หัวใจท่วมรัก ตอนพิเศษ ยองเบกับแองจี้
posted on 03 Nov 2011 10:05 by angeliga in shortficหัวใจท่วมรัก ตอนพิเศษ ยองเบ แองจี้
“แองจี้มึงเมาแล้วนะ” ผมละกลัวจริงๆเลย เวลาเห็นไอ้นางฟ้าคนนี้มันเมา เวลาปกติมันก็เอาแต่ใจจะแย่อยู่แล้ว ถ้าเมาไม่ต้องพูดถึงครับ แม่คุณฤทธิ์เยอะอย่าบอกใคร
“อาร๊ายยยยยยยย ไม่เมา แค่นี้เองจี้ไม่เมา” สาวสวยตอบกลับมาเสียงสูงปรี๊ด ตาปรือเยิ้ม ดูภายนอกเหมือนไม่เมา แต่จริงๆ แล้วมันเมาแล้วครับ ลองยิ้มหวาน ให้ชาวบ้านไปทั่วแบบนี้ ชัวร์
เมา แต่ ยัง สวยไม่มีหลุด นี้ละมันละ
แองจี้ สวยมาก สวยชนิดที่ผมไม่เชื่อว่าเด็กผู้หญิงที่ลุยโคลน โดดน้ำ ตกปลา ปั่นจักรยานผาดโผนอย่างมันจะโตมาสวยขนาดนี้ได้ ผิวขาวจั๊วะ ขาวเนียนไปทั้งตัวทั้งที่ไม่เคยเห็นว่ามันจะทาโลชั่นหรือไปเข้าสปาอะไร ดวงตายาวรีแบบสาวหมวย แต่เวลาเที่ยวกลางคืนแบบนี้มันชอบกรีดอายไลเนอร์เสียคมกริบ มันก็สวยดีละครับ สวยเกินไป จมูกโด่งไม่ต้องทำศัลยกรรม ปากอวบอิ่ม แบบที่เพื่อนๆหื่นๆ หลายคนของผม บอกว่า
“ปากเจ่อๆแบบนี้จูบมันส์นักละ” ได้ยินทีไร ผมก็อดขำไม่ได้ มึงไม่ทันได้จูบมันส์ หรืออะไรหรอกนะเพื่อน มึงจะโดนตีนมันเสียมากกว่า
และทุกคนลงความเห็นว่าแองจี้เป็นคนที่เซ็กซี่ส์มาก ไม่ได้ผอมแห้ง แบบที่สาวๆตอนนี้นิยมกัน แต่แองจี้ชอบออกกำลังกาย รูปร่างจึงอวบอัดสมส่วนกลมกลึงไปทั้งตัวเหมือนรูปสลัก นอกจากนี้ แม่คุณยังสูงโปร่ง สูงกว่าผมอีกครับ ก็ไม่ได้สูงกว่ามากนะ แต่คุณเธอเล่นใส่ส้นสูงสี่นิ้วแบบนี้ ผมก็ดูเป็นคนแคระไปเสียเท่านั้น
วันนี้ผมได้หยุดครับ สถานการณ์น้ำท่วมในบ้านเมืองกลับมาเป็นปกติแล้ว ผมได้รับอนุญาตให้พัก อาทิตย์หนึ่งก่อนจะต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ ผมได้นอนกลิ้งๆเกลือกๆอยู่บ้านแค่สามวัน พอแม่นางแองจี้กลับมาถึง ก็ลากผมลงมาเที่ยวภูเก็ตทันที โดยให้เหตุผลสั้นๆว่า
“เดี๋ยวมึงไปทำงานแล้วไม่ยอมมาเที่ยวทะเลกับกู” เสร็จสรรพ มันก็สั่งให้ผม จัดกระเป๋า ลากผมขึ้นเครื่อง มายังไข่มุกอันดามันแห่งนี้ทันที
โธ่ เอาเวลาพักแสนสุขของผมกลับมาเถอะครับ
