delight love ,ตอนที่10

posted on 21 Oct 2011 08:18 by angeliga  in delightlove

ประกาศๆ ตอนนี้ยาวมากกกกกกกกกก

ตอนต่อไปคงไม่ยาวขนาดนี้แล้ว

 

อ่านกันให้จุใจ นี้เค้นทุกเซลล์สมองเขียนเลยนะคะเนี่ยะ

ถ้าตอนรักแรกชัตเตอร์เป็นตอนที่อิฉันชอบที่สุดในด้านการวางพล๊อตเรื่องที่น่ารัก

ตอนนี้ก็เป็นตอนที่อิฉันชอบที่สุดในด้านการใช้เทคนิคการเขียน (เราไม่ได้หมายถึงตอนเห็นเอ็นนะคะ)

 

มีฉากไม่เหมาะสม แต่ขออนุญาติไม่ส่งนะคะ 

เพราะว่า จะรีบปั่นเรืื่องศรีแสนวาให้จบ

เีรื่อง ดีไลท์ นี้ก็ จะพยายามให้จบใน 20 ตอน พิเศษอีกตอนหรือสองตอน ถ้าเขียนไหว

 

ถ้าอยากอ่านฉบับเต็ม รอตอนรวมเล่มนะคะ 

รับรองไม่ผิดหวัง

ขอแนะนำให้ซื้ออ่าน

เพื่ออรรถรสการรับชมที่สมบูรณ์

....................................................................

ตอนที่ 10

 

THE KISSES

 

ปกติการได้ทำงานเป็นสิ่งที่ควอนจียงชอบที่สุด เขาชอบบรรยากาศของการทำงาน ชอบการได้ปลดปล่อยความคิดจินตนาการ และสร้างสรรค์ผลงานที่เขารัก  

แต่วันนี้เขารู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศในการทำงานอย่างบอกไม่ถูก

สาเหตุเพราะ มีเดินคนบางคนเดินโปรยยิ้มหล่อไปทั่ว ดูรื่นเริงบันเทิงใจเกินพิกัด ทั้งที่แผลบนหัวยังไม่หายดีด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเวลามีสาวๆ มาถามไถ่อาการ ซึงฮยอนจะแกล้งโอดโอย ดูเจ็บปวดเกินจริง สมกับรางวัลโคตรพ่อโคตรแม่มังกรน้ำเงิน จนจียงนึกหมั่นไส้จนอยากจะหาอะไรขว้างใส่อีกสักที

 

ชเวซึงฮยอน เดินทักทายปราศรัยกับสาวๆในบริษัท อย่างเพลิดเพลิน จังหวะหนึ่งมีนางแบบสาวสวยเดินเข้ามาทักทาย ชายหนุ่มถึงกับยิ้มระยับ พูดคุยหยอกล้อ หัวเราะหัวใคร่กันอย่างสนุกสนาน แล้วยังเดินหายไปด้วยกันอีก

 

ควอนจียง หงุดหงิดเหลือใจ กับสิ่งที่ชเวซึงฮยอนทำโดยไม่รู้เหตุผล สองคนนั้นเดินหายเข้าไปทางไหน ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้อีกทีก็หายกันไปแล้วสองคน

 

‘นี่นะที่บอกว่ามาดูแลเรา เชอะ ถ้าแผลปริขึ้นมาละจะไม่พาไปหาหมอเลยคอยดู’ เด็กหนุ่มหงุดหงิดจนสมาธิแตกกระเจิง สุดจะทนนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะได้ เขาจึงเลือกเดินหนีไปที่ห้องเก็บเสื้อผ้าแทน

 

ภายในห้องมีเสื้อผ้ามากมายจากห้องเสื้อชื่อดังที่ติดต่อยืมไว้เพื่อใช้ในการถ่ายแบบ แขวนอยู่อย่างเป็นระเบียบ ด้านหนึ่งของห้องเป็นชั้นวางรองเท้าและกระเป๋า ที่ยืมมาในแต่ละคอลเลคชั่น ถัดไปเป็นตู้เซฟเก็บเครื่องประดับ ควอนจียงเริ่มเลือกเสื้อผ้าที่จะใช้ในการถ่ายแฟชั่นครั้งต่อไปอย่างเพลิดเพลิน จนเกือบจะลืมความหงุดหงิดใจได้หมดสิ้น

 

 แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง เสียงหอบหายใจ เสียงครางกระเส่าของชายหญิงคู่หนึ่ง  เสียงที่ต่อไห้ไร้เดียงสาแค่ไหนก็ต้องรู้จัก

 

“ใคร แอบมาทำอะไรกันในห้องนี้ วะ เกิดทำเสื้อผ้าพังขึ้นมาจะทำยังไง” เด็กหนุ่มเดินตรงไปกระชากราวเสื้อผ้าที่ปิดบังร่างของคนคู่นั้นออกโดยไม่เกรงใจ

 

