Prisoner of love - intro
posted on 17 Feb 2012 16:08 by angeliga in prisoneroflovePrisoner of love
เชลยรัก จอมราชา
“หนีไป ท่านพ่อ ท่านแม่” เสียงแหบโหยของควอนจียงดังขึ้นท่ามกลางเสียงกระทบกับของคมดาบ ในสมรภูมิสงคราม
ควอนจียง เจ้าชายรัชทายาทองค์เดียวแห่งแคว้น ดานาอี ตะโกนร้องสั่งลา บิดามารดาของตัวเอง ขณะที่ก็ต้องฟาดฟันเหล่าอริศัตรูไปด้วย
เขาปิดประตูทางลับลง พร้อมกับหันมาต่อสู้กับ ข้าศึกอย่างกล้าหาญ เคียงข้างกับทงยองเบองครักษ์ประจำกาย
“องค์ชาย เราต้องหนีแล้ว” ยองเบ ฟันทหารม้านายหนึ่ง จนแขนขาด เสียบร่างศัตรูเข้าด้วยดามคมกริบ จนทะลุหัวใจ เขากระโดดขึ้นหลังม้า แล้วส่งมือให้องค์ชายควอน
แต่แล้วก็มีคมมีดเย็นเฉียบขว้างมาปาดเฉียดหัวไหล่ขององครักษ์หนุ่ม จนเขาต้องปล่อยมือจากมือนุ่มของเจ้าชาย
“คิดหรือว่าจะหนีรอด องค์ชายรัชทายาท” เสียงทรงอำนาจของกษัตริย์ ผู้รุกรานเมืองดังขึ้น องค์ชายควอนหันไปตามเสียงทันที และเพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็โดนบรรดาทหารผู้ป่าเถื่อนรวบตัวและกดให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้น
“เจ้าคนถ่อย ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้แล้วข้าจะปราณีไม่กุดหัวเจ้า” องค์ชายควอน สะบัดตัวหนีจากการเกาะกุม แต่แรงเดียวหรือจักสู้แรกชายเป็นสิบที่ล้อมตัวไว้ได้
“ปากดี ไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ” ฝ่ายตรงข้ามหัวเราะในลำคอ เขาชักม้าศึกให้โผนทะยานเข้าหา มองลงยังยังเชลยศักดิ์ ที่เพิ่งจะจับตัวไว้ได้
ทงยองเบ ถูกกระชากให้ลงมาจากหลังม้า แผลที่หัวไหล่เปิดกว้างจนเลือดไหลรินรดลงพื้น องค์ชายควอนหันไปมองทหารคนสนิทด้วยความเป็นห่วง แล้วเขาก็หันไปจ้องเจ้าคนเถื่อนที่บังอาจมารุกรานบ้านเมืองของเขาด้วยดวงตาคมกล้า
“เจ้าอิมแทบิน เจ้าคนบาป ไม่รู้จักบุญคุณคน พ่อข้ายกเมืองทางใต้ให้เจ้าปกครอง แต่เจ้ากลับทรยศความไว้ใจของพ่อข้าเยี่ยงนี้ คนอย่างเจ้ามันจักไม่ตายดี” องค์ชาย พ่นคำผรุสวาทด่าคนตรงหน้าด้วยความแค้นเคือง
อิมแทบินทำแค่ ยิ้มเยาะ เขากระโดดลงมาจากหลังม้า เดินมาบีบคางของควอนจียงให้สบกับสายตาคมของตัวเอง
“ควอนจียง ถ้าเจ้าจะทำตัวดีสักหน่อย ข้าจะไม่ทำให้ชีวิตของเจ้าลำบากมากไปกว่านี้ เจ้าคงรู้นะว่าข้าชอบทำอะไรกับเชลยที่ข้าจับได้” อืมแทบินพูดจบ องค์ชายควอนก็ถ่มถุยน้ำลายใส่ใบหน้านั้นทันที
“เจ้าคนเลว” องค์ชายหนุ่มเค้นเสียงรอดไรฟันออกมา หากว่าเขาจะต้องถูกเจ้าคนบาปนี้แตะต้องตัวแม้แต่ปลายเล็บ เขาขอกัดลิ้นให้ตายไปเสียดีกว่า
อิมแทบิน ผลักใบหน้าของควอนจียงออก ลุกขึ้นยืน ปาดน้ำลายบนใบหน้าของตัวเอง มองคนที่นอนกองอยู่บนพื้นด้วยความเกลียดชัง เขาชักดาบขึ้นมา เงื้อง่าเตรียมจะบั่นให้คอเล็กๆขององค์ชายจียงขาดเป็นสอง
แต่ทันทีที่คมดามแหวกอากาศลงมา ก็ปรากฏ ร่างชายคนหนึ่งสอดดาบเข้ารองรับดาบของเขาไว้ เสียงโลหะกระทบกันดังก้อง แทบินสบถหยาบคายด้วยความขัดใจ
