delight love ,ตอนที่13.2
posted on 08 Nov 2011 20:31 by angeliga in delightloveตอนนี้ไม่มี NC แต่การันตี ความแซ่บ
อีกเรื่อง ตอนนี้หมดสต๊อกที่เขียนไว้แล้ว และ ช่วงนี้เดี๊ยน เหนื่อยม๊ากกก กับการซ้อมเต้น
เพราะจะ้ต้องลงแข่งในวันที่ 13 พย. นี้ แล้ว ยังต่อด้วยโชว์อีก ไหนจะเครียดน้ำท่วมจนหน้าผากย่น ตีนกาโผล่
คลีนิคโบท๊อกซ์ ก็น้ำท่วม ยังไม่สามารถไปฉีดโบได้
เพราะงั้นถ้าอาทิตย์หน้า เขียนทันก็เอาลง ไม่ทันก็คือไม่ทันนะคะ
ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
แต่จะพยายามปั่นให้ทัน อาจจะสั้นหน่อยหรือ ว่าคำผิดเยอะหน่อยก็อย่าว่ากัน ถ้ารวมเล่มเมื่อไหร่ จะแก้ไข่ให้สวยงามแน่นอน
เชิญเสพความแซ่บ
......................................
เย็นนั้น หลังจากเลิกงาน จียงกำลังจะพาซึงฮยอนไปหาหมอตามปกติ แต่ไม่ปกติตรงที่พอเดินลงมาก็เจอสาวสวยคนหนึ่ง ยืนรออยู่ข้างรถ
ซึงฮยอนที่กำลังยิ้มแย้มกับจียง กลับหุบยิ้ม มองแขกไม่ได้รับเชิญ ด้วยความไม่พอใจ
“ซึงฮยอน นิโคลมารอ เห็นว่าบาดเจ็บไปหาหมอกันนะคะ โอ๊ะ ผู้ชายคนนี้ เพื่อน ของซึงฮยอนหรอค่ะ”
นิโคล แย้มยิ้มอ่อนหวาน ท้ายประโยคหันมาทักทายจียง จงใจเน้นย้ำคำว่า “ผู้ชาย”และ “เพื่อน” ให้เสียดแทงหัวใจคนฟังเล่น
“ฉันชื่อนิโคล ค่ะ เป็นรักแรกของซึงฮยอน” ย้ำเข้าไปอีกตรงคำว่า รักแรก
จียงที่กำลังจะโค้งตัวทักทายถึงกับผงะ แม้จะเป็นประโยคธรรมดาแต่บางอย่างในน้ำเสียง นั้นแสดงให้เห็น เจตนาที่มัน “ไม่ธรรมดา”
ซึงฮยอนยิ้มรับ ตอบกลับหนักแน่นเหมือนกัน
“รักแรกมันจบไปแล้วนิโคล จียงเป็นผู้ชาย แต่ไม่ใช่แค่เพื่อน ผมจีบเขาอยู่” ซึงฮยอนประกาศชัดเจน ดึงมือจียงมากุมไว้
จียงอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าซึงฮยอนจะกล้าพูดชัดเจนว่าจีบผู้ชายด้วยกันอยู่
“หึหึ ซึงฮยอน สับสนอะไรรึเปล่าคะ นิโคลรู้ว่าซึงฮยอน ชอบอะไร และ แบบไหน” เจ้าหล่อนจงใจเดินเข้ามาเบียดร่างกายอวบอัดจนชิด
ใกล้จนซึงฮยอนได้กลิ่นน้ำหอม
กลิ่นที่เขาเคยหลงใหล
วูบหนึ่ง ซึงฮยอนนึกถึงเรื่องราวรักอันร้อนแรงในอดีต
“กลับไปเถอะนิโคล ผมมีคนพาไปหาหมอแล้ว” ซึงฮยอน เบี่ยงตัวหนี เขาไม่ได้เกลียดชังนิโคล แต่ความรัก ความพิศวาส ที่เขาเคยมีให้ มันหายไปจากใจหมดแล้ว
สาวสวยยักไหล่ วันนี้เธอแค่มาประกาศศึก ประกาศตัวให้รู้เท่านั้น ว่าเธอเคยมีอิทธิพลเหนือหัวใจ ซึงฮยอนแค่ไหน
เธอคงลืมไปว่า “แค่เคยมีอิทธิพล” มันเทียบไม่ได้ กับ “คนที่กำลังมีอิทธิพล”
สาวสวยหันมาเหยียดยิ้มให้ จียง จงใจพูดเสียดสี เสียงหวานฉ่ำ
“น่าเสียดายนะ หน้าตาก็น่ารักดีอยู่หรอก ไม่น่าผิดเพศ น่ารักเกินไปแบบนี้กระมัง ซึงฮยอน ถึงได้มองผิดนึกว่าเป็นผู้หญิง ถ้าอยากได้แฟนผู้หญิงสวยๆจริงสักคนละก็บอกนิโคลได้นะคะ เพื่อนนางแบบนิโคลมีเยอะ อย่ามาแย่งผู้ชายไปเอากันเองเลยค่ะ”
จียงยอมรับว่านิโคลสวย ยั่วยวน มีเสน่ห์ เขาชื่นชอบนิโคลในฐานะนางแบบ มาโดยตลอด
แต่วันนี้ ความสวย เสื้อผ้าแพรพรรณราคาแพง ไม่อาจปิดบังกริยาต่ำทรามได้ เด็กหนุ่มพยายามอดทนต่อถ้อยคำเสียดสี
พอจบประโยคที่หยามเหยียดความเป็นชาย และเอาหัวใจของเขามาล้อเล่น เท่านั้นเองความอดทนของจียงก็ขาดผึง
“ถ้าเพื่อนนางแบบของคุณมีเยอะ ผมก็ขอสักคนเถอะครับ” จียงยิ้มเย็น
“ขอที่นิสัยไม่เหมือนคุณนะครับ ผมจะได้บอกเธอว่าช่วยอบรมมารยาทให้คุณใหม่หน่อยเถอะ สวยแต่มารยาททรามเหลือเกิน” ใส่ต่อเป็นชุดไม่มียั้ง
นิโคลแทบกรี๊ด อยากจะวิ่งไปกระชากผู้ชายตัวผอมๆนั้นมาข่วนให้หน้าสวยๆให้พังคามือ แต่ติดว่าอยู่ต่อหน้าซึงฮยอนจึงไม่อยากทำอะไรมากนัก เธอกำมือแน่นจนเล็บแทบหัก ฝืนยิ้มบิดเบี้ยวให้
“งั้นนิโคลก็จะ หาผู้หญิงที่จะทำให้คุณจียงกลับเป็นผู้ชายเต็มตัวให้ได้เหมือนกัน เป็นผู้ชายน่ะอยู่ในตำแหน่งผัว เป็นคนทำ มันก็ดีกว่าเป็นผู้ชายแล้วโดนทิ่มตำอยู่ในตำแหน่งเมียนะคะ” นางแบบสาวกระแทกเสียงใส่ต่อไม่ลดละ
ประโยคนี้มันบาดลึกเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของจียง แต่มีหรือคนอย่างควอนจียงจะยอม เด็กหนุ่มแค่นยิ้ม หัวเราะลอดไรฟัน ก่อนจะเชิดหน้าตอบ