เหตุผลหนึ่งที่ผมยอมมาเพราะท่านพลโทปาร์ค เท็ดดี้ พ่อของแองจี้โทรมาฝากฝังมันไว้กับผมดิบดี แล้วมีหรือทหารชั้นผู้น้อยอย่างผมจะขัดได้ ผมเลยกลายเป็นทหารติดตามตัว นังแองจี้ไปโดยปริยาย
มาถึงวันแรก ยังไม่ทันได้ทำอะไร มันก็แต่งตัวเสียสวยเช้ง ออกคำสั่งให้ผมขับรถมาเที่ยวคลับ ที่รีสอร์ตหรูระดับสิบดาว ชนิดที่ผมไม่มีปัญญาจ่ายแม้กระทั่งค่าน้ำเปล่าทีนี้ละครับ
แหม เงินเดือนทหารมันน้อยนะครับคุณ
ส่วนแองจี้ไม่ต้องพูดถึง ขานั้น บ้านฐานะดี ชนิดผมอาย
หันไปอีกทีอ้าว เฮ้ย ไอ้ฝรั่งนั้นมันมาโอบเอวแองจี้อย่างงั้นได้ยังไง แองจี้ที่เมาจนคึกก็เหมือนจะไม่สนใจว่าโดนใครโอบอยู่
ไม่ได้อะไรมากนะครับผมแค่เป็นห่วงเพื่อน
“ขอโทษนะครับผู้หญิงคนนี้มากับผม” เดินไปดึงแองจี้ออกห่าง มองหน้าไอ้ฝรั่งผมทองตัวสูงโย่ง โดยไม่เกรงกลัวว่ามันจะเหยียบเข้าให้
ทหารไทยสุภาพ แต่ไม่เคยกลัวใคร
ท่าทางฝรั่งนั้นจะพูดรู้เรื่อง หนุ่มหัวทองทำแค่ยักไหล่ แล้วก้มลงจูบแก้มลาหนึ่งที เซย์กู๊ดบายเดินจากไป
แองจี้หัวเราะคิกคัก ส่วนผมขำไม่ออก หนอย ปล่อยให้โดนหอมแก้มง่ายๆอย่างนั้นได้ยังไง
“แองจี้กลับเหอะ ดึกแล้ว งานเลิกแล้วด้วย” ผมโอบแองจี้ไว้ในวงแขน คนสวยยังยืนตัวตรง พูดจารู้เรื่อง แต่ดูเหมือนจะคึกคักเกินพิกัด ด้วยฤทธิ์ แอลกฮอร์ที่ดื่มเข้าไปหลายขนาน
“ดึก อะไร๊ ยองเบ ยังไม่ดึกๆ เพิ่งตีสามเอง” นั่นมีการมาเถียงผมอีก ตีสามบ้านกูเรียกดึกแล้วคับแองจี้ อยู่กับมึงนี้ กูเหนื่อยกว่าว่ายน้ำเข้าไปรับผู้ประสบภัยเสียอีก
นั่นเขายังพูดรู้เรื่องกันบ้าง แต่แองจี้นี่ออกแนวพูดไม่ฟัง แถเถียงอีกต่างหาก
“ตีสาม มันก็จะเช้าอยู่แล้วมึง ไปกลับ พรุ่งนี้ต้องไปดำน้ำดูปะการังอีก เดี๋ยวอ้วกใส่หัวปลาทะเลตายห่า” ผมไม่ฟังเสียงคุณนายแองจี้อีกต่อไป ดึงรั้งร่างนุ่มนิ่ม ให้เดินตามมาทันที
แองจี้ทำเสียงฮึดฮัดเหมือนไม่พอใจ แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน เหล้าที่นี้แรงมาก แรงเกินกว่าเหล้าขาวที่ผมเคยดื่มมาเสียอีก ผมกินไปสี่ห้าแก้วยังรู้สึกมึนๆ แล้วแม่คุณซัดไปเสียเกือบสิบ ยืนอยู่ได้นี่ก็นับว่าคอแข็งเกินชาย
“ยองเบอ่า แองจี้ยังไม่อยากกลับเลย ยองเบใจร้ายที่สุด” ขึ้นรถแล้วมันก็ยังไม่หยุดต่อว่า ผมอีก แองจี้ยังคงนั่งตัวตรง หน้าเชิด เหมือนทหาร สมแล้วที่มันเป็นลูกทหาร