พลันสายตาก็ต้องเบิกกว้าง หน้าหวานซีดเผือด เด็กหนุ่มเซผงะ ถอยหลังได้สองสามก้าวก็สะดุดกล่องใส่ของที่วาง อยู่แถวนั้นล้มลง ควอนจียงตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แล้วก็หมดแรงจะก้าวขาออกเดิน เด็กหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ชายหญิงคู่นั้นตกใจไม่แพ้กัน ทั้งคู่หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่เมื่อถูกจับได้ และร้อนรน สวมใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย

 

ควอนจียงรู้จักคนทั้งคู่เป็นอย่างดี

 

 

 

 

ช่างภาพหนุ่มรูปร่างสูงที่แสนจะคุ้นตา  และ นางแบบสาวสวยที่เขารู้จักเป็นอย่างดี

 

........................................

 

 

 

ควอนจียงนั่งนิ่งเหมือนร่างไร้ชีวิตอยู่ที่มุมห้อง มือสองข้างไร้เรี่ยวแรง  ในหัวมีแต่ภาพและเสียงอันแจ่มชัดที่ยังคงย้อนกลับมาทำร้าย

 

เขายกมือขึ้นปิดหน้าปล่อยน้ำตาให้ร่วงหล่นลง เสียงเปิดประตูดังขึ้น  ดึงสติจียงขึ้นจากหลุมดำแห่งความเศร้าโศก เขารีบเช็ดหน้าปาดน้ำตาทำตัวให้ปกติที่สุด เด็กหนุ่ม เก็บเสื้อผ้าข้าวของที่เกลื่อนกลาด อยู่กับพื้น ให้เป็นระเบียบ

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะมาหยุดเบื้องหน้า

 

“จียง อยู่ที่นี้เอง ประชุมจะเริ่มแล้วนะ” ทงยองเบ เห็นว่าจียงหายไปจากโต๊ะที่ทำงาน และยังไม่เตรียมตัวเข้าประชุมอีก เขารู้สึกแปลกใจจนต้องเดินออกตามหา

 

จียง เงยหน้าขึ้น ตาสองข้างยังคงบวมเป่ง ปลายจมูกเล็กๆแดงก่ำ น้ำตาหยดเล็กไหลรินลงจากหางตา ทงยองเบตกใจ เมื่อเห็นรุ่นน้องของเขาร้องไห้  ชายหนุ่มเดินเข้าใกล้ มือหนาเอื้อมเช็ดหยาดน้ำตาบนแก้มใส

 

“นายร้องไห้ ใครทำอะไรนาย” บก.หนุ่มถามเสียงนุ่ม ห่วงคนตัวเล็กนี้จับใจ จียงเป็นศิลปิน ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ รุ่นน้องของเขาคนนี้ อ่อนไหวเกินกว่าใครจะเข้าใจ

 

  จียงมองหน้ายองเบ สะกดความเศร้าตอบเสียงเรียบแผ่วเบา

“พี่ครับ ผมไม่สบาย รู้สึกไม่ดีเลย วันนี้ผมขอกลับก่อนได้ไหมครับ” ความจริงอาการป่วยไข้ไม่มีผลใดๆกับเขาแล้ว เขาไร้เรี่ยวแรงด้วยอาการเหนื่อยล้าและ เจ็บปวดใจจากความจริงที่ได้รับรู้

 

ทงยองเบ สงสัยในอาการของคนตัวเล็กข้างหน้า อดไม่ได้ที่จะต้องถามต่อ

“นายเป็นเหมือนน้องชายของฉันนะ มีอะไรก็เล่าให้ฉันฟังได้” ควอนจียง ฝืนยิ้มตอบรุ่นพี่ที่แสนดี

“แล้วผมจะเล่าให้พี่ฟังทีหลังนะครับ” ทงยองเบ พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต จียงค้อมตัวลง แล้วเดินออกจากห้องไป โดยมียองเบมองตามไปด้วยความเป็นห่วง

 

เด็กหนุ่มเดินหมดอาลัยตายอยากไปเก็บข้าวของที่โต๊ะทำงาน คนตัวสูงนั่นหายไปแล้ว เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะให้กับตัวเองอย่างขมขื่น

 เด็กหนุ่มเดินเตรียมจะเดินออกจากที่ทำงาน ก็พอดีกับที่ร่างสูงๆ ของซึงฮยอนเดินเข้ามา

 

“ฉันขอโทษนะ ก็นางแบบคนเมื่อกี้เขา........”ซึงฮยอนเอ่ยขอโทษ รู้สึกผิดจับใจ  จียงทำเพียงแค่พยักหน้ารับ จากภาพที่เห็นเต็มตา มันยากเกินจะทำใจลง

 

“นายไม่ต้องพูดอะไรหรอก ฉันไม่อยากฟัง” จียงตอบเสียงห้วน มือเล็กเก็บข้าวของ เดินหนีออกไปโดยมีซึงฮยอนวิ่งตาม

 