“ผมจะอยู่ตำแหน่งอะไร จะเป็นคนทำ หรือ คนถูกทำ จะทิ่มจะตำกันท่าไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ จะตำแหน่งไหนก็มีความสุข บางคนเสียอีก อยู่ตำแหน่งไหนก็ไม่มีใครเขาเอา”
‘แซ่บเว่อร์’ ซึงฮยอนคิดในใจ นี่กูดูละครหลังข่าวอยู่รึเปล่าวะ
สองคนประสานสายตา จียงโกรธ กับประโยคที่แสนจะหลบหลู่ความรู้สึก และโดนเอาความเป็นชายมาล้อเล่น
ฝ่ายนิโคล โกรธ ที่ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปดูเหมือนจียงจะไม่สะท้าน สะเทือน หนำซ้ำ ซึงฮยอนยังไม่มีทีท่าอะไรเสียอีก
ท้ายสุด สาวสวยสะบัดหน้าพรืด ซิ่งรถสปอร์ตของตัวเองหนีไป
ปล่อยให้ผู้ชายสองคนยืนอยู่ในความเงียบงัน
ซึงฮยอนอยากจะหันไปตบมือให้จียง แต่พอหันไปมองหน้านิดเดียว จียงก็ตวัดสายตาเอาเรื่องมาหา เขาทันทีหน้าหวานบึ้งตึง จียงขยุ้มคอเสื้อของซึงฮยอนเค้นเสียงถามด้วยความโกรธ
“ผู้หญิงคนนั้นใคร” เสียงแหลมตะคอกถาม จนซึงฮยอนตกใจ
“จะ จียง เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังทีหลังนะครับ” ซึงฮยอนดึงมือเล็กๆนั้นออก
“ก็ตามใจนาย” เด็กหนุ่ม สะบัดหน้าเดินขึ้นไปรถไป อารมณ์เสียอย่างที่สุด แม้จะโต้ตอบไปไม่น้อย แต่คำพูดแต่ละคำของผู้หญิงคนนั้นมันช่างเสียดแทงหัวใจ
สองคนนั่งเงียบกันไปตลอดทาง จนหาหมอเสร็จ จนขับกลับมาที่คอนโดของซึงฮยอน จียงก็เอาแต่นั่งเงียบ
ซึงฮยอนเดาอารมณ์ของคนตัวเล็กไม่ออก แล้วจู่ๆ จียงก็โพล่ง ขึ้นมา
“จะเล่าให้ฟังได้รึยัง” ซึงฮยอนสะดุ้งโหยง
“จียง เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว” ซึงฮยอนจอดรถ เปิดประตูเดินหนีเขาไม่อยากเล่าเรื่องแสนเศร้าในอดีตให้จียงฟังมากนัก จียงวิ่งไล่ตาม
“ซึงฮยอน ฉันอยากได้คำตอบ” จียงตะโกนถามเสียงดังลั่น
“ผ่านไปแล้วฉันก็ต้องรู้เรื่อง ฉันเป็นฝ่ายโดนด่านะ” โกรธ โกรธมาก จู่ๆก็โดนด่าแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว ให้กูรู้สักนิดเถอะ ว่าทำไมกูถึงโดนด่าเอาด่าเอา
ลิฟท์ เปิดผางที่หน้าห้อง
นิโคล ยืนอยู่หน้าห้องพอดี
‘นี่ผีหลอก หรือ กูเห็นภาพหลอน’ จียงนิ่งอึ้ง
“ซึงฮยอน กลับมาช้าจัง นิโคลรอตั้งนาน” นิโคล ยิ้มหวาน แต่ส่งแววตาไม่เป็นมิตรมาสู่จียง
อย่าคิดว่า นิโคล จะหมดหวัง
“คุณก็ไม่จำเป็นต้องรอผมนี่ครับ” ซึงฮยอน อึดอัดใจเหลือทน เค้าลืมสั่งรปภ ไปเสียสนิทว่าห้ามนิโคลขึ้นมาหาเขาอีก
“นิโคล ก็แค่คิดถึง อยากกลับมาระลึกความหลัง เหมือนคืนก่อนๆ” สาวสวยยังคงหยอดคำหวาน
“หน้าด้าน”เสียงด่าดังขึ้นเบื้องหลัง
ไม่ใช่เสียงของจียง
ทั้งสามคนหันไปมองตามเสียง
พี่ชเวดองอุคนั้นเอง รุ่นพี่ตัวสูงหน้าสวย ด่าลอยๆ โดยมีพี่แทบิน ยืนยิ้มกระหลิ่มกระเหลี่ยอยู่ข้างๆ
“หายไปตั้งห้าปี พึ่งจะกลับมาแล้วยังหน้าด้านมาบอกอีกว่าคิดถึง มาทางไหนกลับไปทางนั้นเถอะนิโคล” พี่ดองวุคพูดต่อโดยไม่ต้องมีใครเชิญ
“นึกว่าใคร พี่ดองวุคนี่เอง มีความสุขกับสามีดีหรือค่ะ ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจะคบกันได้นานขนาดนี้” นิโคลว่าแดกดัน เธอไม่ชอบหน้ารุ่นพี่สองคนนี้อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุจะต้องรักษามารยาทด้วย
ชเวดองอุค แสยะยิ้ม อีนี้ มึงหาเรื่องตายเสียแล้ว
“ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อนะ ว่าพี่กับสามีก็อยู่กันสุขสบายดี นิโคลเองเถอะ ผัวทิ้งแล้วละสิ ถึงได้วิ่งโร่กลับมาเร่ขายของเก่า” นิโคลถึงกับกำมือแน่น เพราะที่ชเวดองวุคพด มันถูกต้องทุกประการ
“ของเก่า บางอย่างทิ้งไปนานหยิบมาชื่นชมใหม่มันก็มีราคานะคะ” นิโคลเชิดหน้าตอบ
พี่ดองวุคแค่นยิ้ม มองนิโคลหัวจรดเท้า
“แต่ของเก่าเก็บบางอย่างนะ ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งไร้ค่า อะไรๆในตัว มันก็หย่อนคล้อย เสื่อมสภาพไปตามเวลา”
ดองวุคปรายตามอง เขาไม่ชอบนิโคล เขารู้มาตลอดว่านิโคลคบคนโดยหวังผลประโยชน์เป็นหลัก รู้มาตั้งนานแล้ว
ครั้งหนึ่ง นางนิโคล มาอ่อยพี่แทบินของเขา ดีแต่ว่าแทบินหนักแน่นพอ เจ้าหล่อนเลยหน้าม้านกลับไป ตอนนั้นเขาโกรธมาก ไปบอกซึงฮยอน ไอ้ซึงฮยอนมันกำลังหลง หัวปักหัวปำ พูดอะไรไปก็ไม่เชื่อ
