หัวใจท่วมรัก 4, จบ
posted on 30 Oct 2011 09:57 by angeliga in shortficตอนที่ 4
จูบมัดจำไม่รู้โรย
เช้าตรู่ ซึงฮยอน ตื่นตั้งแต่ตีห้า แปลกใจที่จียงไม่อยู่บนที่นอนแล้ว เช้าขนาดนี้จียงยังไม่น่าตื่น เขาเดินออกมาก็เห็น จียงที่ล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย ยืนมองเป้สนามของเขาอยู่
เด็กหนุ่มทำท่าเหมือนจะร้องไห้ มือเล็กสั่นระริก ค่อยหยิบเป้ที่จัดข้าวของไว้เรียบร้อย คู่กับรองเท้าคอมแบททหารขึ้นมาดู
“จียง” ซึงฮยอนเรียกเสียงอ่อนระโหย พูดได้แค่นั้นก็พูดอะไรไม่ออกอีกเมื่อ จียงหันมามองเขา ดวงตากลมที่เคยสดใส หมองเศร้า กลบด้วยน้ำตา
“คุณจะไปไหน” จียง กลั้นใจถามเสียงสั่น น้ำตาคลอ
“ผมต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่อื่น คำสั่งด่วนเมื่อคืนให้ไปวันนี้เลย เมื่อคืนคุณหลับไปแล้วผมเลยไม่ได้บอกคุณ” ซึงฮยอน อธิบาย ค่อยเดินเข้าใกล้
“ไปนานรึเปล่า” ถามโดยไม่รู้ตัว จียงไม่เคยชินกับการต้องบอกลาใคร
“ผมก็ไม่รู้ครับ คำสั่งบอกแค่ว่าต้องไป ไม่รู้ว่ากำหนดกลับเมื่อไหร่” ซึงฮยอนตอบตามจริง ชีวิตทหาร อยู่ไม่เคยเป็นหลักแหล่ง ที่ไหนต้องการกำลังทหารก็ต้องไป นายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ
“แล้ว ที่นี่จะทำยังไง” เด็กหนุ่มถามเสียงสั่น
ที่นี่ “บ้าน” ที่เขาอาศัยอยู่ ตอนนี้
“คุณอยู่รอผมก่อนได้รึเปล่า เสร็จงานผมจะรีบกลับมา คุณโทรหาผมได้ทุกวันนะครับ” ซึงฮยอนจับมือจียงแน่น เป็นครั้งแรกที่เขาอยากขัดคำสั่งนาย
“คุณให้ผมรอ ได้ใช่ไหม” เด็กหนุ่ม มองคนตัวสูง อยากได้คำอนุญาต อยากได้คำสัญญา
แทนคำตอบ ซึงฮยอนรวบตัวจียงเข้ามากอดแน่น จียงน้ำตาร่วงเผาะทันที ที่อยู่ในวงแขนแข็งแรงอบอุ่น
“รอ รอผมอยู่ที่นี่นะครับ แล้วผมจะรีบมา” ซึงฮยอนจูบลงบนกระหม่อม สูดกลิ่นหอม ของจียงไว้ ราวกับจะให้ตรึงอยู่ในความทรงจำ เขาเดินเข้าไปอาบน้ำ เตรียมตัวออกมาสวมเครื่องแบบทหาร ที่จียงเตรียมไว้ให้
จียงยืนเหม่อมองเครื่องแบบอยู่หน้ากระจก ซึงฮยอนสวมกอดคนตัวเล็กจากด้านหลัง ภาพในกระจก สะท้อนชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่ ท่อนบนเปลือยเปล่า ข้างล่างพันเพียงผ้าเช็ดตัวไว้หลวมๆ ร่างกายแข็งแรงยังพราวด้วยหยดน้ำ กับ ผู้ชายตัวเล็ก ผอมบางผิวขาวเหมือนหยวกกล้วย หน้าหวานแต่แววตาแสนเศร้า
“แต่งตัวเถอะ เดี๋ยวคุณจะไปไม่ทัน” จียงดึงตัวออก หยิบเครื่องแบบทหารส่งให้ แต่ซึงฮยอนไม่สนใจ เขาดึงร่างจียงเข้ามากอดแน่น ก้มลงจูบ หนักหน่วงดูดดื่ม
จูบเหมือนจะให้จียงจำรสจูบของเขาให้ได้นานเท่านาน จียงตกใจ อยากจะดันตัวออกห่าง แต่ซึงฮยอน จูบแล้วจูบเล่า ลิ้นอุ่นสอดเข้าลิ้มชิมรสหวานล้ำ มือใหญ่ ระเลื้อยเข้าไปเข้าไปลูบไล้ผิวเนียนใต้เสื้อยืดทหารที่จียงชอบใส่
เด็กหนุ่มสะดุ้งสะท้านกับมือหนาหยาบของซึงฮยอน แต่รสสัมผัสที่ได้กลับหวามซ่านหัวใจ มือเล็กของจียงเกาะไหล่ของซึงฮยอนแน่น ตอบรับจูบหนักหน่วงด้วยเต็มใจ
“จียง ผมไปหลายวัน คิดถึงผมบ้างนะครับ” ซึงฮยอน ประคองหน้าเล็กๆของจียงไว้ในอุ้งมือ มองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย
“อืมม ก็อย่าไปนานนะครับ ผมลืมไม่รู้ด้วย” จียงแกล้งตอบ
ซึงฮยอนยิ้มร้าย ก่อนจะก้มลงจูบอีกครั้ง คราวนี้จูบเรื่อยลงมาตามลำคอขาวเนียน มือสอดเข้าใต้เสื้อยืดของจียง แล้วดึงออกทางหัวทันที
“งั้นผมต้องทำให้คุณไม่ลืมซะก่อนแล้ว” พูดจบก็ดันร่างของจียงไปบนเตียง จูบไล้ไปตามเนินอกขาวเนียนดุจน้ำนม ละเลงลิ้นลงบนหัวนมสีสวย จียงครางยาวในลำคอ มือนุ่มนิ่มพยายามผลักไหล่แข็งแรงนั่นออก
“อือ ไม่เอา ซึงฮยอน อย่า” แม้จะร้องห้ามแต่เสียงก็อ่อนแรงเหลือคณา จียงสั่นไหวกับจูบร้อนแรง ปากนุ่มลิ้นร้อนของซึงฮยอนลากไปตรงไหน จียงก็สะท้านหดเกร็งตรงนั้น