สุดท้าย โดยไม่ถามไถ่อะไรต่อ ซึงฮยอนก็ดึงดันลากควอนจียง ขึ้นรถ ขับไปโรงพยาบาลทันที ควอนจียงหมดแรง หมดอารมณ์จะโต้เถียง เด็กหนุ่มนั่งเหม่อไปตลอดทาง ซึงฮยอนเหยียบคันเร่งแทบมิด เพื่อให้ถึงโรงพยาบาลเร็วที่สุด

 

ที่โรงพยาบาล ผลการวินิจฉัย ออกมาว่า ควอนจียงเป็นไข้หวัด ส่วนชเว ซึงฮยอน ปากแผลปริต้องยืดเวลารักษาออกไปอีก หนุ่มร่างสูง นึกก่นด่าพี่เบคยองในใจ

 

‘ต้องเป็นเพราะโดนพี่เบคยอง ตบหัวไปหลายทีแน่ๆ กลับไปต้องมอมเหล้าให้เมา แล้วส่งให้พี่เท็ดดี้ทำโทษซะให้เข็ด’

 

ขณะขับรถกลับคอนโด บรรยากาศเงียบจนอึดอัด ซึงฮยอนเหล่ตามองคนข้างๆ เจ้าตัวเล็ก นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาตั้งแต่ออกจากที่ทำงาน บางครั้งซึงฮยอนรู้สึกเหมือนว่าจียงจะยกมือขึ้นขยี้ตา แต่ดูๆไปเหมือนปาดน้ำตามากกว่า

ภาพที่เห็นทำให้เขารู้สึกปวดร้าวจับใจ

 

ท้ายสุดเขาก็ทำได้แค่ ตั้งอกตั้งใจขับรถกลับคอนโด เอาเจ้าตัวเล็กนี้ไปพักผ่อน เผื่อว่า อะไรๆมันจะดีขึ้น

 

ทั้งสองเดินเข้าคอนโด พอดีกับที่โทรศัพท์ของ ชเวซึงฮยอนดังขึ้น ปลายสายคือ ทงยองเบ หนุ่มหัวตั้งเชิญเขาออกมาดื่มกาแฟ โดยบอกว่ามีงานจะปรึกษา ไม่ว่าเขาจะบ่ายเบี่ยง อิดออดเพียงไหน บก.หนุ่มก็ยืนยันให้เขาออกมาให้ได้ ประโยคที่ทำให้ซึงฮยอน ตัดสินใจออกไปเจอบก.หนุ่มคือ ประโยคที่ยองเบบอกว่า

 

“ฉันมีเรื่องปรึกษานาย เรื่องของควอนจียง”

 

ชเวซึงฮยอน เดินไปนั่งข้างๆ ควอนจียง ที่ตอนนี้นั่งกอดเข่าอยู่ตรงโซฟา ไหล่เล็กลู่ลง ดูห่อเหี่ยวน่าสงสาร  ซึงฮยอน ลูบไหล่จียงเบาๆ

“จียงจ๋า เดี๋ยวผมจะรีบกลับมานะครับ พักผ่อนไปก่อนนะ” จบคำของซึงฮยอน จียงทำแค่ พยักหน้าเบาๆ แล้วเด็กหนุ่มก็ขดตัวลงนอนบนโซฟา

 

ซึงฮยอน เป็นห่วงคนข้างๆจับจิต นึกอยากยกเลิกนัด แต่ก็ติดว่านั้นก็เรื่องของจียงเหมือนกัน ชายหนุ่มตัดใจ เดินหันหลังออกจากห้อง เพื่อไปพบกับทงยองเบ ที่ร้านกาแฟของซึงรีทันที

 

.....................................................

หลังจากเสียงประตูปิดลง ควอนจียงก็ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้หลั่งรินออกมาทันที เด็กหนุ่มร้องไห้จนไหล่เล็กๆสั่นสะท้าน   น้ำตารินไหลไม่ขาดสาย ในหัวใจเจ็บเหมือนคมมีดบางเฉือนแล้วเฉือนอีกจนไม่มีชิ้นดี หัวสมองมีแต่ภาพที่เห็นในห้องเก็บเสื้อผ้า

 

นางแบบสาวคนนั้นคือกีกี้คนรักเก่าของเขาเอง ช่างภาพหนุ่มรุ่นพี่คนนั้น ที่เขาสนิทสนมเป็นอย่างดี

 

พี่อ๊คเทคยอน

 

ภาพของกีกี้ คนรักเก่าซึ่งเขากำลังพยายามตัดใจ กำลังเริงรักอยู่กับช่างภาพรุ่นพี่ มันช่างกัดกินหัวใจ สองเสียงครางกระเส่า ใบหน้าสวยใสของกีกี้ที่เงยหน้ารับจูบของหนุ่มรุ่นพี่อย่างเต็มใจ มันยังติดตาจนจียงนึกอย่างจะควักลูกตาทิ้ง

 