วันนี้ ขอกูแก้แค้นหน่อยเถอะ
นิโคลหมดทางจะเถียงกลับ ดองวุคเป็นลูกนักการเมืองใหญ่ มีเรื่องไปด้วยมีแต่ตายกับตาย สาวสวยจึงตัดสินใจล่าถอย เธอสะบัดหน้าพรึ่บเดินกระแทกเท้าจากไปทันที
แทบินอยากจะปรบมือให้แรงๆ ในบทบาทเพื่อนนางเอกของดองวุค แต่คิดว่าบรรยากาศมันคงไม่ได้ ชายหนุ่มจึงยืนยิ้มกริ่ม คิดในใจว่าขึ้นห้องไปจะให้รางวัลใหญ่
ดองวุคตอนโกรธ ร้อนแรงอย่าบอกใคร ไม่น่าแปลกใจว่าเขาชอบแหย่ให้ดองวุคโกรธ อยู่บ่อยๆ แล้วก็ ง้อกันบนเตียง
“ฮึ้ยยย ไอ้ซึงฮยอน ถ้าแกกลับไปคืนดีกับนังนั่นนะ ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่ ไม่ต้องมาหลอกกินไวน์ห้องฉันอีกเลยด้วย” ดองวุคชี้หน้าคาดโทษ ซึงฮยอนได้แต่หัวเราะ ในลำคอ
พี่สองหมีข้างห้อง โผล่หัวออกมาดูหลังจากสงครามสงบแล้ว สองคนท่าทางสลึมสลืองัวเงีย แต่ก็อยากมีส่วนร่วม ยอมลุกจากเตียงมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เสียดาย มาไม่ทัน
“อ้าวพี่หมี ตื่นแล้วหรือครับ เสียดายนะ พี่ไม่ออกมาตอนนิโคลอยู่ ผมละอยากเห็นนิโคลโดนหมีเหยียบ” แทบินหันไปทักพี่สองหมี ก่อนทั้งหมดจะชวนกันเข้าห้องซึงฮยอน
‘ถามกูบ้างไหมครับ ว่ากูเชิญรึยัง’ ซึงฮยอนคิดในใจ
แต่ก็ดี เพราะพอพี่ดองวุคชวน จียงก็ยอมเดินตามเข้าไปด้วย อย่างน้อยได้อยู่กับจียงนานอีกนิดก็ดี
สุดท้ายห้องของซึงฮยอนก็กลายเป็นปาร์ตี้ ด่านิโคลย่อมๆ ซึงฮยอนไม่จำเป็นต้องเล่าอะไรเลยสักคำ ได้แต่นั่งจิบไวน์แก้วแล้วแก้วเล่า ฟังบรรดารุ่นพี่ของเขาพร้อมใจกันใส่ไฟ โหมกระพือ เรื่องของนิโคลให้จียงฟัง
ยิ่งดึกก็ยิ่งเมา ยิ่งเล่าก็ยิ่งมันส์
จียงฟังคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบ เขาไม่คิดเลยว่าซึงฮยอนจะเคยมีความหลังฝังใจรุนแรงขนาดนั้น วันนี้จียงไม่แตะไวน์จิบไวน์เพียงเล็กน้อย เพราะยังจำความทรมานจากอาการเมาค้างได้อย่างแม่นยำ
จนเที่ยงคืนกว่านั้นแล้วทุกคนถึงได้ เดินเซแซ่ดๆกลับห้องของแต่ละคนไป พี่เบคยอง เดินไม่ไหวจนต้องให้เท็ดดี้แบกกลับห้อง ที่เมาหนักขนาดนั้นเพราะโดนซึงฮยอน รินใส่ไปให้หลายแก้ว แถมมีหันไปพยักเพยิดกับพี่เท็ดดี้ เป็นอันรู้กันระหว่างผู้ชายสองคน
ว่าคืนนี้จัดหนักได้เลย
ทุกคนกลับไปแล้วทั้งห้องเหลือแค่ความเงียบสงัด แก้วไวน์ จานขนมของกินวางเกลื่อน จียงมองสภาพห้องแล้วก็ถอนหายใจ อยากจะชิ่งหนีกลับบ้านก็นึกเห็นใจเจ้าของห้อง เด็กหนุ่มเดินเก็บของ จนเสร็จ เดินไปหาซึงฮยอนที่หลบไปนั่งเหม่อในห้องนอน
“ทาบิ ฉันกลับละนะ” จียงตั้งใจเดินมาบอกลา ดึกมากแล้ว เขาคงต้องกลับแท็กซี่
“อย่าไปเลย” ซึงฮยอนเงยหน้า มองตาปรอยถามเสียงหวาน ใบหน้าหล่อคมคาย มองเขาด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
“อยู่ด้วยกันก่อนนะ” ชายหนุ่มดึงมือจียงให้ เข้าใกล้ โอบกอดร่างเล็กๆไว้ซุกหน้าลงกับหน้าท้องแบนเรียบ
จียงอยากจะผลักไสซึงฮยอนออก แต่ก็ทำไม่ลง
“คืนนี้อยู่กับฉันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” ซึงฮยอน เงยหน้ามอง ดวงตาคมกล้า ตอนนี้กลับอ่อนเชื่อมเหมือนลูกกวาง
“ไม่เอา ไม่อยู่” จียงตอบแผ่วเบา ไม่อยากเลย ไม่อยากอยู่ใกล้ หัวใจมันหวั่นไหวเกินไป
ซึงฮยอนกอดร่างจียงไว้แน่น
“ฉัน เคยรักนิโคลมาก มากจนฉันไม่คิดว่าจะรักใครได้อีก” ซึงฮยอนพูดเหมือนเพ้อ เขาอึดอัดใจ ในอกแทบระเบิด อยากเล่าความจริงให้จียงฟังจากปากตัวเอง
“ห้องนี้ ฉันก็อยู่กับเขาตั้งนาน อยู่จนวันสุดท้ายที่เขาทิ้งฉันไป” ภาพอดีตย้อนมาทำร้ายจิตใจ
“นานแล้วนะจียง ที่ฉันไม่เคยรักใครอีก ฉันคงทำตัวแย่มาก ภาพลักษณ์เพลย์บอยมันติดตัวฉันจนลบไม่ออกไปเสียแล้ว ฉันเคยสาบานไว้เลยว่าจะไม่รักใครอีกแล้ว”ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ จียงได้แต่นิ่งเงียบ ปล่อยให้ซึงฮยอนระบายความในใจ
“จนฉันได้เจอนาย ฉันชอบเวลานายอยู่ด้วย ฉันชอบนายจริงๆนะจียง” ท้ายประโยคเงยหน้าขึ้นมองจียงอีก ดวงตาหวานเชื่อม จียงไม่เคยคิดว่าตาที่เคยขี้เล่นเจ้าเล่ห์ แพรวพราวมันจะหวานซึ้งได้ขนาดนี้
“นายสับสนอะไรรึเปล่า นายเคยชอบผู้หญิงแล้วจะมาชอบฉันได้ยังไง”จียง ยอมให้ซึงฮยอนกอดนิ่งๆ ประโยคนี้เขาก็ต้องถามตัวเองเหมือนกัน เขาแน่ใจในตัวเองพอแล้วหรือยัง