ซึงฮยอนไม่หยุด หนำซ้ำทุกครั้งที่จูบ เขาดูดดึงประทับรอยเป็นจ้ำสีแดงทุกคราว ราวกับจะตีตราให้จียงไม่กล้าลืมเขา จูบลากลิ้นลงมาถึงสะโพกสอบ กางเกงผ้าเนื้อนิ่มของจียงถูกกระชากออก เด็กหนุ่มหดขาเข้าหากันทันทีด้วยความตกใจ
ซึงฮยอนก้มลงจูบแผ่วเบาลงบนหน้าผากเนียน ของจียง ที่ตอนนี้ตัวอ่อนหลับตาพริ้ม ทั่วร่างของจียงเต็มไปด้วยรอยรักสีกุหลาบ กว่าจะหายหมดคงกินเวลา สองอาทิตย์ได้ ชายหนุ่มประคองร่างผอมบางให้นอนลง ก้มจูบปากอีกครั้ง แล้วกระซิบริมหู
“แล้วผมจะมาจูบใหม่นะครับ อันนี้ผมขอแค่มัดจำ กลับมาเมื่อไหร่ ผมจะขอทั้งหมดแล้วนะ” จบคำก็หอมเข้าที่แก้มเนียนอีก จียงหน้าแดง กับคำขอดื้อๆ ของนายทหาร
“อือ แล้วรีบกลับมานะครับ” จียงตอบรับเสียงหวาน
สองคนเข้าไปล้างตัวแล้ว จียงก็มาช่วยซึงฮยอนแต่งตัว ตามปกติแล้วเขาชอบให้ซึงฮยอนใส่เครื่องแบบทหารมาก
แต่วันนี้
วันนี้เขาไม่อยากให้ ซึงฮยอนใส่ชุดทหารนี้เลย
เพราะเมื่อไหร่ที่ซึงฮยอนแต่งตัวเสร็จ ก็เท่ากับ ถึงเวลาต้องบอกลา
ติดกระดุมเสื้อให้ไป จียงไปก็กลั้นน้ำตาไป ไม่อยากให้ซึงฮยอนเห็นว่าเขาอ่อนแอ เดี๋ยวซึงฮยอนจะมัวเป็นห่วงเขาจนปฏิบัติงานได้ไม่เต็มที่
จนแต่งตัวเสร็จ ซึงฮยอนเดินจูงมือจียงออกมาหน้าบ้าน วันนี้ยองเบขับมอร์เตอร์ไซค์ คันใหญ่มารับ ซึงฮยอนส่งกุญแจรถกะบะในมือให้
“เอารถผมไว้ใช้นะครับ ก่อนนอนต้องโทรหาผมก่อนนะ ปิดบ้านให้เรียบร้อย ใครมาเรียกไปไหนไม่ต้องไปนะครับ แล้วถ้ามีอะไรขึ้นมา โทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ” ซึงฮยอนสั่งเสียยืดยาว ยองเบเห็นท่าทางเศร้าสร้อยของจียงแล้วก็หมดคำจะพูด จะแซว หนุ่มล่ำจอดรถแอบดูอยู่ไกลๆ ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะ
“โทรหาผมทุกวันนะ ถ้าไม่โทรละก็ ผมจะให้ลูกน้องขับมาดูถึงบ้านเลยเชียว” อยากจะจูบเสียตรงนี้แต่ก็เกรงใจสายตาคนอื่น
“อือ ซึงฮยอนไปเถอะ ทหารพระราชา ต้องเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อชาติบ้านเมือง จียงก็ต้องเสียสละเหมือนกัน ซึงฮยอนทำหน้าที่ให้เต็มที่นะครับ ไม่ต้องห่วง” เด็กหนุ่ม แสร้งยิ้มสดใสให้ เขาไม่อยากให้ซึงฮยอนต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ตอนปฏิบัติหน้าที่
“แล้วผมจะรีบกลับ รอผมนะครับ ต่อให้น้ำลดแล้ว คุณก็ต้องรอผมนะครับ” ซึงฮยอน กุมมือจียงแน่น
จียงยิ้มเศร้า จูงมือซึงฮยอนไปส่งที่รถของยองเบ
“คุณยองเบ ผมฝากพี่ซึงฮยอนด้วยนะครับ” จียงเอ่ย
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลไม่ให้พี่ซึงฮยอน มันนอกใจคุณจียงแน่นอน” หนุ่มล่ำตอบหนักแน่น ทุบอกหนาๆของตัวเองอั๊กๆ ทำนองว่า เชื่อพี่ล่ำคนนี้ได้เลย
“พอเหอะมึงอ่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะ” ซึงฮยอน ตอบด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะซ้อนรถยองเบออกไป
“ตั้งใจทำงานนะครับพี่ทหาร” จียงยิ้มกว้างโบกมือลาไหวๆ ยืนส่งจนสองคนนั้นลับตาไป
แล้วเด็กหนุ่มถอนหายใจ เขาเดินใจลอยกลับไปที่บ้าน เดินไปเปิดตู้กับข้าวแล้วก็ต้องร้องไห้ออกมา สุดจะกลั้นไหวเมื่อเห็นโน้ตที่ซึงฮยอนเขียนแปะไว้ บนจานข้าวเปล่าๆ
“วันไหนผมกลับมา จะมากินฝีมือคุณให้หายอยาก ลงชื่อ ชเวซึงฮยอน”
จียงร้องไห้น้ำตาไหลพราก เมื่อนึกถึงช่วงเวลาอบอุ่นที่อยู่ด้วยกัน เขาไม่คุ้นชินกับชีวิตทหาร จึงไม่รู้จริงๆ ว่าซึงฮยอนจะกลับมาเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเวลาประจำการของแต่ละคนจะนานไหม อาจจะหนึ่งอาทิตย์หรือ หนึ่งเดือน หรือ จนกว่าน้ำจะลด
แต่นานแค่ไหน จียงก็จะรอ
“””””””””””””””””””””””””