คงไม่มีใครรู้ว่า ตั้งแต่โดนกีกี้บอกเลิกคราวนั้น ภายในใจของเขาเหมือนแก้วที่มีรอยร้าว เขาพยายามทำตัวเหมือนปกติทุกอย่าง พยายามเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป จะบอกว่า การที่เขามีซึงฮยอนคอยกวนหัวใจ ทำให้เขาลืมกีกี้ไปได้บ้างเป็นบางที

 

แต่

ความทรงจำทั้งหลาย

มันไม่ได้หายไป

เขายังมีความหวังว่า วันหนึ่งกีกี้ ก็คงจะกลับมาหาเขา

 

เขาแอบหวังว่า กีกี้ จะยังคงคิดถึงเขาบ้าง เหมือนที่เขายังคิดถึงเธอ

 

กระทั่งวันนี้ ความจริงที่เห็นต่อหน้าต่อตา กระทืบฝังความหวังทุกประการของเขาให้จมสิ้นฝังลงไปในธรณี

 

“จียง เอ่อ กีกี้ขอโทษด้วยนะ นี่ แฟนของกีกี้” กีกี้กอดแขน ผู้ชายตัวสูงข้างๆแน่น 

 

 

อ๊คแทคยอน เป็นช่างภาพฝีมือดี และยังเป็นหุ้นส่วนกับโมเดล เอเจนซี่รายใหญ่ของเกาหลีอีกด้วย จียงคุ้นเคยกับช่างภาพรุ่นพี่คนนี้เป็นอย่างดี ในช่วงที่คบกันมีหลายครั้งกีกี้ ขอไปปาร์ตี้กับพี่แทคยอน เขาเข้าใจว่าเพื่ออนาคตการทำงานของกีกี้ เขาจึงไม่เคยขัด เพราะความเชื่อใจในคนรัก  

 

“จียง กีกี้ขอร้องละนะ อย่าบอกเรื่องนี้กับใครเลยนะ เดี๋ยวชื่อเสียงของเราทั้งคู่จะเสียหาย” ควอนจียง ถึงกับพูดไม่ออก เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะกับประโยคที่กีกี้พูด ก่อนพยักหน้ารับ ไร้เรี่ยวแรงจะตอบออกมาเป็นเสียง เขาจะบอกใครได้ บอกให้คนอื่นสมน้ำหน้าเอาหรืออย่างไร

 

 “ขอบใจจียงมากนะ จียงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกีกี้เลย”กีกี้ จงใจพูดคำว่า “เพื่อน” ให้ แทคยอนได้ยิน

 

จียงกำหมัดแน่น สะกดอารมณ์เต็มที่ หึหึ แค่เพื่อน เท่านั้น ตลอดเวลา เรื่องที่เขากับกีกี้ คบกันถูกเก็บเป็นความลับ มีเพียง พี่ยองเบ และพี่แดซองเท่านั้นที่รู้  

 

ควอนจียงรู้สึกว่าตัวเองโง่เง่าอย่างที่สุด นึกโมโหชายหญิงตรงหน้า จนอยากจะเอามีดปาดแล้วจ้วงแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้สมแค้น ความโกรธ ความเสียใจ ประดังประเดเข้าใส่ จนเขาแทบยืนไม่อยู่  

 

เมื่อกีกี้ เดินออกจากห้องไปพร้อมคนรักใหม่ ควอนจียงถึงกับหมดแรงยืน เขารู้สึกเหมือนโลกตีลังกาพลิกกลับด้าน 

 

จบสิ้นกันแล้ว ความรักของเขา กี่ครั้งแล้วที่เขาต้องเจ็บเจียนตายเพราะรักไม่สมหวัง

 

จียงนอนร้องไห้เพราะเจ็บแค้นตัวเอง เขาไม่อยากโกรธ ไม่อยากเศร้าไม่อยากเจ็บแค้น เด็กหนุ่มอยากลืมเรื่องทุกอย่าง ควอนจียงปาดน้ำตา ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเดินโซเซไปยังห้องครัว

 

เบื้องหน้าของเขาคือมีดทำครัวหลายขนาด คมกริบสะท้อนแสงเงาวับ

 

เขาชั่งใจมองมีดแวววาวพวกนั่นอยู่อึดใจใหญ่

 

 

..................................................................................................