ที่จะเรียกผู้ชายคนนี้ว่าคนรัก
“จะลองดูอีกทีไหมละ ว่าฉันสับสนรึเปล่า” คราวนี้ซึงฮยอนยิ้มตาหวานเยิ้ม ลุกขึ้น รวบร่างของจียงเข้าไว้ในวงแขน ก้มลงจูบดูดดื่ม
จูบคราวนี้หนักหน่วงจาบจ้วง ร้อนแรงด้วยไฟปรารถนา จียงหายใจไม่ทัน ได้แต่พยายามดันตัวออกห่าง แต่แรงเท่าลูกแมวอย่างเขาหรือจะสู้แรงซึงฮยอนได้
ตอนธรรมดา ซึงฮยอนก็แรงเยอะอยู่แล้ว นี้เมาอีก ฤทธิ์สุราทำให้ซึงฮยอนดึงดันเอาแต่ใจมากกว่าเดิม ชายหนุ่มจูบไล้ลิ้น ไปตามผิวขาวๆ ที่เขาแสนจะคิดถึง วกขึ้นมาจูบปากนุ่มนิ่มอีกอีกที
โดยไม่ฟังว่าจียง จะห้ามแค่ไหน
“ไม่เอา ไม่เอา อย่านะ” จียงดิ้นสุดแรง แต่แรงเขาก็น้อยเหลือเกิน ยิ่งโดนจูบหนักเท่าไหร่จียงก็รู้สึกอ่อนแรงลงไปเท่านั้น
“จียง จ๋า คืนนี้อยู่กับผมนะ” ซึงฮยอนพูดเพราะ อ่อนหวาน หวานเหมือนรสจูบที่มอบให้ เขาดันร่างของจียงจนไปถึงเตียง คราวนี้จียงสะบัดตัวหนี แต่ไม่รอดจากอ้อมแขน ท้ายสุดสองคนก็ล้มกลิ้งลงไปบนที่นอนหนานุ่ม
จียงบิดหน้าหนี ดันหน้าของซึงฮยอนออกห่าง ประกาศิตออกมาทันที
“ถ้านายจูบฉันอีก ทีละก็ ฉันจะไม่มาหานายอีกเลย” เท่านั้นแหล่ะ ซึงฮยอนเหมือนได้สติ ชายหนุ่ม หยุดทุกอย่าง เหลือเพียงสายตาอ่อนเชื่อม เว้าวอน
จนจียงอยากจะใจอ่อน
“จียงไม่ชอบผมหรอครับ” ยังหวานเหมือนเคย แต่ไม่กล้าทำอะไรต่อ
กลัว กลัวจริงๆว่าจะไม่ได้เจอกันอีก
คืนเดียวเขาคิดถึงแทบบ้า แล้วถ้าไม่ได้เจอตลอดไป
เขาคงนอนไม่หลับอีกเลยตลอดชีวิต
ควอนจียง เห็นคนข้างหน้ายอมหยุดตามคำขอแล้วถึงค่อยเงยหน้าขึ้นสบตาคม พูดเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ฉัน ชอบ นาย” เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
“แต่ฉันอยากแน่ใจว่านายไม่ได้ชอบฉันเพราะแค่สับสนตัวเองเท่านั้น”ดวงตาเข้มของอีกคน หนักแน่น มั่นคงไม่มีแววสับสนลังเล
“จะให้ผมทำยังไง” ซึงฮยอนอ้อนเสียงหวาน จียงอยากจะปิดปากหยักนั้นเสีย จะได้อ้อนเขาไม่ได้อีก
“คืนนี้ ถ้ายังไม่สร่างเมา ไม่ต้องมานอนกอดฉัน
.
.
.
ไว้หายเมาก่อนค่อยว่ากัน” จบคำของจียง ซึงฮยอนก็ตาโต หมายความว่า ว่า
“งั้นถ้าหายเมาแล้วก็ มากอดจียงต่อได้ใช่รึเปล่า” เขาถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่า เข้าใจตรงกัน
จียงก้มหน้า งุด ยกแขนเรียวขึ้นกอดคอคนตัวสูง โน้มคอให้ลงมาใกล้ จูบเบาๆ ที่แก้มสากด้วยไรเครา
“อืมม หายเมาก่อนนะ” พูดจบก็ยิ้มหวานให้ หนึ่งที
ชเวซึงฮยอนดีใจเหมือนหมาได้กระดูก เขาก้มลงจูบฟัด คนตัวเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะวิ่งโซเซหายไป
“งั้นเดี๋ยวผมกลับมานะครับ”
จียงยิ้มสมใจ
เดินไปเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ แปรงฟันชำระล้างร่างกาย จนตัวหอมสดชื่น ทาโลชั่นเด็กจนผิวนุ่มเนียน
สวมเสื้อยืดตัวที่เคยใส่นอน กับกางเกงขาสั้น
ออกจากห้องน้ำเดินไปนั่งที่เตียง แล้วก็
.
.
.
.
.
.
.
ลุกขึ้นเดินไปล๊อกประตูห้อง
พูดถึง ไอ้ลิงนี่เวลามันเมาก็หลอกง่ายดี
ที่บอกว่าชอบ นะพูดจริง
แต่ที่บอกว่าสร่างเมาก่อน แล้วจะให้กอดน่ะ ดึงเวลาเฉยๆ
เมาขนาดนั้น กว่าจะสร่างก็พรุ่งนี้เช้า ตอนนั้นคงปวดหัวจนเอาไม่ไหว แล้วจียงก็จะรีบหนีกลับบ้าน
เห็นไหมว่าจียง ฉลาดที่สุด
เด็กหนุ่มคลานขึ้นเตียง กลับตอนนี้เขาคงหมดตัวเพราะค่าแท็กซี่พอดี ยืมห้องนอนหน่อยละกันนะ ทาบิ
เด็กหนุ่มยิ้มบางๆ พูดกับตัวเองเบาๆ
"ขอบใจนะ ทาบิ"
โปรดติดตามตอนต่อไป
อีกเรื่อง ตอนนี้หมดสต๊อกที่เขียนไว้แล้ว และ ช่วงนี้เดี๊ยน เหนื่อยม๊ากกก กับการซ้อมเต้น
เพราะจะ้ต้องลงแข่งในวันที่ 13 พย. นี้ แล้ว ยังต่อด้วยโชว์อีก ไหนจะเครียดน้ำท่วมจนหน้าผากย่น ตีนกาโผล่
คลีนิคโบท๊อกซ์ ก็น้ำท่วม ยังไม่สามารถไปฉีดโบได้
เพราะงั้นถ้าอาทิตย์หน้า เขียนทันก็เอาลง ไม่ทันก็คือไม่ทันนะคะ
ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
แต่จะพยายามปั่นให้ทัน อาจจะสั้นหน่อยหรือ ว่าคำผิดเยอะหน่อยก็อย่าว่ากัน ถ้ารวมเล่มเมื่อไหร่ จะแก้ไข่ให้สวยงามแน่นอน
เชิญเสพความแซ่บ
......................................