ซึงฮยอนถูกส่งไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยหนักในอีกจังหวัด เขาทำงานหนักทุกวัน ปวดไปทุกมัดกล้ามเนื้อ เหนื่อยแค่ไหนเขาก็ไม่ถอย เขาอดทนสู้ เพราะรู้ว่ามีชาวบ้านรอความช่วยเหลือจากทหารอยู่
เวลานี้มีเพียงเหล่าทหาญที่เสียสละตน และ เจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น ซึ่งเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้
นักการเมืองอย่าไปหวัง ซึงฮยอนทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อพยพผู้ประสบภัย แจกถุงยังชีพ จัดกิจกรรมคลายเครียดให้ชาวบ้าน ให้กำลังใจลูกน้อง รายงานข่าวผู้บังคับบัญชา ทำงานตามคำสั่ง แค่นี้วันหนึ่งของเหล่าทหารก็หมดไปแล้วอย่างรวดเร็ว
แต่ทุกวันที่ไม่ได้กลับบ้าน มันแสนจะยาวนานในความรู้สึกของทหารทุกคน
ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหน เมื่อไหร่ที่เขามีเวลาพัก เขาจะต่อสายโทรศัพท์ ถึงจียงทันที ถ้าจียงไม่รับ เขาก็ส่งข้อความไปหาแทน
ก็พอให้คลายความคิดถึงได้บ้าง
ฝ่ายจียง วันแรกที่ซึงฮยอนไป เด็กหนุ่มนอนน้ำตาซึมแทบทุกคืน อยากจะกลับบ้านตัวเองก็กลับไม่ได้ จะกลับบ้านที่กรุงเทพ ก็ยังกลับไม่ได้อยู่ดี เขาอยากออกแบบเสื้อผ้า แต่คอมพิวเตอร์ของเขาจมน้ำไปแล้ว เขาจึงต้องกลับมาใช้วิธีเดิม คือสมุด สเก็ตช์ภาพ และดินสอดำ วาดภาพทุกอย่างที่เขาอยากวาด ออกแบบชุดแบบที่เขาอยากทำ จนบางคืนก็เผลอหลับไปเฉยๆบนโต๊ะออกแบบ
เสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ของเขา ถูกสแกนส่งลงไปให้ทีมงานที่กทม จัดหาวัสดุเตรียมไว้ แต่ยังไม่ให้ลงมือตัดเย็บ
เพราะเขาจะเป็นคนลงมือเย็บชุดต้นแบบเอง และ คนแรกที่ได้ใส่ต้องเป็นซึงฮยอนเท่านั้น
วันเลื่อน เดือนคล้อย จียงนับวันเวลาคอย เกือบเดือนแล้วที่เขาใช้ชีวิตคนเดียวในบ้านหลังเล็กนี้ ดอกไม้ที่ปลูกไว้เริ่มยืนต้น สวยงาม ดอกดาวกระจายเริ่มออกดอกแล้ว แต่บานไม่รู้โรยยังไม่ออกดอกให้ชื่นชม ตั้งแต่ซึงฮยอนไป จียงก็แอบปลูกดอกไม้ไว้เยอะแยะ เต็มไปหมด
แม้จะเป็นไม้ล้มลุก แต่ก็ช่วยให้จียงคลายเหงาได้บ้าง จียงซื้อต้นมะลิมาลง เขาชอบดอกมะลิ ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ กลีบบางหอมชื่นใจ หวังว่าซึงฮยอนจะชอบ
ซึงฮยอนโทรหาเขาทุกวัน แต่ช่วงหลังนี้เริ่มติดต่อเขาน้อยลง บางทีก็ วันเว้นวัน หรือสองวันโทรมาหาเขาที จียงไม่กล้าโทรไปรบกวนมาก เพราะเกรงว่าจะทำให้ซึงฮยอนรำคาญ จึงเป็นฝ่ายรอให้ซึงฮยอนติดต่อมาเสียมากกว่า
ฝ่ายซึงฮยอน นั่นก็ทำงานหนัก ตัวเขาเองก็ไม่ต่างกัน บางวันแบกกระสอบทรายอยู่ก็แทบจะหลับกลางอากาศ จนนอนกรนสนั่นทุกคืน แต่ไม่เป็นปัญหาต่อใครทั้งสิ้นเพราะว่าทหารทุกนาย นอนกรนดังเหมือนกันหมด แดดเปรี้ยงๆ พอถึงเวลาได้พัก นอนได้ตรงไหนก็นอนตรงนั้น แดดจัดแค่ไหนก็หลับกรนกันลั่น
ฝ่ายไอ้ล่ำยองเบนั้น ไม่รู้มันอึดขนาดนั้นได้ยังไง ไม่เคยเห็นมันทำท่าหมดแรงเสียที
“พี่มึงนั่งหงอยเชียวนะไม่รีบนอนพักวะมึง เดี๋ยวไม่มีแรงนะเว้ย” ยองเบตบบ่า รุ่นพี่ที่รัก ก่อนทำท่าจะหาที่เอนนอน เขาเหนื่อยเหมือนคนอื่นๆ แต่ทหารเวลานี้ไม่มีคำว่าถอย ภัยธรรมชาติยิ่งใหญ่แค่ไหน ทหารยิ่งต้องทุ่มเมกำลังกายใจให้ยิ่งใหญ่เท่านั้น
ยามเหนื่อยอ่อนได้กำลังใจ ได้น้ำคลายกระหาย ได้ประชาชนทั่วไปที่มาร่วงแรงร่วมใจ ก็ทำให้เหล่าทหารมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาอีกหลายเท่า เขาเชื่อว่าความสามัคคีของคนในชาติมีพลังยิ่งใหญ่มากกสิ่งใด
ซึงฮยอนเอนกายลงนอนข้างรุ่นน้อง ถามยองเบเบาๆ พอได้ยินกันสองคน
“มึงว่าจียงเขาจะคิดถึงกูบ้างรึเปล่า”
“ถุย พี่มึงนี้เหมือนเด็กแรกรัก โทรหาเขาทุกวันขนาดนั้น เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดถึงมึง กูบอกแล้วให้เว้นระยะบ้าง” ยองเบหลับตาตอบ อยากหลับเต็มแก่ ไอ้รุ่นพี่อินเลิฟนี่จะมาถามอะไรตอนนี้