 

 

ซึงฮยอน นั่งลงตรงหน้าของ ทงยองเบ บรรณาธิการหนุ่ม  ยองเบมองเขานิ่ง ดวงตาเล็กๆ คมกริบ จับจ้องมาที่เขาจนรู้สึกอึดอัด จนต้องแสร้งหยิบกาแฟขึ้นมาจิบ

 

“นาย ปล้ำน้องจียงรึเปล่าวะ” จู่ๆ ยองเบก็ถามขึ้นมา คำถามขวานผ่าซากแบบลูกผู้ชาย ทำเอาซึงฮยอนที่จิบกาแฟอยู่ ถึงกับสำลักกาแฟพ่นพรวด กระเซ็นไปโดนหน้าหล่อๆของ ยองเบ หนุ่มล่ำทำหน้าเซ็ง ปน ขยะแขยง พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดหน้าของตัวเอง ซึงฮยอนวางถ้วยกาแฟลงตอบเสียงดังทันที

 

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเขาเลยพี่ นี่พี่เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย” ซึงฮยอนตอบ เขาชอบควอนจียงก็จริง แต่ทำไมทุกคนต้องคิดว่า เขาจะต้องปลุกปล้ำขืนใจไอ้ตัวเล็กนั้นด้วย เห็นเขาเป็นคนยังไงกัน

 

“ก็เห็นปกติ หื่นจะตาย” ยองเบ ตอบเหมือนรู้ว่าซึงฮยอนถามอะไรในใจ คราวนี้ซึงฮยอนถอนหายใจยาว

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรน้องเขาเลยครับพี่ น้องชายพี่ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง”ซึงฮยอนตอบหนักแน่น ไม่ได้บอกว่า ขโมยหอมแก้มไปแล้วหนึ่งที กับขโมยจูบไปอีกสองสามที

 

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ใครทำให้จียงร้องไห้”ยองเบเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นด้วยความสงสัย ซึงฮยอนก็สงสัยไม่แพ้กัน

“ว่าแล้วเชียวมิน่า ตอนไปที่ออฟฟิสวันนี้ ผมแอบหนีไปดื่มกาแฟ กับนางแบบรุ่นพี่แป๊บเดียว พอเดินกลับมา เห็นจียงท่าทางอารมณ์ไม่ดี เข้าไปขอโทษ ก็โดนโมโหใส่ ตอนอยู่บนรถก็เงียบ ซึมตลอดทาง ผมนึกว่าน้องคงป่วยเลยไม่กล้าถามอะไรมาก”ซึงฮยอนเล่าให้ยองเบฟังถึงอาการของจียงที่เขาสังเกตเห็น   ส่วนยองเบก็เล่าเรื่องในห้องแต่งตัวให้ซึงฮยอนฟัง สองหนุ่มวิเคราะห์กันไปต่างๆนาๆ ด้วยความเป็นห่วง

 

ระหว่างกำลังถกเถียงปัญหาของจียง กันอย่างเคร่งเครียดราวกับปรึกษาปัญหาระดับชาติ  เสียงกระดิ่งประตูร้านก็ดังขึ้น พร้อมร่างของหญิงชายคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้าน

 

ยองเบมองเห็นคนคู่นั้นแล้ว พลันปริศนาทุกอย่างก็ไขกระจ่าง

 

นางแบบสาว กีกี้ และ อ๊คแทคยอนช่างภาพหนุ่มหล่อ เดินอิงแอบหวานชื่นควงคู่กันมา ยองเบจำได้ว่า เห็นสองคนนี้เดินออกจากห้องแต่งตัวด้วยสภาพที่มองก็รู้ว่าไปทำอะไรกัน ก่อนที่เขาจะเข้าไปตามควอนจียงในห้องนั้น

 

‘แสดงว่าจียงคงเห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันสินะ’ ยองเบคิดในใจ บก.หนุ่ม ลุกเดินหน้าเครียดออกจากร้าน โดยมีซึงฮยอนที่ยังคง มึนงง จนจับต้นชนปลายไม่ถูกวิ่งตามมาติดๆ มือหนาของยองเบ กดโทรศัพท์รัวไปหาจียงอย่างร้อนรน เมื่อไม่มีการตอบรับจากเลขหมายปลายทาง หนุ่มหัวตั้งยิ่งเป็นห่วงหนัก เขาหันมาถามซึงฮยอนเสียงเครียด

 

“ซึงฮยอน จียงอยู่ที่คอนโดคนเดียวใช่รึเปล่า”ยองเบหันมาถาม ช่างภาพหนุ่มพยักหน้ารับ

“นายรีบกลับไปหาจียงให้เร็วที่สุดเลยนะ ไปเดี๋ยวนี้ แล้วโทรหาฉันด้วย” ยองเบรีบสั่ง เขาติดประชุมยาวจนถึงดึกใจนึกเป็นห่วงน้องชายคนเล็กนักหนา หากไปได้เองคงติดปีกไปหาแล้ว

 

“ทำไมครับพี่” ซึงฮยอนเริ่มใจไม่ดีเมื่อเห็นท่าทีของยองเบ

“จียงมันอกหัก คงเสียใจมาก ไปเถอะ ไม่รู้ว่าจียงมันจะทำอะไรบ้าๆลงไปรึเปล่า” จบคำของยองเบ ซึงฮยอนวิ่งหน้าตาตื่นขึ้นรถออกรถไปทันที

 

.......................................................................