“มึงจะเที่ยวอะไรนักหนาแล้ว พรุ่งนี้มึงก็เที่ยวอีก” ผมว่ามันขำๆ
“ก็แองจี้ไม่ได้เจอยองเบตั้งนานแล้วนะ แองจี้คิดถึงยองเบ” เสียงหวานนุ่ม เจือน้อยใจ จนผมรู้สึกผิด
“คิดถึงอะไร แองจี้ไปเรียนตั้งนาน ยองเบก็ไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย” ผมพูดเพราะๆบ้าง จำได้ว่าปกติแองจี้เมาละ หยาบคายกว่าเดิมเป็นสองเท่า แต่ดูเหมือนวันนี้แองจี้เปลี่ยนไป
“นั่นแหล่ะ แองจี้คิดถึง ยองเบไม่โทรหาแองจี้เลย ยองเบใจร้าย” คราวนี้เสียงเริ่มเครือ ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูก
สี่ปีที่แล้วตอนผมเริ่มรับราชการทหารใหม่ๆ แองจี้ก็ต้องเหินฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ วันที่แองจี้ต้องเดินทาง ผมจำได้ว่าวิ่งกระหืดกระหอบไปส่งมันที่สนามบินทั้งชุดทหารเต็มยศ แองจี้ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“นึกว่ามึงจะไม่มา” แองจี้รีบลาเพื่อนฝูงคนอื่นเดินมาหาผม หน้าตาสดใส เปล่งปลั่ง
“มาสิ เพื่อนสนิทกู จะไปได้ผัวฝรั่งทั้งทีกูต้องมาส่งหน่อย” ผมกวนตีนกลับ ได้ผล มันหน้าคว่ำ ต่อยผมเข้าอย่างแรงจนผมจุก
“เออ ปากหมา ถ้ากูเจอเพื่อนผู้หญิงฝรั่งสวยๆ สูงๆ กูจะไม่แนะนำให้มึงรู้จัก”
“แล้วไปนานรึเปล่า” ผมไม่รู้หรอกว่า ไปเรียนต่างประเทศนี้ มันนานแค่ไหนถึงจะจบ แต่ผมไม่ชอบเลยที่จะไม่ได้เจอเพื่อน แสนสวยคนนี้ของผมบ่อยๆ
“ไม่รู้ แต่แองจี้จะเขียนจดหมายมาบ่อยๆ จะโทรมาหานะ จะได้ไม่ต้องคิดถึงกันมาก” พอแองจี้พูดจบผมก็หัวเราะ
“เชยว่ะมึง วิดิโอคอลก็มี มึงควรจะใช้บ้างนะ” ไอ้นี้โรคจิต ชอบเขียนจดหมาย
“ไม่เอา กูชอบเขียนจดหมาย มึงต้องเขียนตอบกูด้วย เข้าใจรึเปล่า” สาวสวยยืนยัน ผมก็หมดปัญญาจะตอบ
“มีอะไรด่วนก็โทรมาเหอะมึง ดูแลตัวเองนะเว้ย” ผมตบบ่ามันเบาๆ สองที แองจี้ยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ แล้วดึงตัวผมเข้าไปสวมกอด
เป็นครั้งแรกที่แองจี้กอดผม เนื้อตัวนุ่มนิ่ม ผิวหอม ผมก็หอม แองจี้หอมไปทั้งตัว เธอกอดผมแน่น เหมือนจะหยุดเวลาประทับความทรงจำไว้
“อืมม ยองเบก็ดูแลตัวเองนะ” แองจี้พูดจบก็ ถอยตัวออกห่าง โบกมือบ๊ายบาย ยิ้มสดใส ให้ก่อนจะเดินไปขึ้นเครื่อง