“กู เว้นแล้วนะ แต่จียงไม่โทรมาหากูก่อนเลย ยองเบน้องเขาลืมกูแล้วรึเปล่าวะ” ทหารหนุ่มแสนจะกลัดกลุ้มหัวใจ แต่คำตอบของยองเบคือความเงียบ
และเสียงกรนดังลั่น
“ไอ้ห่า หลับง่ายหลับดาย” ซึงฮยอนส่ายหัว ความคิดถึงรุมเร้าจนเขาทนไม่ได้ ต้องต่อสายโทรศัพท์ไปหาจียง ปลายสายรับอย่างยินดียิ่ง
“ซึงฮยอน เป็นยังไงบ้าง” จียง ถามเสียงสดใส
“เหนื่อย แต่ทนได้ เป็นหน้าที่ครับ จียง คิดถึงผมบ้างรึเปล่า” ซึงฮยอนอ้อนถาม
“อือ แต่เห็นไม่โทรมา จียงนึกว่ายุ่ง เลยไม่กล้าโทรไป” ได้ยินคำตอบซึงฮยอนก็แสนจะชื่นใจ
“โทรมาเถอะ ถ้าผมรับสายไม่ได้ เดี๋ยวผมจะรีบโทรกลับนะครับ”
พอวางโทรศัพท์จากจียงแล้วซึงฮยอนแสนจะอิ่มเอิบหัวใจ ยิ้มร่าเอนตัวนอนหลับได้
.................................................
หลังจากนั้นอีกเกือบอาทิตย์ ซึงฮยอนจึงได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ เนื่องจากมีกำลังพลผลัดใหม่เข้ามาเสริม ความห่วงสถานการณ์ชาติบ้านเมืองทำให้เขาอาสาอยู่ต่อ แต่เจ้านายก็ยืนยันจะให้กลับไปพัก และมีคำสั่งให้ดูแลพื้นที่เดิมในจังหวัดของตนเอง
แม้ซึงฮยอนจะยืนกรานขออยู่ต่อแค่ไหนก็ไม่มีผล ชายหนุ่มเก็บของกลับบ้านพร้อมลูกน้อง รวมทั้งยองเบด้วย
“พี่มึงควรจะดีใจนะจะได้กลับไปหาเมีย”ยองเบพูดระหว่างเดินทางไปขึ้นรถทหารด้วยกัน
“กูก็ดีใจ แต่กูห่วงงาน” ยองเบตบบ่ารุ่นพี่
“มึงมัวแต่ห่วงงานนี่ล่ะ ถึงไม่มีเมียสักที นี่พี่ มึงเอากับผู้หญิงครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” ยองเบถามซื่อๆ แต่เล่นเอาซึงฮยอนสะดุ้งแทบโดดถีบ
“ห่านี่เรื่องของกู” ตอบไปก็แอบคิด นั่นสิ ครั้งสุดท้ายที่ทำ ก็ทำกับจียง แถมยังไม่ได้ทำอะไรกันมากด้วย
ยองเบส่ายหัว เป็นห่วงอนาคตรุ่นพี่ตัวเองเหลือคณานับ
พอรถจอดถึงหน้าค่าย บางส่วนก็แยกย้ายขับรถกลับเอง รวมถึงยองเบที่อาสาขับไปส่งรุ่นพี่ที่รักของเขาถึงบ้านด้วย แต่พอถึงบ้านตัวเองก็จอด พรืด วิ่งเข้าบ้านหยิบถุงใส่ของบางอย่างติดมือออกมา พร้อมเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหารุ่นพี่ที่รัก
“อะไรของมึงไอ้ล่ำ กูอยากกลับบ้าน” ซึงฮยอนถามด้วยความหงุดหงิด เขาอยากกลับบ้าน อยากอาบน้ำ และ อยากกอดตัวนุ่มๆของจียงใจจะขาด
“น่าพี่ กูมีของจะให้ อ่ะ นี่ใหม่แกะกล่องนะครับ ซื้อมายังไม่ได้ใช้ ให้พี่เลย” ยองเบ โยนของในมือตัวเองให้ ซึงฮยอนรับมาแกะดูแล้วก็อยากจะเขวี้ยงทิ้ง
“ไอ้ห่า มึงเอามาให้กูทำไม”
“ก็มึงต้องใช้นี่ พี่ มึงเชื่อกู เอากลับบ้านไป รับรองได้ใช้” ยองเบ รับประกันแข็งขันจับของทั้งหมดในถุงยัดใส่กระเป๋าเป้ของรุ่นพี่ซึงฮยอนอย่างดี
แล้วขับรถพากลับไปส่งที่หน้ากระไดบ้าน ก่อนจะจากมา มีการสั่งกำชับอีกว่า
“แล้วก็นะพี่ คืนนี้มึงช่วยตัวเองสักทีก่อนนะ ไม่ได้เอาใครมาตั้งนาน เดี๋ยวพอจะเอาน้องเขาจริงๆล่มปากอ่าวอายเขาตายห่า” พูดจบก็ซิ่งรถออกไปทันทีไม่รออยู่โดนตีน
ซึงฮยอนได้แต่ฮึดฮัด อยู่ในใจ ก่อนจะหันหลังวิ่งขึ้นบ้านเสียงดังโครมคราม ตะโกนเรียกจียงดังลั่น
“จียงคร๊าบบบบ ผมกลับมาแล้ววว”
เงียบ ทั้งบ้านว่างเปล่า มองดูที่โรงจอดรถ รถเขาก็ไม่อยู่ แถมคนตัวเล็กลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านอีก มิน่าโทรหาเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับ ซึงฮยอน แทบคลั่งตายด้วยความคิดถึง
เขาเดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำ แล้วก็คิดถึงแต่หน้าของจียง คิดถึงรูปร่างบอบบาง ผิวขาวๆ แล้ว
แล้ว
อะไรๆของเขามันก็ดันแข็งขึ้นมาได้ อยากจะทำให้มันสงบมันก็คงมีแค่วิธีเดียว
อ่าห์ จียงไปไหนกันน๊า อยากมีคนมาช่วยจริงๆเลยเชียว
........................................