“เจ้า กำลังขวางความสุขของเข้า เจ้าราชาเมืองน้ำ” แทบินตวาดก้องด้วยความโมโห
“ท่านอิมแทบิน ท่านลืมสัญญาที่ให้กับข้าแล้วหรืออย่างไร” เสียงทุ่มห้าวของชายนิรนามดับขึ้น องค์ชายควอนปรือตาขึ้นมอง
ชายตรงหน้า รูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดเกราะ ที่ทำจากโลหะสีฟ้า ประดับด้วยเปลือกหอยมุกอัญมณีล้ำค่าจากท้องทะเล จียงมองเห็นหน้าไม่ถนักนักเพราะชายคนดังกล่าวหันหลังให้เขา
“สัญญา ปากเปล่า เจ้าคิดหรือว่าข้าจะทำตาม”
“ถ้าเช่นนั้น ทัพที่ข้ายกมาร่วมศึกก็คิดเสียว่ามันเป็นสัญญาปากเปล่าด้วย ข้าจะยกทัพกลับ” ราชาเมืองน้ำ กล่าวเสียงดังกังวาน นายทหารในชุดเกราะสีฟ้านับหมื่นที่ยืนเรียงรายเบื้องหลัง อยู่ในท่าเตรียมอาวุธ พร้อมรับคำสั่งจากองค์ราชา
อิมแทบินมีท่าทางลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะยอมเก็บดาบเข้าฝัก และหันมาประกาศก้อง
“ข้าขอประกาศว่า เมืองนี้และเชลยคนนี้ตกเป็นของ ชเวซึงฮยอน ราชาเมืองน้ำ” อิมแทบินพูด ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบหายไปทางกลุ่มไฟเบื้องหลัง
ทันที่ที่ได้ยินชื่อชเวซึงฮยอน องค์ชายรัชทายาทก็ รู้สึกหวาดกลัวจับจิต
เจ้าราชาองค์นี้ ขึ้นชื่อนักในเรื่องความโหดร้ายทารุณ เป็นราชาผู้เก่งกล้า รบทัพจับศึกครั้งใดไม่เคยมีคำว่าปราชัยให้ปรากฏ ผู้คนต่างร่ำลือว่า ราชาองค์นี้ได้รับพรจากเทพเจ้าให้กุมชัยชนะในการสงครามทุกครั้งไป
ถึงขั้นถูกขนานนามว่าเป็นเทพแห่งสงคราม
ถ้าจะมีใครที่น่ากลัวกว่าเจ้าเศษสวะอิมแทบิน ก็คงจะเป็น เจ้าราชาเมืองน้ำชเวซึงฮยอนคนนี้
“ได้ยินแล้วนะองค์ชาย ต่อจากนี้ เจ้าเป็นเชลยของข้าแล้ว ทำตัวดีๆ แล้วข้าจะใจดีกับเจ้า” ราชาชเวหันมาเกลี่ยปลายนิ้วหยาบเข้ากับแก้มนุ่มเนียนเกินหญิงขององค์ชายรัชทายาท
องค์ชายควอน ชักสีหน้ารังเกียจ แล้วงับฟันคมเข้ากับนิ้วมือหยาบคายนั้นทันที
“ฝันไปเถอะ เจ้าคนเถื่อน” เขาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาทันที คนที่โดนกัดนิ้วไม่พูดอะไร ได้แต่หัวเราะร้ายลึกในลำคอ ก่อนจะดึงร่างขององค์ชายควอนขึ้น
“เก่งแบบนี้ให้ได้ตลอดเถอะ ข้าชอบนักเรื่องปราบพยศ” เขามัดมือของจียงแล้วผูกติดกับบังเหียนม้า ก่อนจะบังคับม้าให้ก้าวเดิน โดยมีจียงเดินตาม
องค์ชายหันไปหาองครักษ์คนสนิท ทงยองเบ ถูกล้อมรอบด้วยข้าศึกนับสิบ องครักษ์หนุ่มพยายามดิ้นรนฝ่าวงล้อมของศัตรูเพื่อเข้ามาหาเขา แต่ก็โดนข้าศึกกดให้นั่งลงกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่ายังไม่นับเหล่านางกำนัล ทหารช่าง ทหารฝีมือดีอีกหลายนาย และประชาชนที่รักของเขาทั้งหลาย ที่กำลังโดนทหารเมืองน้ำกักกุมตัว ทุกคนโดนล่ามตรวนที่ข้อเท้า บ้างก็ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว บ้างก็คลั่งแค้นกระโจนเข้าทำร้ายข้าศึกอย่างไม่กลัวตาย
“ปล่อยคนของข้า เจ้าคนเลว” องค์ชายควอนตะโกนลั่น
