน
ซึงฮยอนหัวเราะกับท่าทีตื่นเต้นเกินเหตุของเด็กหนุ่ม แต่ก็รู้สึกสนุก จนต้องกระโดดน้ำตามลงไปด้วย โดยมีพี่บอดี้การ์ด เดินตามมาดูที่กราบเรือ เพื่อระวังความปลอดภัย
จียงมีความสุขกับบรรยากาศรอบข้างจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ฟ้าสวย น้ำทะเลใส และ ผู้ชายที่ว่ายน้ำเล่นอยู่ข้างๆเขา
พี่ซึงฮยอน
เด็กหนุ่ม วักน้ำสาดใส่ ซึงฮยอน แล้วก็ต้องร้องโวยวายเมื่อ พี่ซึงฮยอนสาดน้ำใส่เขาบ้าง ชายหนุ่มดำน้ำลงไปแล้วมาโผล่ข้างหน้าจียง สองแขนอบอุ่นรั้งเอวเด็กหนุ่มเข้าหา จียงเขินจนหน้าแดงจัด ดันตัวซึงฮยอนออกห่าง
“พี่ซึงฮยอน เดี๋ยวมีคนเห็น” จียงเหลียวมองรอบตัว
“ใครจะเห็นเล่าครับ ทะเลกว้างใหญ่ ตรงนี้ก็มีแค่เราสองคน” ซึงฮยอนพูดไปก็กดจมูกโด่งสวยลงกับแก้มนิ่มๆ ของจียง เด็กหนุ่มเบี่ยงหน้าหนี หลบสายตา หลบการรุกรานเอาแต่ใจของคนตัวสูง
“ก็ พี่ล่ำ สองคนบนเรือนั้นละครับ สองคนนั้นมองเราไม่วางตาเลยนะครับ จียงอายน้า” จียงพูดจบก็ซุกหน้าเข้ากับอกกว้างๆ ของซึงฮยอน
ซึงฮยอนหัวเราะชอบใจกับท่าทางเขินอายของคนตัวเล็ก หนุ่มร่างสูงเข้าประชิดตัว ประคองใบหน้าหวาน ขึ้นให้รับจูบดูดดื่มโดยไม่อายสายตา ของพี่ล่ำสองคนแต่อย่างใด ผิดกับจียง ที่อายก็อายแต่พี่ซึงฮยอนเล่นจูบไม่ปล่อยแบบนี้ เขาก็หมดแรงจะทำอะไรได้
สายน้ำเย็นฉ่ำ แต่แสงแดด ยามบ่ายแผดกล้า ซึงฮยอน เห็นว่าผิวขาวๆของเด็กหนุ่มสัญชาติเกาหลีแท้เริ่มจะเป็นสีแดง เพราะโดนแดดเมืองสยามแผดเผา จึงก้มกระซิบถาม
“จียง ขึ้นไปเดินเล่นบนเกาะกันไหม” ไม่พูดเปล่าถือโอกาสฉกจูบพวงแก้มนิ่มนั้นไปด้วยอีกที
เด็กหนุ่มยังไม่อยากขึ้นจากน้ำแม้แต่น้อย ที่นี้สวย สวยจนแทบจะลืมหายใจ
แต่ว่า
แดดเมืองไทยร้อนจังเลยครับ
ตอนนี้ จียงรู้สึกแสบผิวไปหมด เขาจึงยอมเดินตามพี่ซึงฮยอนขึ้นฝั่งไปอย่างว่าง่าย พี่ล่ำคนหนึ่งทำท่าจะเดินตามลงมาด้วยความเป็นห่วง แต่ พี่ล่ำอีกคน ดึงรั้งเอาไว้ ส่ายหน้าเป็น สัญญาณ ว่าไม่ต้องตามไป
“ปล่อยมันสองคนไปเหอะ รอตั้ง 9 ปีกว่าจะได้เจอกัน ให้สองคนนั้นมีช่วงเวลาที่ดีด้วยกันจะดีกว่า” พี่ล่ำพูด
เกาะนี้ ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ ไม่ได้มีใครปักป้ายจองไว้ มันเป็นเกาะเล็ก เงียบสงัด ซึงฮยอนค้นพบโดยบังเอิญตอนเอาเรือของโรงแรมออกมาขับเล่น ในเมื่อไม่มีใครตีตราจองเขาจึงยึดไว้เป็นที่พักผ่อนของเขาคนเดียว เป็นที่ส่วนตัวที่ไม่เคยพาใครเข้ามา
ชายหนุ่มจูงมือจียง เดินลึกเข้าไปภายในเกาะ ซึ่งมีบึงน้ำใสสะอาด อยู่ระหว่างแมกไม้ร่มเย็น เขาแอบเอาดอกไม้สารพัดมาปลูกไว้ แม้จะขึ้นบ้างเหี่ยวตายไปบ้างตามเรื่อง แต่รอบสระก็ดารดาษ ไปด้วยดอกไม้หลายสี