ฝ่ายจียง ได้ข่าวว่าน้ำในอำเภอที่ปลูกบ้านไว้ลดลงบ้างแล้ว เด็กหนุ่มสุดแสนจะดีใจ จึงรีบขับรถไปดู เจ้ากรรม ลดลงแต่บางส่วน แต่ปากทางเข้าบ้านของเขาน้ำยังคงท่วมสูง จนไม่สามารถขับรถเข้าไปได้ จียงได้แต่ ปลง ขับรถกลับบ้าน ขากลับแวะซื้อของกินที่ตลาด กว่าถึงจะบ้านก็เย็นย่ำ
จอดรถนิ่งสนิทแล้ว เดินขึ้นบ้าน เขาก็ต้องหัวใจเต้นแรง เมื่อเห็นรองเท้าคอมแบท วางคู่อยู่กับเป้สนาม เขาขยี้ตา เดินเข้าไปดูจนใกล้ แล้วถึงรู้ว่าไม่ได้ตาฝาดไป จียง เปิดประตูห้องนอนเข้าไปทันที
ชเวซึงฮยอน อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว มีตราทหาร กางเกงขาสามส่วน ในหน้าหล่อเหลาคร้ามแดด ร่างกายดูซูบผอมลงไปจากเดิม จียงใจสั่นน้ำตาคลอ จนต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้นไว้ อยากจะเดินเข้าไปกอดซึงฮยอนใจจะขาด แต่กลัวว่าซึงฮยอนจะตื่น จียงทำแค่เดินเข้าไปมองใกล้ๆ มองให้แน่ใจว่าเป็นซึงฮยอนตัวจริง เด็กหนุ่มก้มลงจูบแก้มสากนั้นแผ่วเบา แล้วจึงเดินออกมา ดูท่าทางเหนื่อยขนาดนั้น ปล่อยให้หลับไปก่อนดีกว่า
เด็กหนุ่มงับประตูปิด แล้วยืนร้องไห้เงียบๆด้วยดีใจที่ซึงฮยอนปลอดภัยกลับมาได้ จียงเข้าครัวทำอาหารเตรียมไว้ ข้าวผัดห่อไข่ โรยหน้าด้วยหมูหยอง แล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำบ้าง ด้วยเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัว
เดินกลับเข้าไปในห้องนอนอีกที ทหารหนุ่มก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น จียงได้แต่นั่งอยู่ข้างเตียงมองซึงฮยอนตอนหลับแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเอง อดใจไม่ไหวตั้งใจจะก้มลงจูบแก้มอีกทีแล้วหนีออกไปนั่งออกแบบเสื้อผ้าต่อเงียบๆ
แต่พอก้มหน้าจนชิดใกล้ กำลังจะจูบแก้มให้หายคิดถึง คนตัวสูงก็ดีงตัวเขา เข้าไปกอดไว้เสียแน่น จนจียงตกใจ
“โอ๊ะ คุณตื่นอยู่แล้วนี้ ใจร้ายที่สุด” จียงดิ้นปัดอยู่ในวงแขนของซึงฮยอน ทหารหนุ่มทำแค่หัวเราะในลำคอ กดจูบลงบนแก้มนิ่มๆหอม ผมจียงยังเปียกอยู่เพราะเพิ่งสระผมเสร็จ
“ใครว่า ผมตื่นละ ผมหลับอยู่ดีๆ ก็มีคนมาปลุกผมต่างหาก” ซึงฮยอนกอดจียงแน่น สูดกลิ่นหอมของจียองเข้าปอดจนชื่นอุรา
อ่าห์ คิดถึงจังเลย ชายหนุ่มร้องครางในหัวใจ
“ผมยังไม่ได้ปลุกสักหน่อย” จียงอายจนหน้าแดงไปหมด ตอนนี้เขานอนคว่ำทับซึงฮยอนตลอดร่าง ไม่น่าแปลก ที่จะรู้สึกถึงความแข็งขึงกลางลำตัวของชายหนุ่ม
“อือ แต่ผมตื่นแล้วนี่ ตื่นนน ทั้งตัวเลยด้วย” ซึงฮยอนตั้งใจเน้นคำว่าตื่น มือหนาใหญ่ตะปปอยู่ที่สะโพกกลมกลึม ขยำเล่นด้วยรู้สึกหมั่นเขี้ยวนัก แล้วโน้มคอจียงให้ลงมาจูบ ซึงฮยอนประคองหน้าจียงไว้ส่งจูบเร่าร้อนบ่งบอกทุกความปรารถนาไปสู่คนตัวเล็ก แล้วพลิกให้จียงลงมาอยู่ใต้ร่าง
นายทหาร หัวเราะในลำคอ อุ้มร่างบอบบางของจียง เดินโทงๆไปห้องน้ำไม่วายจูบย้ำไปตามคอขาวๆ แล้วถามต่ออีก