เย็นนั้น หลังจากเลิกงาน จียงกำลังจะพาซึงฮยอนไปหาหมอตามปกติ แต่ไม่ปกติตรงที่พอเดินลงมาก็เจอสาวสวยคนหนึ่ง ยืนรออยู่ข้างรถ
ซึงฮยอนที่กำลังยิ้มแย้มกับจียง กลับหุบยิ้ม มองแขกไม่ได้รับเชิญ ด้วยความไม่พอใจ
“ซึงฮยอน นิโคลมารอ เห็นว่าบาดเจ็บไปหาหมอกันนะคะ โอ๊ะ ผู้ชายคนนี้ เพื่อน ของซึงฮยอนหรอค่ะ”
นิโคล แย้มยิ้มอ่อนหวาน ท้ายประโยคหันมาทักทายจียง จงใจเน้นย้ำคำว่า “ผู้ชาย”และ “เพื่อน” ให้เสียดแทงหัวใจคนฟังเล่น
“ฉันชื่อนิโคล ค่ะ เป็นรักแรกของซึงฮยอน” ย้ำเข้าไปอีกตรงคำว่า รักแรก
จียงที่กำลังจะโค้งตัวทักทายถึงกับผงะ แม้จะเป็นประโยคธรรมดาแต่บางอย่างในน้ำเสียง นั้นแสดงให้เห็น เจตนาที่มัน “ไม่ธรรมดา”
ซึงฮยอนยิ้มรับ ตอบกลับหนักแน่นเหมือนกัน
“รักแรกมันจบไปแล้วนิโคล จียงเป็นผู้ชาย แต่ไม่ใช่แค่เพื่อน ผมจีบเขาอยู่” ซึงฮยอนประกาศชัดเจน ดึงมือจียงมากุมไว้
จียงอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าซึงฮยอนจะกล้าพูดชัดเจนว่าจีบผู้ชายด้วยกันอยู่
“หึหึ ซึงฮยอน สับสนอะไรรึเปล่าคะ นิโคลรู้ว่าซึงฮยอน ชอบอะไร และ แบบไหน” เจ้าหล่อนจงใจเดินเข้ามาเบียดร่างกายอวบอัดจนชิด
ใกล้จนซึงฮยอนได้กลิ่นน้ำหอม
กลิ่นที่เขาเคยหลงใหล
วูบหนึ่ง ซึงฮยอนนึกถึงเรื่องราวรักอันร้อนแรงในอดีต
“กลับไปเถอะนิโคล ผมมีคนพาไปหาหมอแล้ว” ซึงฮยอน เบี่ยงตัวหนี เขาไม่ได้เกลียดชังนิโคล แต่ความรัก ความพิศวาส ที่เขาเคยมีให้ มันหายไปจากใจหมดแล้ว
สาวสวยยักไหล่ วันนี้เธอแค่มาประกาศศึก ประกาศตัวให้รู้เท่านั้น ว่าเธอเคยมีอิทธิพลเหนือหัวใจ ซึงฮยอนแค่ไหน
เธอคงลืมไปว่า “แค่เคยมีอิทธิพล” มันเทียบไม่ได้ กับ “คนที่กำลังมีอิทธิพล”
สาวสวยหันมาเหยียดยิ้มให้ จียง จงใจพูดเสียดสี เสียงหวานฉ่ำ
“น่าเสียดายนะ หน้าตาก็น่ารักดีอยู่หรอก ไม่น่าผิดเพศ น่ารักเกินไปแบบนี้กระมัง ซึงฮยอน ถึงได้มองผิดนึกว่าเป็นผู้หญิง ถ้าอยากได้แฟนผู้หญิงสวยๆจริงสักคนละก็บอกนิโคลได้นะคะ เพื่อนนางแบบนิโคลมีเยอะ อย่ามาแย่งผู้ชายไปเอากันเองเลยค่ะ”
จียงยอมรับว่านิโคลสวย ยั่วยวน มีเสน่ห์ เขาชื่นชอบนิโคลในฐานะนางแบบ มาโดยตลอด
แต่วันนี้ ความสวย เสื้อผ้าแพรพรรณราคาแพง ไม่อาจปิดบังกริยาต่ำทรามได้ เด็กหนุ่มพยายามอดทนต่อถ้อยคำเสียดสี
พอจบประโยคที่หยามเหยียดความเป็นชาย และเอาหัวใจของเขามาล้อเล่น เท่านั้นเองความอดทนของจียงก็ขาดผึง
“ถ้าเพื่อนนางแบบของคุณมีเยอะ ผมก็ขอสักคนเถอะครับ” จียงยิ้มเย็น
“ขอที่นิสัยไม่เหมือนคุณนะครับ ผมจะได้บอกเธอว่าช่วยอบรมมารยาทให้คุณใหม่หน่อยเถอะ สวยแต่มารยาททรามเหลือเกิน” ใส่ต่อเป็นชุดไม่มียั้ง
นิโคลแทบกรี๊ด อยากจะวิ่งไปกระชากผู้ชายตัวผอมๆนั้นมาข่วนให้หน้าสวยๆให้พังคามือ แต่ติดว่าอยู่ต่อหน้าซึงฮยอนจึงไม่อยากทำอะไรมากนัก เธอกำมือแน่นจนเล็บแทบหัก ฝืนยิ้มบิดเบี้ยวให้
“งั้นนิโคลก็จะ หาผู้หญิงที่จะทำให้คุณจียงกลับเป็นผู้ชายเต็มตัวให้ได้เหมือนกัน เป็นผู้ชายน่ะอยู่ในตำแหน่งผัว เป็นคนทำ มันก็ดีกว่าเป็นผู้ชายแล้วโดนทิ่มตำอยู่ในตำแหน่งเมียนะคะ” นางแบบสาวกระแทกเสียงใส่ต่อไม่ลดละ
ประโยคนี้มันบาดลึกเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของจียง แต่มีหรือคนอย่างควอนจียงจะยอม เด็กหนุ่มแค่นยิ้ม หัวเราะลอดไรฟัน ก่อนจะเชิดหน้าตอบ
“ผมจะอยู่ตำแหน่งอะไร จะเป็นคนทำ หรือ คนถูกทำ จะทิ่มจะตำกันท่าไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ จะตำแหน่งไหนก็มีความสุข บางคนเสียอีก อยู่ตำแหน่งไหนก็ไม่มีใครเขาเอา”
‘แซ่บเว่อร์’ ซึงฮยอนคิดในใจ นี่กูดูละครหลังข่าวอยู่รึเปล่าวะ
สองคนประสานสายตา จียงโกรธ กับประโยคที่แสนจะหลบหลู่ความรู้สึก และโดนเอาความเป็นชายมาล้อเล่น
ฝ่ายนิโคล โกรธ ที่ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปดูเหมือนจียงจะไม่สะท้าน สะเทือน หนำซ้ำ ซึงฮยอนยังไม่มีทีท่าอะไรเสียอีก
ท้ายสุด สาวสวยสะบัดหน้าพรืด ซิ่งรถสปอร์ตของตัวเองหนีไป