หลังจากวันนั้น ภารกิจของผมก็มากมาย จนผมแทบไม่มีเวลาจะเขียนจดหมายตอบแองจี้ บางทีเป็นเดือนผมถึงจะตอบกลับไปสักที โทรมาบางทีผมก็ไม่ได้รับ ผมโทรกลับ บางทีก็ไม่ได้คุย แต่ก็ยังพยายามติดต่อกันอยู่เสมอๆ จนช่วงน้ำท่วม ที่ผมทำงานหนักทุกวันติดต่อกันเป็นเดือนๆ จนไม่มีเวลาจะติดต่อใคร
แองจี้ก็กลับมาพอดี
เสียงหวานๆของแองจี้ ดังขึ้นดึงผมจากภวังค์
“อ่านบ้างรึเปล่า”
“ฮืมม อ่านอะไร” ผมตอบไปเพราะมัวแต่ใจลอยคิดถึงเรื่องในอดีต
“อ่านจดหมายของแองจี้บ้างไหม” สาวสวยถาม
“อ่านทุกฉบับละ แต่ไม่มีเวลาตอบจริงๆ” ผมตอบ
“ใจร้าย ยองเบใจร้ายที่สุด” เสียงแองจี้เศร้า มีแววน้อยใจ วันนี้ดูเหมือนผมกลายเป็นคนใจร้ายไปเสียแล้ว
“ไม่ได้ใจร้ายนะ ก็หลังๆ แองจี้ก็ไม่ค่อยเขียนถึงผมเองนี่ครับ” ผมเริ่มพูดจาสุภาพ ไม่อยากให้แองจี้ทำเสียงเศร้าแบบนั้นเลย
“ก็แองจี้กลัวว่าจะทำให้ยองเบรำคาญ เลยไม่กล้าเขียนมาบ่อย” เสียงยังคงเต็มไปด้วยความน้อยใจปนเปเกรงใจ
“ใครจะกล้ารำคาญแองจี้” ตอนนี้ ผมจอดรถแล้วเรียบร้อย เปิดประตูลงมารับเพื่อนสาวที่เมาไม่รู้เรื่อง ลงจากรถ พอเท้าแตะพื้นปั๊ป แองจี้ก็เซจนต้องเกาะผมไว้ทันที
หัวใจผมกระตุก เหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ แล้วกลับมาเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่ง เนื้อตัวแองจี้นุ่มนิ่ม กลิ่นเหงื่อปนกับกลิ่นน้ำหอมที่ เธอชอบใช้โชยแตะจมูก สร้างความรู้สึกปั่นป่วนแบบแปลกๆ
“แองจี้ เดินไหวไหม” ผมถามด้วยความเป็นห่วง
“อือ เดินไม่ไหวแล้ว ยองเบอุ้มหน่อย”แองจี้หลับตาซบอยู่กับไหล่หนาๆ พูดงึมงำในลำคอ ดูท่าทางเมาจนเดินไม่ไหวจริงๆนั้นแล้ว
“อะไรกันไหนบอกไม่เมา มานี่มา” ผมประคองร่างแองจี้ไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ปิดประตูล๊อกรถเสร็จก็ประคองให้แองจี้เดิน แต่ดูเหมือน แองจี้จะสั่งการขาตัวเองไม่ได้เสียแล้ว ผมถอนหายใจ แบกร่างอ่อนปวกเปียกของเธอขึ้นหลัง
“ตัวเบาจัง” ผ่านไปตั้งหลายปี แองจี้เหมือนไม่อ้วนขึ้นเลย รูปร่างเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
แต่บางอย่างที่เขารู้สึกว่ามันเปลี่ยนไป
บางอย่างนุ่มหยุ่นแนบอยู่กับแผ่นหลังแข็งแกร่งของผม