“งั้นคืนนี้ทำกันทั้งคืนเลยนะ” จบคำถาม จียงถึงกับมองหน้าทำตาโตใส่ด้วยความตกใจ ครั้งเดียวยังหมดแรงจนขาสั่น ทำทั้งคืนไม่แย่หรือนี่
“ทะลึ่ง หื่นเกินไปแล้วนะ” จียงทุบไหล่กว้าง ด่าเบาๆ แต่ซึงฮยอนคงคิดว่าเป็นคำชม
“เอ๊า ก็เมียผมน่ารักขนาดนี้ ไม่ให้หื่นได้ยังไงไหว” ซึงอยอนวางจียงลงเมื่อถึงห้องน้ำ คนตัวเล็กหน้าแดงจัด ตักน้ำสาดใส่ซึงฮยอน ด้วยหมั่นไส้
“บ้า พูดออกมาได้ไม่อาย”
“อายทำไมก็จียงเป็นเมียผมแล้วจริงๆนี่” ซึงฮยอนจับมือเล็กไว้ทันก่อนจียงจะซัดเข้าให้อีกผัวะ
“ไม่เอาไม่ให้ทำแล้ว ไอ้หื่น” จียงหน้างอ อายแสนอาย แต่ที่พูดมานั้นเรื่องจริงทั้งนั้น
แหม ความจริงมันน่าอายออก
.....................
กว่าจะอาบน้ำเสร็จ ก็นานสองนาน คนตัวสูงนัวเนีย จับโน่น ขยำนี้ หนุบหนับไม่ห่าง จนจียงหมดแรงจะห้าม ท้ายสุดก็โดนเอาในห้องน้ำอีกเป็นรอบที่สอง คราวนี้มันเร่าร้อน รุนแรง ตื่นเต้น และยาวนานกว่าเดิม จนสองคนหมดเรี่ยวแรง จียงหวีดร้องเสียงหวานทันทีที่ถึงจุดสุดยอด ฝ่ายซึงฮยอน เองขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ ได้แต่กอดจูบซบอยู่กับหลังเนียนของจียง จนท่อนลำมันอ่อนตัวหลุดมาเอง แล้วจึงแข็งใจ อาบน้ำทำความสะอาด อุ้มจียงออกไปที่ห้องนอน
สองคนจูบพร่ำสลับคำหวานระบายความคิดถึง จนหลับไป
ก่อนสติจะวูบดับลง ซึงฮยอนรู้สึกว่า
จียงทำเขาเหนื่อยกว่าแบกกระสอบทรายทั้งวันเป็นไหนๆ
แต่เหนื่อยแบบนี้ เขาก็ยอม
..................................
เช้าตรู่ จียงตื่นก่อน จัดการทำควาสะอาดตัวเอง มองรอยจูบแต่ละรอยที่ซึงฮยอนฝากไว้ให้ ใจก็กระหวัดคิดไปถึงบนรักเร่าร้อนเมื่อคืน หายไปเป็นเดือน กลับมาซึงฮยอนดูเหมือนจะยั้งมือไม่ค่อยอยู่ รุนแรงจนเขาสะท้าน ปวดเมื่อยไปทั้งตัว
“คืนนี้จะใช้นวดให้เมื่อยมือเลยคอยดูเหอะ” เด็กหนุ่มเดินเข้าครัว เปิดตู้กับข้าวก็ต้องแปลกใจ เมื่อจานข้าวผัดที่เตรียมไว้เมื่อคืนหายไปแล้ว มีโน้ตแปะอยู่แทน
“อร่อยเหมือนเดิม แต่ผมยังไม่หายอยากเลยครับ คืนนี้......ให้ผมกินใหม่นะ, ซึงฮยอน”
อ่านโน้ตแล้วก็ต้องหน้าแดง เมื่อนึกถึงว่า อะไรที่ซึงฮยอนอยากกิน
..............................
สองสามวัน ผ่านไปสองคนแทบไม่ได้ออกจากบ้าน ความจริง แทบไม่ได้ออกจากห้องนอนมากกว่า ซึงฮยอนดูเหมือนจะมีความต้องการร้อนแรงได้ตลอดเวลา จนจียงแทบจะสำลักความสุขตาย
จนท้ายสุด จียงต้องยื่นคำขาด
“สามวันครั้ง” จียงบอกเสียงเข้ม
“ไม่เอา ตั้งสามวัน” ซึงฮยอน ต่อรอง
“งั้นสองวันทีนึง” ยอมลงมาให้นิดนึง ซึงฮยอนทำหน้างอ ก็จียง น่ารักขนาดนี้ เขาเองก็ยังหนุ่มแน่น เห็นหน้าหวานๆ ผิวขาวๆทีไรก็อดใจไม่อยู่ไม่เห็นใจกันบ้างเลย
แต่คิดอีกทีเขาก็ไม่อยากได้ชื่อว่าบีบบังคับเมีย
“ก็ได้” เดินเข้ามาจนชิด กระซิบริมหู “แต่ระหว่างนั้นทำอย่างอื่นได้ใช่ไหม แล้วถ้าจียงทนไม่ไหวอย่ามาร้องขอนะ”
..............................................