ระยะทางจากร้านกาแฟ ไปคอนโด ไม่ไกลนัก แต่ในวันนี้ซึงฮยอนรู้สึกว่ามันไกลกว่าทุกวัน เขาเหยียบคันเร่งจนมิด จอดรถในที่ห้ามจอดของคอนโด วิ่งตาลีตาเหลือก ขึ้นมากดลิฟท์ กดจนปุ่มแทบพัง กว่าลิฟท์จะมา ปกติลิฟท์ที่คอนโดเร็วเหลือใจ แต่ในวันนี้มันกลับดูเชื่องช้าเหมือนหอยทากง่วงนอน พอประตูลิฟท์เปิดออก เขาพุ่งไปเปิดประตูห้องทันที

 

ในห้องมืดสลัว ควอนจียงนั่งคอตกไหล่ลู่อยู่บนโซฟา มีดทำครัวหล่นอยู่บนพื้นพรม แต่สิ่งที่ทำให้ซึงฮยอนตกใจแทบสิ้นสติคือ รอยแดงฉานที่เปื้อนพรมเป็นวงกว้าง ซึงฮยอนตะโกนเรียกชื่อจียงลั่น พร้อมวิ่งถลันเข้าไปหาคนตัวเล็กที่อยู่บนโซฟา

 

“จียง นายทำอะไรลงไป” ซึงฮยอนเขย่าไหล่ของจียง

 

“ฉันขอโทษนะ ทาบิ” พูดแค่นั้นคนตัวเล็กก็ปรือตาหลับลง ใบหน้าเล็กๆหวานๆ ซีดเผือดไร้สีเลือด ปากที่เคยอวบอิ่ม แห้งระแหง แก้มใสยังคงมีคราบน้ำตาเป็นทาง

 

ร่างกายผอมบางของจียง เย็นชืดอ่อนปวกเปียก อยู่ในวงแขนใหญ่ของซึงฮยอน

 

ซึงฮยอนแทบคลั่งเมื่อคิดว่าคนตัวเล็กทำอะไรลงไป

นึกด่าตัวเองในใจที่ปล่อยให้จียงอยู่คนเดียว ใจกำลังคิดว่าจะวิ่งไปตามพี่เท็ดดี้มาดูคนตัวเล็กนี้

“นายอย่าเป็นอะไรนะจียง นายอย่าจากฉันไปนะ” ซึงฮยอน พร่ำบอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สายตาเลื่อนลงไปที่ข้อมือเล็กของจียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนตัวเล็กไม่มีแผล

 

 

 

 

 

 

 

กวาดตามองลงไปบนพื้น ปรากฏ ว่ามีขวดไวน์ล้มตะแคงอยู่ ไวน์ชั้นดีสีแดงเข้มข้นที่เขาโปรดปรานหนักหนา หกรินไหลออกมาจากปากขวด ซึมเข้าไปในพื้นพรมเป็นวงกว้างจนแลคล้ายสีเลือด และรอบๆนั้น มีขวดไวน์ เปล่าๆอีกสองขวดกลิ้งอยู่    บนโต๊ะผลไม้หลายชนิดถูกสับจนแหลกละเอียดกระจุยกระจาย

 

โถ นี่คงนั่งสับผลไม้ ระบายอารมณ์ ตามด้วยซดไวน์ จนเมาละซิ ชายหนุ่มถอนหายใจรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เขาโทรไปบอกยองเบว่า จียงปลอดภัยดีไม่ต้องห่วง แล้วเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดหน้าลบรอยคราบน้ำตาให้คนตัวเล็ก

 

“นายเป็นอะไรจียง” ซึงฮยอนเช็ดหน้าและลำคอให้อย่างนุ่มนวล ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

 

คนตัวเล็กที่ตอนนี้สติเหลือไม่ถึงครึ่ง ปรือตาขึ้น ดวงตายาวรี แดงเยิ้มฉ่ำด้วยฤทธิ์ของสิ่งมึนเมา ตอนนี้จียงไม่รู้สึกว่าตัวเองเมา เขาแค่รู้สึกว่า เขาเกือบจะลืม  ลืมความเจ็บปวดทั้งหลาย  

 

แค่เกือบ แต่ยังไม่ลืม

 

 

เด็กหนุ่ม มองหน้าซึงฮยอน

 

 

“ไม่มีใครรักฉันเลย ทาบิ ฉันโดนทิ้งอีกแล้ว” จียงพูดแค่นั้นก็ ซบหน้าลงกับบ่าใหญ่ๆของซึงฮยอน

 

ซึงฮยอน นั่งตัวแข็ง คนตัวเล็กยังคงพูดต่อ

 

“ฉันอกหัก โดนทิ้งมาตลอด ไม่รู้ทำไมชีวิตฉันมันถึงต้องเศร้าด้วยความรักขนาดนี้ ฉันเจ็บจังเลยทาบิ ฉันไม่อยากทรมานแบบนี้อีกแล้ว ฉันคงไม่มีค่าเพียงพอที่ใครจะรัก ทุกคนถึงพากันทิ้งฉันไปหมด”

 