“นมใหญ่ขึ้นจริงๆนะแองจี้” ผมพูดเบาๆ หรือที่ผ่านมาผมไม่เคยสนใจต่างหาก แต่ไหนแต่ไรกอดคอกินเหล้าเมาแบกมันกลับบ้านก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้
แองจี้งัวเงียด่าผมเบาๆ
“ยองเบทะลึ่ง” แล้วเสียงก็เงียบไปหันไป ก็ปรากฏ ว่าคนสวยเมาหลับพับไปเสียแล้ว ผมยิ้มแล้วเดินกดลิฟท์ไปยังชั้นที่พัก ท่ามกลางสายตาของพนักงานในโรงแรม บางคนอาสาช่วยอุ้ม แต่ผมปฏิเสธไป เรื่องอะไรจะให้คนอื่นมาอุ้ม
ผมเป็นห่วงเพื่อน
แบกแองจี้เข้าห้องด้วยความทุลักทุเล ถึงเตียงก็ วางร่างของเธอลง สาวสวยที่หนุ่มๆหมายปอง นอนตะแคงคุดคู้ผมจัดท่านอนให้นอนบนหมอนสบายๆ ปล่อยให้นอนขดอย่างนั้น คอเคล็ดพอดี เดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาตัวเองแล้ว เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้แองจี้เบาๆ
“อือ ยองเบอ่า ใจร้าย” ยัง ยังไม่เลิกต่อว่าผมอีก ผมหัวเราะกับตัวเอง แบกมาถึงห้องขนาดนี้ยังว่าผมใจร้ายได้ลงคอ มันน่านัก
“อะไรแองจี้ ผมไม่ได้ใจร้ายเสียหน่อย”
“ใจร้ายที่สุด งี่เง่าด้วย” คราวนี้คนสวย ลืมตาขึ้นมามองหน้าผมตาแป๋ว
“เรื่องอะไรมาว่าผมงี่เง่าละ” กูเริ่มงง แล้วนะแองจี้ วันนี้กูเป็นหลายอย่างแล้วนะ ตอนแรกเป็นคนใจร้าย ตอนนี้เป็นคนงี่เง่าอีก คราวนี้แองจี้ยันตัวขึ้น คล้องแขนรอบคอผมไว้ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไวน์ราคาแพงแตะจมูก
“งี่เง่า ไม่รู้ได้ยังไง ว่าแองจี้ชอบยองเบ” เสียงหวานใส พูดชัดเหมือนไม่เมา
แต่ผมรู้สึกตัวร้อนวูบวาบ หัวสมองตื้อเหมือนซดเหล้ารสแรงไปทีเดียวครึ่งขวด ผมมองหน้าแองจี้นิ่งด้วยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
“แองจี้เมาแล้ว พูดอะไรไม่รู้เรื่อง” ผมยกมือลูบผมสวยๆ ของเธอ มันนิ่มลื่นมือเหมือนไหมชั้นดี
“ฮื่อ ไม่เมา แองจี้ชอบยองเบ ทำไม ยองเบไม่รู้สักที” คราวนี้ เสียงเริ่มงอแงเอาแต่ใจ แขนเรียวโน้มคอผมลง แล้วจู่ๆ แองจี้ก็เงยหน้าขึ้นจูบผมเบาๆ ที่ริมฝีปาก
เบาในรสสัมผัส แต่รุนแรงเร่าร้อนในความรู้สึก
ผมนั่งนิ่งด้วยไม่รู้จะตอบสนองรสจูบของแองจี้ยังไงดี แต่แล้วจู่ๆ แองจี้ก็ถอนริมฝีปากออก ซบหน้าอยู่กับซอกคอของผมอีกครั้ง