วันหนึ่งยามบ่าย หลังจากซึงฮยอนกลับจากออกพื้นที่เร็วกว่าปกติ
“ซึงฮยอน ผมอยากกลับไปดูบ้าน พาผมไปดูหน่อยสิครับ” จียงเริ่มอยากกลับไปดูบ้านที่ปลูกไว้ ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลด จนสามารถขับรถใหญ่เข้าไปได้แล้ว
ซึงฮยอน เลยขับพาไปดูบ้าน
พอเห็นสภาพบ้านแล้วจียงก็แทบทรุด แม้ซึงฮยอนจะบอกว่ามันซ่อมได้ แต่จากการประเมินด้วยสายตาแล้ว กว่าจะบูรณะให้ดีเหมือนเดิม คงใช้เวลาเป็นเดือนๆ
จียงนั่งคอตกอยู่ตรงโต๊ะไม้หน้าบ้าน ดอกมะลิที่ปลูกไว้เริ่มออกดอกส่งกลิ่นหอมรวยริน ดาวกระจายร่วงลงไปบ้างแล้วแต่บานไม่รู้โรบหลากสีกำลังผลิบาน ซึงฮยอนเดินมาสวมกอดจากด้านหลัง
“คิดถึงบ้านหรือจียง” กดจูบลงบนกระหม่อม
“อือ แต่ไม่เป็นไรหรอก บ้านซ่อมใหม่ก็ได้ ไว้น้ำลด ผมค่อยลงไปคุมงานที่กรุงเทพ เสร็จงานก็กลับมาดูบ้านที่นี้ใหม่” จียงตอบ ตอนนี้ระดับน้ำโดยทั่วไปเริ่มลดจนสัญจรไปมาได้ แต่ปริมาณน้ำในกรุงเทพ กลับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนเขานึกเป็นห่วง บ้านและร้านที่นั่น แต่พี่สาว ของเขาก็ยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ซึงฮยอนใจหายวาบ พอน้ำลดเมื่อไหร่จียงก็คงจะไปจากเขา
“แล้วคุณจะกลับมาหาผมรึเปล่า” คราวนี้ทหารหนุ่มเป็นฝ่ายอ้อน ดวงตาคมหวานอ่อนเชื่อม
จียงลุกขึ้นยืนหันมากอดคนตัวสูง
“มาสิครับ ผมจะไม่มาได้ยังไง ก็ผมเป็นของคุณแล้วนี่ครับ ตั้งแต่วันที่คุณช่วยชีวิตผมไวจากน้ำนั้นไงละ”จียงเงยหน้า มองดวงตาคมของซึงฮยอน
“ผมเป็นของคุณทั้งตัวทั้งหัวใจ”จียงพูดหนักแน่น
“ซึงฮยอนเห็นดอกบานไม่รู้โรยไหม”เขาถาม ซึงฮยอนพยักหน้า รู้สึกตัวลอยพองฟูกับคำพูดของจียง
“มันมีความหมายว่า รักไม่รู้โรยรา”
“เหมือนความรักของผมที่มีให้คุณ” พูดจบจียงก็เขย่งตัวขึ้นจูบซึงฮยอนเบาๆ
ซึงฮยอนใจเต้นแรงกับคำบอกรักอันสวยงามของจียง เขารู้สึกเหมือนมีดอกบานไม่รู้โรยหลากสีบานขึ้นพร้อมกันเป็นพันดอก ชายหนุ่มก้มลงจูบจียง แผ่วเบา มองสบตาหวานจนจียงสะเทิ้น
“ผมร้อยเอก ชเวซึงฮยอน ก็จะรัก คุณควอนจียง ไม่รู้โรยรา เช่นกันครับ”
สองร่างสวม กอดกันแนบแน่น ในเวลาตะวันจะลาลับฟ้า แต่หัวใจสองดวงกลับเจิดจ้าด้วยความรักอันสวยงาม
..............................................................
แถมพก
“หู้ยยย พี่ซึงฮยอนแม่งหวานไม่อายฟ้าดิน กูละเลี่ยน หายไปหลายวัน นึกว่าตายห่าไปแล้ว แม่งที่ไหนได้ จมทะเลน้ำตาลกันนี่เอง”
ยองเบ บ่นพึมพำกับตัวเอง หนุ่มล่ำ ปั่นจักรยานมาหารุ่นพี่สุดที่รัก ด้วยความเป็นห่วง
แล้วก็ต้องส่ายหัว กับความคิดมากของตัวเอง รู้อย่างงี้กูนอนชักว่าวอยู่บ้านดีกว่า
“เฮ้อทำไมครับ ทำไมหนุ่มหล่อล่ำอย่างผมต้องอยู่ตัวคนเดียวด้วย” ยองเบแหงนหน้ามองฟ้า รำพึงกับตัวเอง
“ก็เพราะมึงหื่นเกินไปยังไงละไอ้ล่ำ” เสียงหวานใสแต่หยาบคายเหลือใจ จนยองเบสะท้าน ดังขึ้นเบื้องหลัง หนุ่มล่ำหันไปเห็นแล้วก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อเห็นเจ้าของเสียง
“แองจี้ มึงมาได้ยังไง”
“ก็กูเรียนจบแล้ว กูก็กลับมาเมืองไทยสิมึง มายืนบ่นห่าอะไรอยู่ตรงนี้” สาวสวยแต่สุดแสนจะห้าวโหดนามว่าแองจี้เดินเข้ามาหา ยองเบกลืนน้ำลายลงคอ
“กูไม่ได้บ่นครับ กูรำพึง” แองจี้เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเขาเอง ตอนเด็กๆ ไอ้นี้โหดยังกับผู้ชาย โดดน้ำลุยคลอง ตกปลา ปั่นจักรยานไล่กวดหมากันมาตั้งแต่เด็กๆ กว่าจะรู้ว่ามันเป็นผู้หญิงก็ตอนมันมีนมนั้นแหล่ะ