ปล่อยให้ผู้ชายสองคนยืนอยู่ในความเงียบงัน
ซึงฮยอนอยากจะหันไปตบมือให้จียง แต่พอหันไปมองหน้านิดเดียว จียงก็ตวัดสายตาเอาเรื่องมาหา เขาทันทีหน้าหวานบึ้งตึง จียงขยุ้มคอเสื้อของซึงฮยอนเค้นเสียงถามด้วยความโกรธ
“ผู้หญิงคนนั้นใคร” เสียงแหลมตะคอกถาม จนซึงฮยอนตกใจ
“จะ จียง เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังทีหลังนะครับ” ซึงฮยอนดึงมือเล็กๆนั้นออก
“ก็ตามใจนาย” เด็กหนุ่ม สะบัดหน้าเดินขึ้นไปรถไป อารมณ์เสียอย่างที่สุด แม้จะโต้ตอบไปไม่น้อย แต่คำพูดแต่ละคำของผู้หญิงคนนั้นมันช่างเสียดแทงหัวใจ
สองคนนั่งเงียบกันไปตลอดทาง จนหาหมอเสร็จ จนขับกลับมาที่คอนโดของซึงฮยอน จียงก็เอาแต่นั่งเงียบ
ซึงฮยอนเดาอารมณ์ของคนตัวเล็กไม่ออก แล้วจู่ๆ จียงก็โพล่ง ขึ้นมา
“จะเล่าให้ฟังได้รึยัง” ซึงฮยอนสะดุ้งโหยง
“จียง เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว” ซึงฮยอนจอดรถ เปิดประตูเดินหนีเขาไม่อยากเล่าเรื่องแสนเศร้าในอดีตให้จียงฟังมากนัก จียงวิ่งไล่ตาม
“ซึงฮยอน ฉันอยากได้คำตอบ” จียงตะโกนถามเสียงดังลั่น
“ผ่านไปแล้วฉันก็ต้องรู้เรื่อง ฉันเป็นฝ่ายโดนด่านะ” โกรธ โกรธมาก จู่ๆก็โดนด่าแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว ให้กูรู้สักนิดเถอะ ว่าทำไมกูถึงโดนด่าเอาด่าเอา
ลิฟท์ เปิดผางที่หน้าห้อง
นิโคล ยืนอยู่หน้าห้องพอดี
‘นี่ผีหลอก หรือ กูเห็นภาพหลอน’ จียงนิ่งอึ้ง
“ซึงฮยอน กลับมาช้าจัง นิโคลรอตั้งนาน” นิโคล ยิ้มหวาน แต่ส่งแววตาไม่เป็นมิตรมาสู่จียง
อย่าคิดว่า นิโคล จะหมดหวัง
“คุณก็ไม่จำเป็นต้องรอผมนี่ครับ” ซึงฮยอน อึดอัดใจเหลือทน เค้าลืมสั่งรปภ ไปเสียสนิทว่าห้ามนิโคลขึ้นมาหาเขาอีก
“นิโคล ก็แค่คิดถึง อยากกลับมาระลึกความหลัง เหมือนคืนก่อนๆ” สาวสวยยังคงหยอดคำหวาน
“หน้าด้าน”เสียงด่าดังขึ้นเบื้องหลัง
ไม่ใช่เสียงของจียง
ทั้งสามคนหันไปมองตามเสียง
พี่ชเวดองอุคนั้นเอง รุ่นพี่ตัวสูงหน้าสวย ด่าลอยๆ โดยมีพี่แทบิน ยืนยิ้มกระหลิ่มกระเหลี่ยอยู่ข้างๆ
“หายไปตั้งห้าปี พึ่งจะกลับมาแล้วยังหน้าด้านมาบอกอีกว่าคิดถึง มาทางไหนกลับไปทางนั้นเถอะนิโคล” พี่ดองวุคพูดต่อโดยไม่ต้องมีใครเชิญ
“นึกว่าใคร พี่ดองวุคนี่เอง มีความสุขกับสามีดีหรือค่ะ ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจะคบกันได้นานขนาดนี้” นิโคลว่าแดกดัน เธอไม่ชอบหน้ารุ่นพี่สองคนนี้อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุจะต้องรักษามารยาทด้วย
ชเวดองอุค แสยะยิ้ม อีนี้ มึงหาเรื่องตายเสียแล้ว
“ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อนะ ว่าพี่กับสามีก็อยู่กันสุขสบายดี นิโคลเองเถอะ ผัวทิ้งแล้วละสิ ถึงได้วิ่งโร่กลับมาเร่ขายของเก่า” นิโคลถึงกับกำมือแน่น เพราะที่ชเวดองวุคพด มันถูกต้องทุกประการ
“ของเก่า บางอย่างทิ้งไปนานหยิบมาชื่นชมใหม่มันก็มีราคานะคะ” นิโคลเชิดหน้าตอบ
พี่ดองวุคแค่นยิ้ม มองนิโคลหัวจรดเท้า
“แต่ของเก่าเก็บบางอย่างนะ ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งไร้ค่า อะไรๆในตัว มันก็หย่อนคล้อย เสื่อมสภาพไปตามเวลา”
ดองวุคปรายตามอง เขาไม่ชอบนิโคล เขารู้มาตลอดว่านิโคลคบคนโดยหวังผลประโยชน์เป็นหลัก รู้มาตั้งนานแล้ว
ครั้งหนึ่ง นางนิโคล มาอ่อยพี่แทบินของเขา ดีแต่ว่าแทบินหนักแน่นพอ เจ้าหล่อนเลยหน้าม้านกลับไป ตอนนั้นเขาโกรธมาก ไปบอกซึงฮยอน ไอ้ซึงฮยอนมันกำลังหลง หัวปักหัวปำ พูดอะไรไปก็ไม่เชื่อ
วันนี้ ขอกูแก้แค้นหน่อยเถอะ
นิโคลหมดทางจะเถียงกลับ ดองวุคเป็นลูกนักการเมืองใหญ่ มีเรื่องไปด้วยมีแต่ตายกับตาย สาวสวยจึงตัดสินใจล่าถอย เธอสะบัดหน้าพรึ่บเดินกระแทกเท้าจากไปทันที
แทบินอยากจะปรบมือให้แรงๆ ในบทบาทเพื่อนนางเอกของดองวุค แต่คิดว่าบรรยากาศมันคงไม่ได้ ชายหนุ่มจึงยืนยิ้มกริ่ม คิดในใจว่าขึ้นห้องไปจะให้รางวัลใหญ่
ดองวุคตอนโกรธ ร้อนแรงอย่าบอกใคร ไม่น่าแปลกใจว่าเขาชอบแหย่ให้ดองวุคโกรธ อยู่บ่อยๆ แล้วก็ ง้อกันบนเตียง