“ชอบแองจี้บ้างไหม” เสียงพึมพำงึมงำอยู่ใกล้ริมหู ผมไม่รู้จะตอบว่าอะไร ที่ผ่านมา ผมชอบแองจี้มาตลอดแต่ไม่กล้า ฉีกข้ามก้าวผ่านจากคำว่าเพื่อน เพราะเกรงว่า จะต้องเสียมิตรภาพดีๆไป
แต่วันนี้ ทุกคำพูดทุกการกระทำมันช่างชัดแจ้ง สมองผมตีกันวุ่นวายยุ่งเหยิง แต่ผมก็ตัดสินใจว่าผมต้องบอกความในใจออกไปบ้าง
“ชอบ ชอบมาตลอด แองจี้ก็ใจร้าย ทำเป็นไม่รู้ได้ยังไง” ผมตอบ กอดรัดร่างนุ่มแน่นของเพื่อนรักที่กำลังจะกลายเป็นคนรักไว้แน่น
แต่แองจี้กลับนิ่งเงียบ
เงียบเกินไป
เงียบเกินไปแล้ว
ผมดันร่างของแองจี้ออกห่าง ถึงเห็นว่า มันหลับไปแล้วครับ หลับสนิทคอพับคออ่อน เรียกเท่าไหร่ เขย่าเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น
“โธ่ แองจี้ ทำไมทำกับเพื่อนเบ้แบบนี้” ผมร้องครางถาม ฟ้า ฝน ไปตามเรื่อง
วางร่างของแองจี้ลง ปล่อยให้คนสวยหลับใหลลงสู่รัตติกาลอันแสนหวาน
ส่วนผมก็ อาบน้ำ กลับไปนอนที่เตียงข้างๆ นอนมองแองจี้ จนเผลอหลับไป
ก่อนหลับสมองผม วนเวียน อยู่แต่กับคำว่า
จริง หรือ หลอก
ชอบ หรือ ไม่ชอบ
แองจี้ มึงตื่นมาตอบกูก่อนจะได้ไหม แล้วพรุ่งนี้ จะมองหน้ากันยังไง
เห็นไหมครับ ว่าชีวิต ทหารที่ชื่อยองเบมันน่าสงสารขนาดไหน
ตอนพิเศษของเพื่อนเบ้เป็นอะไรที่อ่านแล้วรู้สึกสงสารเบาเบาค่ะ (_ _)'
ที่อ่านแล้วขัดใจก็ตรงที่มันชายหญิงนี่ล่ะ (อ้าว)
แต่ว่าชอบนะ ยองเบแองจี้
สวยเฉียบคม กับหล่อคมเตี้ย 5555555
(โดนทีนพี่เบ้)
นับถือกับความสัมพันธ์ของสองคนนี้เลยจริงๆ
ถ้าจะไปเที่ยวกันสองต่อสอง
ตั้งแต่เด็กยันโตแบบนี้..
คือไม่หวั่นไหวหัวใจก็ควายถึกเกินไปแล้วจ้ะ = =
แต่ว่าแองจี้เมาครั้งนี้นี่น่ารักจริงๆ
มันเป็นเพราะความในใจที่อัดแน่นจนเกินไปรึเปล่า
ถึงได้เลือกแสดงออกมาแบบนี้แทนที่จะโวยวาย
เหมือนเคย ?
แต่ว่านะะะ
ฝนเพิ่งค้นพบตัวเองว่าแพ้เครื่องแบบทหารไปแล้วจ้ะ
55555555555555+
อ่านมาถึงตอนที่เบเบมาส่งเพื่อนจี้ที่สนามบินแล้ว
ซาบซึ้งตลอด มันเขินอะ ฟีลมันลึกล้ำอะ
จริงๆ นะ ชอบจริงๆ
แล้วก็ถ้าจะจบกันดื้อๆ เสียอย่างนี้
ความสัมพันธ์ของทั้งสองยังคงจะคลุมเครือกันต่อไปเป็นแน่ ~~
มันจะอยู่ในภาคสองของหัวใจท่วมรักสินะะ
จะไปตามอ่านค่า
ขอบคุณสำหรับฟิคมากนะคะ ><
#1 By RealatiaN on 2012-01-13 22:02