จียงพูดเหมือนเพ้อ น้ำตาหยดเล็กไหลลงอาบแก้ม ซึงฮยอนก้มหน้ามองใบหน้าหวานอาบน้ำตาแล้วก็ รู้สึกเจ็บปวด ใครกันที่ทำให้จียงต้องเสียน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่า

 

เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กนี้อีกต่อไป

 

เขาดันร่างเล็กออก มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย

นิ้วมือเรียวค่อยปาดเกลี่ยเช็ดน้ำตา จียงรู้สึกหวามไหวไปกับสัมผัสแผ่วเบา และดวงตาคมกริบแต่แสนจะอ่อนโยน

 

“นายมีค่าสำหรับฉัน กระทั่งหยดน้ำตาของนายแม้เพียงหนึ่งหยดฉันก็ไม่อยากเห็นมันอีกต่อไป” ชเวซึงฮยอนพูดหนักแน่น จียงยิ้มเบาบาง กับคำพูดนั้น

 

คำพูดที่หนักแน่นเหมือนคำสัญญา จียงไม่เข้าใจตัวเอง แค่ได้ยินเสียงของซึงฮยอนก็เหมือนความทุกข์ของเขาจะคลายลงไปเสียเกือบครึ่ง

 

“ขอบใจที่นายปลอบใจฉันนะทาบิ เอาอย่างนี้นะ เพื่อเป็นการขอบคุณ นายอยากได้อะไร ฉันจะให้”จียงยิ้มเล็กๆ ตายังคงเยิ้มปรือจากฤทธิ์ไวน์ ซึงฮยอนมองหน้าหวานๆแล้วก็ใจสั่น ทุกอย่างในโลกนี้เขามีพร้อม สิ่งที่เขาอยากได้แทบคลั่งก็คือคนน่ารักที่อยู่เบื้องหน้า ความต้องการในใจทำให้เขาพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว

 

“ฉัน อยากจูบนาย” พูดจบ ต่างฝ่ายต่างก็เงียบ จียงเงียบไปด้วยความตกใจ ซึงฮยอนเงียบเพราะรอคำตอบ ขณะที่จียงกำลังสับสนอยู่นั้น ซึงฮยอนก็โน้มใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้ จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆของไวน์ ลอยกรุ่นจากลมหายใจของจียง

 

“ถ้านายยังนิ่งอยู่ ฉันถือว่านายตกลงนะ” จียงยังคงนิ่งเงียบ ซึงฮยอนสุดจะอดทนไหว เขาก้มหน้าแตะริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มนุ่ม ปากบางแตะแผ่ว แต่เหมือนกระแสไฟรุนแรงไหลพล่านไปทั่วร่างของทั้งคู่ มือเรียวไล้ขึ้นจากหัวไหล่ ไหลไปประคองต้นคอคนตัวเล็กให้เอียงรับการจูบของเขาได้ ถนัดถนี่

 

จากที่คิดว่าจะจูบแค่แผ่วเบา แต่รสจูบหอมหวาน กลิ่นตัวหอมๆ  จียงหอมไปทั้งตัว หอมนุ่มนิ่ม น่ากอด นี่กระมังที่เรียกว่าเนื้อหอม ยิ่งจูบก็ยิ่งหลงใหล

 

ซึงฮยอนเริ่มคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เขากดจูบหนักขึ้น ปากบางงับไล้ปากอิ่มตึงของจียง ลิ้นร้อนๆควานหาความอุ่นหวานภายในอุ้งปากเล็กๆของเด็กหนุ่ม จูบของคนตัวสูงรุ่มร้อนเอาแต่ใจ ทำเอาจียงหายใจแทบไม่ทัน เด็กหนุ่ม เบี่ยงหน้าหนี แต่ก็โดนกดจูบตามอีก ซึงฮยอนจูบแล้วจูบอีก ผละจากปากนุ่มๆ  ก็จูบไปตามเนื้อนิ่มๆที่แก้ม ไล้จูบตามผิวเนียนที่ลำคอ แล้วก็วกขึ้นมาจูบปากใหม่

 

จียงตกใจกับจูบร้อนแรงที่ได้รับ มือเล็ก พยายามดันอกกว้างนั้นออก แต่ซึงฮยอนกลับรวบมือสองข้างนั้นไว้แน่น ปากเล็กโดนบดจูบจนจำต้องเผยอปากหาอากาศหายใจ คนตัวสูงกว่าฉกลิ้นเข้าควานพัวพันลิ้นเล็กดุนดันออก กลับกลายเป็นการแลกรสสัมผัสกับซึงฮยอน คราวนี้จียงทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าฤทธิ์ ไวน์ หรือ ฤทธิ์ ของรสจูบกันแน่ที่ทำเอาเขามึนเมา

 