ริมสระน้ำเป็นเพิงไม้เล็กๆเขาสร้างเอาไว้นอนเล่น มันสร้างด้วยไม้ไผ่และไม้กระดานมุงหลังคาจากแบบง่ายๆ แต่แข็งแรง ซึงฮยอนดึงตัวจียงให้นั่งลงบนเพิงไม้ หยิบผ้าขนหนูออกจากกระเป๋าแล้ว ค่อยเช็ดตัวให้ พอขึ้นจากน้ำมาทั้งตัวเปียกๆ จียงก็เริ่มหนาวสั่น คางกระทบกันกึกกัก
“ผมหนาว”คนตัวเล็กโอด ตรงนี้ต้นไม้ร่มครึ้มแม้จะมีแดดสาดส่อง แต่ลมทะเลก็พัดแรงจนหนาวสะท้าน ซึงฮยอนหัวเราะ
“ก็จียงตัวเปียกนี้ครับ แบบนี้ก็หนาวสิ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหม” ซึงฮยอนห่อตัวเล็กๆของจียงด้วยผ้าขนหนู
จียงยังไม่ทันได้ตอบอะไร คนตัวสูงก็ต่อประโยคขึ้นใหม่
“แต่พี่มีวิธีให้จียงอุ่นนะ” โดยไม่รอให้คนตัวเล็กอนุญาต เขาโอบรัดร่างของจียงแน่นเข้า ก่อนก้มจูบดูดดื่ม เพียงแค่จูบเดียวเท่านั้น จียงก็สะท้านทั่วกาย เด็กหนุ่มตอบรับจูบรุ่มร้อนของซึงฮยอนอย่างเต็มใจ
จียงจูบถ่ายทอดความคิดถึงอันยาวนานให้ซึงฮยอน เขาไม่รู้หรอกว่า พี่ซึงฮยอนจะจูบเขาด้วยเหตุผลอะไร เขารู้แค่ว่า จูบนี้ช่างหวานเต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกถวิลหาของเขา
จียงเผยอปากรับลิ้นใหญ่ของซึงฮยอน ร่างเล็กสั่นระริก ความต้องการในกายโดนปลุกเร้าขึ้นมาอย่างง่ายดาย ซึงฮยอน ยิ้มรับกับอาการตื่นตัวของคนตรงหน้า ชายหนุ่มดึงเสื้อยืดเปียกน้ำออก เผยผิวกายขาวกระจ่าง ทั่วร่างเล็กของจียงมีรอยรักประปรายอยู่ทั่ว ยิ่งเชิญชวนให้ประทับจูบลงย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะเนินอกขาวเนียนและหน้าท้องแบนราบ
จียง เขินอายกับรสจูบและสายตาคมของคนตัวสูงที่มองมาไม่วางตา เด็กหนุ่มบิดตัวหนี หยิบกระเป๋าจะหาเสื้อ มาสวมใส่ คนตัวสูงก็ปัดมือออก
“ยังไม่ต้องใส่ก็ได้ ถอดให้หมดก่อนสิครับ” ซึงฮยอน พูดพร้อมคุกเข่าลงบนพื้นดึงกางเกงขาสั้นพร้อมกางเกงในของจียงทีเดียวหลุดออกมาพร้อมกัน
ส่วนคนตัวเล็กไม่ต้องพูดถึงนอนฟุบหน้าหลับตาพริ้มตัวอ่อนปวกเปียก จนเขาต้องพยุงให้ลุกขึ้นนั่งบนตัก จับร่างเล็กเอนพิงอยู่กับอก จียงยังมึนงงกับรสรักแสนร้อนแรง แล้วไหนจะอากาศร้อนๆของเมืองไทยอีก เด็กหนุ่มรู้สึกเหนื่อยเพลีย ลำคอแห้งผาก จนต้องร้องขอน้ำ
“นะ น้ำ จียงหิวน้ำ” เด็กหนุ่มร้องเสียงระโหย ซึงฮยอนหัวเราะในลำคอกับท่าทางของเด็กน้อย เขาหยิบขวดน้ำส่งให้แต่จียงหมดแรงเกินกว่าจะยกมือขึ้นรับ เด็กหนุ่มเงยหน้าช้อนตาขึ้นมองหน้าหล่อๆของซึงฮยอน ส่งแววตาเว้าวอน
“ป้อนหน่อยครับ จียงหมดแรง” จบคำ ซึงฮยอนยกขวดน้ำขึ้นดื่มเอง แล้วก้มลงประกบปากจียงส่งน้ำเย็นฉ่ำเข้าสู่อุ้งปากคนตัวเล็ก ควอนจียงดื่มน้ำจากการป้อนของพี่ซึงฮยอนอย่างหิวกระหาย น้ำล่วงลำคอหมดไปนานแล้วแต่รสจูบอ่อนโยนต่างหากที่จียงไม่อยากให้หมด