“ฮึ้ยยย ไอ้ซึงฮยอน ถ้าแกกลับไปคืนดีกับนังนั่นนะ ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่ ไม่ต้องมาหลอกกินไวน์ห้องฉันอีกเลยด้วย” ดองวุคชี้หน้าคาดโทษ ซึงฮยอนได้แต่หัวเราะ ในลำคอ
พี่สองหมีข้างห้อง โผล่หัวออกมาดูหลังจากสงครามสงบแล้ว สองคนท่าทางสลึมสลืองัวเงีย แต่ก็อยากมีส่วนร่วม ยอมลุกจากเตียงมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เสียดาย มาไม่ทัน
“อ้าวพี่หมี ตื่นแล้วหรือครับ เสียดายนะ พี่ไม่ออกมาตอนนิโคลอยู่ ผมละอยากเห็นนิโคลโดนหมีเหยียบ” แทบินหันไปทักพี่สองหมี ก่อนทั้งหมดจะชวนกันเข้าห้องซึงฮยอน
‘ถามกูบ้างไหมครับ ว่ากูเชิญรึยัง’ ซึงฮยอนคิดในใจ
แต่ก็ดี เพราะพอพี่ดองวุคชวน จียงก็ยอมเดินตามเข้าไปด้วย อย่างน้อยได้อยู่กับจียงนานอีกนิดก็ดี
สุดท้ายห้องของซึงฮยอนก็กลายเป็นปาร์ตี้ ด่านิโคลย่อมๆ ซึงฮยอนไม่จำเป็นต้องเล่าอะไรเลยสักคำ ได้แต่นั่งจิบไวน์แก้วแล้วแก้วเล่า ฟังบรรดารุ่นพี่ของเขาพร้อมใจกันใส่ไฟ โหมกระพือ เรื่องของนิโคลให้จียงฟัง
ยิ่งดึกก็ยิ่งเมา ยิ่งเล่าก็ยิ่งมันส์
จียงฟังคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบ เขาไม่คิดเลยว่าซึงฮยอนจะเคยมีความหลังฝังใจรุนแรงขนาดนั้น วันนี้จียงไม่แตะไวน์จิบไวน์เพียงเล็กน้อย เพราะยังจำความทรมานจากอาการเมาค้างได้อย่างแม่นยำ
จนเที่ยงคืนกว่านั้นแล้วทุกคนถึงได้ เดินเซแซ่ดๆกลับห้องของแต่ละคนไป พี่เบคยอง เดินไม่ไหวจนต้องให้เท็ดดี้แบกกลับห้อง ที่เมาหนักขนาดนั้นเพราะโดนซึงฮยอน รินใส่ไปให้หลายแก้ว แถมมีหันไปพยักเพยิดกับพี่เท็ดดี้ เป็นอันรู้กันระหว่างผู้ชายสองคน
ว่าคืนนี้จัดหนักได้เลย
ทุกคนกลับไปแล้วทั้งห้องเหลือแค่ความเงียบสงัด แก้วไวน์ จานขนมของกินวางเกลื่อน จียงมองสภาพห้องแล้วก็ถอนหายใจ อยากจะชิ่งหนีกลับบ้านก็นึกเห็นใจเจ้าของห้อง เด็กหนุ่มเดินเก็บของ จนเสร็จ เดินไปหาซึงฮยอนที่หลบไปนั่งเหม่อในห้องนอน
“ทาบิ ฉันกลับละนะ” จียงตั้งใจเดินมาบอกลา ดึกมากแล้ว เขาคงต้องกลับแท็กซี่
“อย่าไปเลย” ซึงฮยอนเงยหน้า มองตาปรอยถามเสียงหวาน ใบหน้าหล่อคมคาย มองเขาด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
“อยู่ด้วยกันก่อนนะ” ชายหนุ่มดึงมือจียงให้ เข้าใกล้ โอบกอดร่างเล็กๆไว้ซุกหน้าลงกับหน้าท้องแบนเรียบ
จียงอยากจะผลักไสซึงฮยอนออก แต่ก็ทำไม่ลง
“คืนนี้อยู่กับฉันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” ซึงฮยอน เงยหน้ามอง ดวงตาคมกล้า ตอนนี้กลับอ่อนเชื่อมเหมือนลูกกวาง
“ไม่เอา ไม่อยู่” จียงตอบแผ่วเบา ไม่อยากเลย ไม่อยากอยู่ใกล้ หัวใจมันหวั่นไหวเกินไป
ซึงฮยอนกอดร่างจียงไว้แน่น
“ฉัน เคยรักนิโคลมาก มากจนฉันไม่คิดว่าจะรักใครได้อีก” ซึงฮยอนพูดเหมือนเพ้อ เขาอึดอัดใจ ในอกแทบระเบิด อยากเล่าความจริงให้จียงฟังจากปากตัวเอง
“ห้องนี้ ฉันก็อยู่กับเขาตั้งนาน อยู่จนวันสุดท้ายที่เขาทิ้งฉันไป” ภาพอดีตย้อนมาทำร้ายจิตใจ
“นานแล้วนะจียง ที่ฉันไม่เคยรักใครอีก ฉันคงทำตัวแย่มาก ภาพลักษณ์เพลย์บอยมันติดตัวฉันจนลบไม่ออกไปเสียแล้ว ฉันเคยสาบานไว้เลยว่าจะไม่รักใครอีกแล้ว”ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ จียงได้แต่นิ่งเงียบ ปล่อยให้ซึงฮยอนระบายความในใจ
“จนฉันได้เจอนาย ฉันชอบเวลานายอยู่ด้วย ฉันชอบนายจริงๆนะจียง” ท้ายประโยคเงยหน้าขึ้นมองจียงอีก ดวงตาหวานเชื่อม จียงไม่เคยคิดว่าตาที่เคยขี้เล่นเจ้าเล่ห์ แพรวพราวมันจะหวานซึ้งได้ขนาดนี้
“นายสับสนอะไรรึเปล่า นายเคยชอบผู้หญิงแล้วจะมาชอบฉันได้ยังไง”จียง ยอมให้ซึงฮยอนกอดนิ่งๆ ประโยคนี้เขาก็ต้องถามตัวเองเหมือนกัน เขาแน่ใจในตัวเองพอแล้วหรือยัง
ที่จะเรียกผู้ชายคนนี้ว่าคนรัก
“จะลองดูอีกทีไหมละ ว่าฉันสับสนรึเปล่า” คราวนี้ซึงฮยอนยิ้มตาหวานเยิ้ม ลุกขึ้น รวบร่างของจียงเข้าไว้ในวงแขน ก้มลงจูบดูดดื่ม
จูบคราวนี้หนักหน่วงจาบจ้วง ร้อนแรงด้วยไฟปรารถนา จียงหายใจไม่ทัน ได้แต่พยายามดันตัวออกห่าง แต่แรงเท่าลูกแมวอย่างเขาหรือจะสู้แรงซึงฮยอนได้