แต่ที่แน่ๆ ซึงฮยอนไม่อาจหยุดตัวเองได้แค่จูบอีกต่อไป มือใหญ่ดึงรั้งร่างเล็กเข้าแนบอกกว้าง ริมฝีปากร้อนจูบไล้ลงมาตามลำคอ จียงตัวอ่อนอยู่ในวงแขนของคนตัวสูง แต่ก็ยังพอมีสติจะร้องถาม

 

“นายบอกแค่จูบ” จียงถามเสียงสั่น แขนขาไร้เรี่ยวแรง นึกโทษตัวเองที่อนุญาตอะไรแบบนั้นออกไป

 

“ใช่” ซึงฮยอน ยอมผละออกจากลำคอหอมนุ่ม ขึ้นมายิ้มกรุ่มกริ่มให้คนตัวเล็กในอ้อมแขน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับอนุญาตให้จูบ เรื่องอะไรจะจูบนิดเดียว ชายหนุ่มทำตาวาว

 

“จูบทุกที่ บนร่างกายนายที่ฉันจูบได้” ต่อประโยคจนจบแล้วก็ก้มลงจูบปากนิ่มๆชุ่มฉ่ำนั่นอีกที จียงได้แต่ตะลึงงัน หมดคำจะค้านกับคนเจ้าเล่ห์คนนี้

.............................................................................................

 

..........................................................................

ซึงฮยอนมองคนตัวเล็กที่หลับพริ้มไปแล้วด้วยสายตาที่อ่อนโยน เขาจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อ แล้วจูบลงบนปากนิ่ม ก่อนจะกอดก่ายร่างเล็กนั้นไว้วงแขน พริ้มตาหลับซึมซับความสุขสมนี้ไว้เหมือนจะให้ประทับอยู่ในความทรงจำ

 

คืนนั้น จียงได้สติฟื้นขึ้นตอนที่ซึงฮยอนเริ่มต้นจูบเขาใหม่ จียงต้องตอบรับจูบร้อนแรงของซึงฮยอนอีก หลายต่อหลายคราว จนกลางดึกนั้นแล้ว สองคนถึงหมดเรี่ยวแรงจะทำอะไรกันต่อ

 

จียงหลับหมดสติไปในวงแขนของซึงฮยอน หลังจากบทเพลงรักรอบที่สองจบลง ซึงฮยอนเองก็หมดแรงจนแข้งขาสั่น เดินแทบไม่รู้ทิศว่าทิศไหนเหนือ ทิศไหนใต้ เขาเดินเข้าห้องน้ำล้างตัวลวกๆ แล้วถึงเดินออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวชุบน้ำผืนเล็ก มาเช็ดตัวให้จียงที่นอนหลับไปแล้ว

 

ทั่วร่างเปลือยบอบบางเต็มไปด้วยรอยจูบ ปกติแล้วซึงฮยอนไม่ค่อยชอบสร้างรอยรักให้คู่นอนเท่าไหร่ แต่กับจียงเขากลับประทับตราไว้ทั่ว เห็นแล้วก็นึกสงสาร บนร่างกายเขาเองก็ มีรอยประทับอารมณ์อยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าคนตัวเล็กนั้น

 

ชายหนุ่มก้มลงจูบแผ่วเบาลงบนริมฝีปากอิ่มเหมือนทุกคืนที่เคยทำก่อนนอน

 

ฝันดีนะควอนจียง

 

.....................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

…...................................................

 

ในที่สุดก็จบ คนเขียนเกือบตาย

 

 


edit @ 21 Oct 2011 08:48:51 by angeliga

edit @ 21 Oct 2011 08:49:35 by angeliga

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ๊วววววว ชอบมาก ติดตามตอนต่อไปค่ะ 555

จียง นายไม่เป็นไรนะมีเทมอยู่ทั้งคน <3<3

#1 By minegd on 2011-10-21 12:13

อ๊ายย~ ตอนที่สิบ !!!

หลังจากที่อแบเข้ามาทุกวัน วันละหลายรอบ ><

ตอนแรกสงสารน้องจี แล้วรู้สึกลุ้นหนักตอนที่น้องจีไปดูมีด

คืดแบบกลัวว่าน้องจีจะทำอะไรแบบนั้น แล้วอีโป้ก็บรรยายจน คิดว่าน้องจีจะตายสะให้ได้ ...

แต่ไหง...

สุดท้าย ..






หั่นผลไม้!! ว๊ากกกกก!!

คือชั้นห่วงแกแทบตาย! -^-

แล้วตอนที่อิโป้ขอจูบ ....

เอิ่ม - -; ไรเตอร์ขา หนูเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน >//<

ในที่าุด น้องจีก็เสร็จอิโป้ สนใจโป้แหละพาทนี้ (กร๊ากก~


.....

เอาเป็นว่าสู้ๆค่ะ

ติดตามอยู่นะค่ะ


ป.ล. รายละเอียดรวมเล่มรีบมาน่ะค่ะ

หนูจะได้เก็บตังไว้รอ เย้ๆๆๆ~ (บ้าไปแล้ว

#2 By lcciil3ulcii on 2011-10-22 07:14