“จียง ล้างตัวเถอะครับ กลับที่พักกันดีกว่านะ”ซึงฮยอนอุ้มคนตัวเล็กเดินไปที่แอ่งน้ำใส สองคนลงเล่นน้ำล้างตัวกันอยู่ครู่ใหญ่ จะว่าไปไม่ค่อยเหมือนล้างตัวเท่าไหร่ เหมือนลูบไล้ลำตัวกันเสียมากกว่า กว่าจะเดินมาถึงชายฝั่งได้จียงก็หมดเรี่ยวแรงจนต้องขี่หลังให้ซึงฮยอนเดินลุยน้ำทะเลไปขึ้นเรือ ขับกลับเข้าฝั่ง
กว่าจะขับเรือเข้ามาถึงฝั่งก็เย็นย่ำ พระอาทิตย์ทอแสงอัสดง เป็นสีส้มกระจายสว่างอยู่บนฟากฟ้า สวยงามจนไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำพูดได้ จียงอยากจะนั่งดูพระอาทิตย์ตกลงกลางทะเล แต่ก็ฝืนความอ่อนเพลียไม่ได้ เด็กหนุ่มผล็อยหลับไประหว่างทางกลับ จนถึงชายฝั่งแล้วเขาก็ยังคงหลับใหลไม่ได้สติพี่ล่ำสองคนต้องช่วยกันปลุกขึ้นมาแต่งตัวให้มิดชิด
ก็แหมออกมาจากเกาะ ในสภาพเสื้อยืดแขนกุดเนื้อบางสีขาว กับกางเกง ขาสั้นสีชมพูอ่อน ทั่วตัวมีแต่รอยจูบ ชนิดที่ถ้าไม่ห่อตัวให้มิดมันก็ต้องเห็นแน่ๆ จียงสลึมสลือขึ้นมาพรางตัวแล้วก็ หลับสลบไปอีกรอบ ร้อนถึงซึงฮยอนต้องอุ้มขึ้นรถขับขึ้นไปบนวิลล่าที่อยู่บนเขา พี่ล่ำสองคนจะอุ้มให้พ่อศักดิ์ชายก็ไม่ยอมทั้งที่ตัวพ่อเองก็แข้งขาสั่นแทบจะหมดแรงอยู่รอมร่อ
ซึงฮยอน วางร่างของควอนจียงลงบนเตียงนุ่ม เด็กน้อยของเขาหลับใหลไม่รู้เรื่องราว หน้าหวาน ลำคอขาวเนียนเต็มไปด้วยรอบจูบ ต้นแขนเรียวมีรอยมือที่เกิดตอนเขาจับแขนคนตัวเล็กรั้งให้รับแรงกระแทก ขึ้นเป็นแนวชัดเจน คงไม่ต้องบอกว่า ตามเอวบอบบางก็คงเต็มไปด้วยรอยมือของเขาเช่นกัน ชายหนุ่มยิ้มให้กับตัวเอง
‘อ่าห์ นี่เราหนักมือไปรึเปล่าเนี่ยะ”
“เก้าปีแล้วสินะ ไม่คิดว่านายจะโตมาเป็นคนที่น่ารักขนาดนี้ เจ้าเด็กขี้แง’
ซึงฮยอนจำเด็กน้อยขี้แงคนนั้นได้ดี
แค่เขาไม่คิดว่า เด็กคนนั้นจะมาอยู่ตรงนี้
มาอยู่ที่เมืองไทยอันแสนไกลจากแผ่นดินเกิด
มานอนหลับพริ้มอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้
มันเกินจะเชื่อได้
ครั้งแรกแค่สะดุดหูกับชื่อ ต่อมาเขาสะดุดตากับใบหน้าน่ารัก
ใบหน้าที่เขาแสนจะคิดถึง ตอนแรกเขาคิดว่าคงแค่หน้าตาคล้ายกัน
ตอนเด็กหนุ่มบอกชื่อจริงให้รู้ว่า ชื่อจียง เขาก็นึกว่าแค่ชื่อเหมือนกัน
ชื่อก็เหมือนหน้าก็คล้าย ก็ยังทำใจยากให้เชื่อได้ยากอยู่ดี
แล้วจะให้ถามให้แน่ใจว่าอะไร ให้ถามว่า “น้องครับ น้องรู้จักหมาที่ชื่อลัคกี้รึเปล่า”หรือ “จำพี่ตุ้ยนุ้ยได้ไหม”มันก็ใช่ที่
ในบรรยากาศแบบนั้นมันคงดูแปลกๆ แถมเจ้าคนตัวเล็กก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะจำเขาได้แต่อย่างใด