แถมโตมามันยังสวยซะจนหนุ่มๆในค่ายจีบกันเกรียวกราว แม่คุณทั้งสวย สูงโปร่ง อวบอัด แต่ห้าวยังกับผู้ชาย เมาเหล้าทีก็เป็นหน้าที่ของเพื่อนรักยองเบอุ้มกลับบ้าน ไม่ได้ห่วงอะไรมาก แต่ไม่ชอบเวลาแองจี้มันโดนคนอื่นอุ้มมันหงุดหงิดหัวใจ ยังไงชอบกล
“แหม น้ำหน้าอย่างมึงอะนะ มีรำพึง มานี่ ไอ้ล่ำปั่นจักรยานไปส่งกูที่บ้านเลย กูเดินมาหามึง เนี่ยะ ขาแทบหัก แม่กูใช้ให้เอาของฝากมาให้มึง” สาวสวย โยนของฝากในมือให้ ยองเบรับแอ๊ก หนักจนตัวแอ่น หรือเพราะว่าเขาไม่มีแรง เวลาอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้
“แล้วรถมึงละ” ยองเบถามด้วยความสงสัย บ้านนางอยู่ไม่ไกลจากค่ายทหารมากนักแต่ ก็ไม่ได้ใกล้เกินจนเดินมาไหว
“กูจอดไว้หน้าค่าย ลุงจ่าคนใหม่เขาไม่เคยเห็นหน้ากูมั้ง เลยไม่ยอมให้กูเอารถเข้ามา สงสัยกลัวกูเอาระเบิดมาถล่มค่ายมึง” แองจี้พูดขำๆ เด็กๆ พ่อเธอเป็นทหาร แองจี้มาวิ่งเล่นที่นี้บ่อยจนคนในค่ายจำได้หมด จนโตเป็นสาวเธอก็ยังเข้ามาวิ่งเล่นในค่ายประจำ
ยองเบรับของไปสะพายไว้ด้านหน้า แองจี้กระโดดขึ้นซ้อนท้ายจักรยาน เนื้อตัวนุ่มแน่น เสียดสีแผ่นหลังแข็งแรงของชายหนุ่มจนยองเบสะท้าน
“แองจี้ นมมึงใหญ่ขึ้นรึเปล่า” ถามพล่อยๆออกไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่า หาเรื่องตาย
“ไอ้หอก ลงเลย มานี้กูปั่นเอง มึงวิ่งตามมาเลยไอ้ล่ำ” แองจี้หน้าแดง ผลักยองเบลงจากรถแล้วขึ้นปั่นจักรยานเอง ปล่อยให้นายทหารผู้โชคร้าย วิ่งแบกเป้ตามมา
“โธ่ น้ำท่วมครับ พี่ท่วมทั้งเมืองยังไม่พอ พี่น้ำท่วมต้องส่งไอ้แองจี้นี่กลับมาหาผมด้วย ผมขอแบบหวานๆเหมือนรุ่นพี่ผมไม่ได้รึไงครับ” ยองเบวิ่งตามจักรยานของตัวเองที่ตอนนี้โดนยึดไปแล้ว รำพึงรำพันกับน้ำท่วมและฟากฟ้าอย่างน่าสงสาร
“รอกูด้วยแองจี้ มึงอย่าทำอย่างงั้นเดี๋ยวจักรยานกูพัง” ยองเบตะโกนโวยวายเมื่อเห็นแองจี้ทำท่าจะโชว์ปั่นจักรยานผาดโผนกับรถจักรยานแม่บ้านเก่าๆของเขา
ชีวิตทหารมันน่าสงสารจริงๆนะครับ
จบบริบูรณ์
.......................................................
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการล้วนๆหากมีตรงไหนไม่สมจริงหรือไม่เหมาะสมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ข้าพเจ้าเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้น ในระหว่างที่บ้านเมืองกำลังประสบอุทกภัยใหญ่หลวง ทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชน ต่างร่วมมือร่วมใจกัน ช่วยเหลือกันทุกวิถีทาง เพื่อพยายามผลักดันปริมาณมหาศาลของน้ำไม่ให้เข้าท่วมเมืองหลวง
โดยแรงงานที่มีบทบาทสำคัญที่สุดตั้งแต่เริ่มเกิดมหาภัยพิบัติครั้งนี้คือ ทหาร จากทุกเหล่าทัพ ทั้ง กองทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ
กำลังพลทุกหน่วยถูกเกณฑ์มาเพื่อปกป้องบ้านเมือง จากข้าศึกที่รับมือได้ยากที่สุดในชีวิตทหาร
ข้าศึกจากภัยธรรมชาติ ที่มีนามว่า “อุทกภัย”
เหล่าทหารหาญ ทุกชั้นยศ โดยเฉพาะทหารเกณฑ์ ทำงานกันหนักจนแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อน ข้าวก็แทบจะไม่ได้กิน เพราะชาวบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ มีมากกว่าจำนวนทหารหลายเท่า
ข้าพเจ้าสะท้อน สะเทือนใจยิ่งนักกับความยากลำบากของเหล่าทหารหาญ แม้จะเหนื่อยกายจนสายตัวแทบขาด แต่เหล่าทหารไม่เคยหยุดเพื่อประชาชน
ทั้งหมดทั้งมวล จึงทำให้เกิดนิยายรักระหว่างมหาภัยพิบัติเรื่องนี้ขึ้นมา เหมาะสมหรือไม่ อย่างไรแล้วแต่ผู้อ่านจะพิจารณา
ขอบพระคุณทุกท่าน ที่ติดตามอ่านผลงานedit @ 30 Oct 2011 10:12:19 by angeliga
edit @ 12 Mar 2012 22:48:11 by angeliga

#1 By bambam (49.48.120.110) on 2011-11-03 20:27