ตอนธรรมดา ซึงฮยอนก็แรงเยอะอยู่แล้ว นี้เมาอีก ฤทธิ์สุราทำให้ซึงฮยอนดึงดันเอาแต่ใจมากกว่าเดิม ชายหนุ่มจูบไล้ลิ้น ไปตามผิวขาวๆ ที่เขาแสนจะคิดถึง วกขึ้นมาจูบปากนุ่มนิ่มอีกอีกที
โดยไม่ฟังว่าจียง จะห้ามแค่ไหน
“ไม่เอา ไม่เอา อย่านะ” จียงดิ้นสุดแรง แต่แรงเขาก็น้อยเหลือเกิน ยิ่งโดนจูบหนักเท่าไหร่จียงก็รู้สึกอ่อนแรงลงไปเท่านั้น
“จียง จ๋า คืนนี้อยู่กับผมนะ” ซึงฮยอนพูดเพราะ อ่อนหวาน หวานเหมือนรสจูบที่มอบให้ เขาดันร่างของจียงจนไปถึงเตียง คราวนี้จียงสะบัดตัวหนี แต่ไม่รอดจากอ้อมแขน ท้ายสุดสองคนก็ล้มกลิ้งลงไปบนที่นอนหนานุ่ม
จียงบิดหน้าหนี ดันหน้าของซึงฮยอนออกห่าง ประกาศิตออกมาทันที
“ถ้านายจูบฉันอีก ทีละก็ ฉันจะไม่มาหานายอีกเลย” เท่านั้นแหล่ะ ซึงฮยอนเหมือนได้สติ ชายหนุ่ม หยุดทุกอย่าง เหลือเพียงสายตาอ่อนเชื่อม เว้าวอน
จนจียงอยากจะใจอ่อน
“จียงไม่ชอบผมหรอครับ” ยังหวานเหมือนเคย แต่ไม่กล้าทำอะไรต่อ
กลัว กลัวจริงๆว่าจะไม่ได้เจอกันอีก
คืนเดียวเขาคิดถึงแทบบ้า แล้วถ้าไม่ได้เจอตลอดไป
เขาคงนอนไม่หลับอีกเลยตลอดชีวิต
ควอนจียง เห็นคนข้างหน้ายอมหยุดตามคำขอแล้วถึงค่อยเงยหน้าขึ้นสบตาคม พูดเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ฉัน ชอบ นาย” เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
“แต่ฉันอยากแน่ใจว่านายไม่ได้ชอบฉันเพราะแค่สับสนตัวเองเท่านั้น”ดวงตาเข้มของอีกคน หนักแน่น มั่นคงไม่มีแววสับสนลังเล
“จะให้ผมทำยังไง” ซึงฮยอนอ้อนเสียงหวาน จียงอยากจะปิดปากหยักนั้นเสีย จะได้อ้อนเขาไม่ได้อีก
“คืนนี้ ถ้ายังไม่สร่างเมา ไม่ต้องมานอนกอดฉัน
.
.
.
ไว้หายเมาก่อนค่อยว่ากัน” จบคำของจียง ซึงฮยอนก็ตาโต หมายความว่า ว่า
“งั้นถ้าหายเมาแล้วก็ มากอดจียงต่อได้ใช่รึเปล่า” เขาถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่า เข้าใจตรงกัน
จียงก้มหน้า งุด ยกแขนเรียวขึ้นกอดคอคนตัวสูง โน้มคอให้ลงมาใกล้ จูบเบาๆ ที่แก้มสากด้วยไรเครา
“อืมม หายเมาก่อนนะ” พูดจบก็ยิ้มหวานให้ หนึ่งที
ชเวซึงฮยอนดีใจเหมือนหมาได้กระดูก เขาก้มลงจูบฟัด คนตัวเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะวิ่งโซเซหายไป
“งั้นเดี๋ยวผมกลับมานะครับ”
จียงยิ้มสมใจ
เดินไปเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ แปรงฟันชำระล้างร่างกาย จนตัวหอมสดชื่น ทาโลชั่นเด็กจนผิวนุ่มเนียน
สวมเสื้อยืดตัวที่เคยใส่นอน กับกางเกงขาสั้น
ออกจากห้องน้ำเดินไปนั่งที่เตียง แล้วก็
.
.
.
.
.
.
.
ลุกขึ้นเดินไปล๊อกประตูห้อง
พูดถึง ไอ้ลิงนี่เวลามันเมาก็หลอกง่ายดี
ที่บอกว่าชอบ นะพูดจริง
แต่ที่บอกว่าสร่างเมาก่อน แล้วจะให้กอดน่ะ ดึงเวลาเฉยๆ
เมาขนาดนั้น กว่าจะสร่างก็พรุ่งนี้เช้า ตอนนั้นคงปวดหัวจนเอาไม่ไหว แล้วจียงก็จะรีบหนีกลับบ้าน
เห็นไหมว่าจียง ฉลาดที่สุด
เด็กหนุ่มคลานขึ้นเตียง กลับตอนนี้เขาคงหมดตัวเพราะค่าแท็กซี่พอดี ยืมห้องนอนหน่อยละกันนะ ทาบิ
เด็กหนุ่มยิ้มบางๆ พูดกับตัวเองเบาๆ
"ขอบใจนะ ทาบิ"
โปรดติดตามตอนต่อไป
Tags: delight love, fic bigbang, fiction, jiyongtabi, tempg, topnyong3 Comments
ช่วงนี้ต้องอ่านหนังสือสอบ ไม่ค่อยได้มานั่งเเตะคอมคิดถึงเรื่องนี้มากมาย แต่เรื่องศรีแสน เราก็ไม่ได้ลืมนะ สรุป นั่งรอทั้งสองเรื่องเลย - -;
....
อ่านแล้วรู้สึกว่ารักแรกของทาบิ จะดูแรงๆ แต่นี้เพิ่งเริ่ม แปลว่าแรงได้มากกว่านี้สินะ แต่จียงก็ใช้ย่อย - -
“ผมจะอยู่ตำแหน่งอะไร จะเป็นคนทำ หรือ คนถูกทำ จะทิ่มจะตำกันท่าไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ จะตำแหน่งไหนก็มีความสุข บางคนเสียอีก อยู่ตำแหน่งไหนก็ไม่มีใครเขาเอา”
ประโคยนี้ทำให้นั่งอึ้งไปสามวิ จี แกแรงได้โล่ -.-
.....
เม้นช้า เม้นสั้น ไม่ว่ากันนะค่ะ (ไรท์เตอร์ต้องเข้าใจอารมณ์เด็กม.6 ที่กำลังเอนท์ - -;)แต่กำลังใจยังมีให้ยาวๆ เสมอนะค่ะ
สู้ๆค่ะ
#1 By lcciil3ulcii on 2011-11-09 08:42