เขาจึงเลือกไม่ใส่ใจ และคิดแค่ว่า คงเป็นแค่คนที่ชื่อเหมือนกันเท่านั้น
แต่นั้นแหล่ะ หน้าคล้ายกันแบบนั้น ทำท่าอ้อนแบบนั้น คืนนั้นเขาเลยจัดให้เต็มที่
มาแน่ใจเอา ก็วันนี้ ตอนก่อนจะขึ้นเรือ เด็กหนุ่มเดินฮัมเพลงแร๊พเพลงหนึ่งที่เขาแสนจะคุ้นหู
เพลงที่เจ้าตัวเล็กนี้ เคยเอามาร้องให้เขาฟังตอนยังเป็นเด็ก ชายหนุ่มสะดุ้งจนตัวชาวาบ
หรือจะใช่จียงคนนั้น ซึงฮยอนกลั้นใจหันไปถาม
“น้องจียงเพลงนี้ของน้องหรอครับ”
เด็กหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะตอบว่า
“เพลงของผมเองครับ เป็นเพลงสำคัญมาก ผมยังไม่ได้ใส่ไว้ในอัลบั้มไหนเลยนะครับ ทั้งที่มันแต่งเสร็จเป็นเพลงแรกแท้ๆ” จียงตอบด้วยความดีใจตาเป็นประกายวิบวาว ด้วยนึกว่าพี่ซึงฮยอนคงจำอะไรได้บ้างแล้ว แต่ท้ายเสียงก็เศร้าลงเมื่อเห็นว่า คนตัวสูงไม่มีท่าทีว่าจะนึกอะไรออกแม้แต่น้อย
ความจริงคือชเวซึงฮยอน ตกใจจนสติหลุด เขาจำเพลงนี้ได้อย่างแม่นยำ ทำนองที่เขาเป็นคนทำบีสต์บ๊อกซ์ให้เองเนื้อเพลงที่เขาช่วยขัดเกลา จนมันออกมาเป็นเพลงให้จียงไปใช้คัดตัว
เพลงแรก ของคนทั้งคู่
ซึงฮยอน ตื่นเต้น ดีใจ ปะปนด้วยละอายแก่ใจ เก้าปีที่ผ่านมาชีวิตของเขาเปลี่ยนไปมาก พ่อของเขาล้มละลาย กว่าจะสร้างตัวได้ใหม่ ก็ใช้เวลา นานหลายปี ตัวเขาเอง ก็ต้องมาใช้ชีวิตเป็นบาร์เทนเดอร์ แทนการได้เป็นผู้บริหารโรงแรมอย่างที่ใจต้องการ
แม้จะดีใจที่ได้เจอคนที่ตัวเองเฝ้ารอแค่ไหน แต่ก็อายเกินกว่าจะบอกออกไป
หากว่าบอกแล้วเจ้าตัวเล็กนี้จำเขาไม่ได้
ถ้าบอกไปแล้วเจ้าเด็กขี้แงคนนั้น ไม่ได้ชอบเขา อย่างที่เขาชอบเด็กนั้นจนแทบจะคลั่งตายขึ้นมาละ
เขาจะทำอย่างไร
คิดแล้วชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจ
ซึงฮยอน ก้มจูบประทับลงบนแก้มนวล
“จียงจ๋า ตอนนี้เวลานี้ จียงอยู่กับพี่นานๆจะได้รึเปล่า พี่มีเวลาอีกเท่าไหร่ ที่จะได้อยู่กับน้อง พี่คิดถึงน้องมากนะครับ”
เวลา อันยาวนานพรากจาก
เวลา อันแสนสั้น ที่หวนคืน
เวลา อันขมขื่นที่แสนหวาน
ถ้าเป็นไปได้ ซึงฮยอนอยากให้คืนนี้ ยาวนานออกไปไม่มีที่สิ้นสุด เขาจะได้กอดร่างเล็กๆนี้ไว้ในวงแขนได้นานแสนนาน
ปากบางกดจูบลงไปบนเนื้อปากนิ่มของคนที่นอนหลับใหล ก่อนจะเลื่อนมาจูบที่ดวงตาปิดสนิทสองข้าง ก้มลงจูบพวงแก้ม แล้วกอดร่างเล็กนั้นไว้แนบอก ซึบซับบรรยากาศตอนนี้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชายหนุ่มปิดดวงตาลง ก่อนจะผลอยหลับไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
edit @ 18 Oct 2011 09:36:26 by angeliga

#1 By lcciil3ulcii on 2011-10-18 17:18