“แล้วเจ้าจะมีอะไรให้ข้าเป็นการตอบแทน” ราชาชเวซึงฮยอนถามกลับด้วยเสียงเย็นเยียบ ควอนจียงนิ่งงัน ณ เวลานี้ เขาไม่เหลือสิ่งใดอีกแล้ว แล้วเขาจะเอาอะไรเข้าแลกเพื่อประชาชนของเขาได้อีก
“เจ้าต้องการสิ่งใด”
“ร่างกายของเจ้า ว่ากันว่าร่างของเจ้านั้นมีค่าดั่งทองคำบริสุทธิ์ ที่ไม่ใครแตะต้องได้ ข้าอยากจะพิสูจน์ ให้เห็นกับตา” สายตาคมกวาดมองไปทั่วร่างกายบอบบางขององค์ชาย จนควอนจียงรู้สึกอับอายที่โดนโลมเลียด้วยสายตาหยาบคายเช่นนั้น
“องค์ชายอย่าไปยอมมัน พวกข้ายินดีสละชีวิตเพื่อพระองค์” องครักษ์ทง ตะโกนดังลั่น เขากรากเข้าไปหาหมายจะช่วยชีวิตองค์ชายเหมือนดั่งที่เขาเคยทำมาตลอด แต่ก็ถูกกดไว้กับพื้นด้วยทหารหลายนาย
องค์รัชทายาทได้แต่นิ่งเงียบ ขบฟันเม้มปากแน่น
ชเวซึงฮยอน หันไปพยักหน้าให้กองทหารหนึ่งที นายทหารก็เงื้อดาบขึ้นเหนือหัว เตรียมฟันลำคอขององครักษ์หนุ่มให้ขาดสะบั้น
ควอนจียงตะโกนก้องทันที
“ปล่อยคนของข้า แล้วข้าจะให้ทุกอย่างทุกอย่างที่เจ้าต้องการ แม้เลือดเนื้อ แลชีวิตของข้า ข้าก็จักมอบให้” องค์ชายหนุ่มจ้องหน้าคนที่อยู่บนหลังม้า ด้วยดวงตาเด็ดเดี่ยว
“เจ้าพูดเองแล้วนะ องค์ชาย” ราชาเมืองน้ำโน้มตัวลงดึงร่างผอมบางขององค์ชายรัชทายาท ให้ขึ้นไปบนหลังม้า ก่อนจะควบทะยานหายไปกลางไฟสงครามอีกครั้ง
ไฟรัก ไฟสงคราม กำลังจะแผดเผาดวงใจทั้งสองดวงให้มอดไหม้ด้วยแรงปรารถนา
แรงปรารถแห่งรักและความใคร่อันร้อนแรง กำลังจะกักขังองค์ชายควอนจียงให้มีสภาพไม่ต่างจากเชลยสวาท ของจอมราชาชเวซึงฮยอน ขณะที่ของชเวซึงฮยอนก็ถูกกักดั่งเป็นเชลยหัวใจของควอนจียงเช่นกัน
แนะนำตัวละคร
ชเวซึงฮยอน : พระราชาแห่งเมืองคานันกรา หรือ ราชาเมืองน้ำ ครองอาณาจักรทางตะวันตกเฉียงใต้ เมืองคานันกราเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยท้องทะเล อุดมสมบูรณ์ ด้วยทรัพยากรทางน้ำ สินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดคือไข่มุกดำ ที่มีมากมาย ขณะที่ไข่มุกขาวกลับเป็นของหายากและราคาแพงมหาศาล นอกจากนี้ เมืองคานันกรายังเป็นเมืองอันดับต้นๆในเรื่องแสนยานุภาพทางทหาร
ราชาชเวซึงฮยอน พระราชาผู้สง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย รูปร่างสูงโปร่ง ดวงตาคมปลาบประดุจเหยี่ยวร้าย มีชื่อเสียงในเรื่องการรบทัพจับศึก และความโหดร้าย ดุดัน เด็ดเดี่ยว เมืองคานันกรา สงบสุขร่มเย็นได้ด้วยอานุภาพทางทหารที่ไม่มีเมืองใดกล้าต่อกร
ควอนจียง: องชายรัชทายาทพระองค์เดียวแห่งเมืองดานาอี หรือเมืองฟ้า อาณาจักรทางเหนือเป็นที่หมายปองจากทุกรัฐ ด้วยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแร่ราคาแพง โดยเฉพาะทองคำ
เมืองดานาอี ซ่อนเร้นตัวอยู่ในหุบเขา แต่มีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก จึงไม่ได้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ด้วยภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขา จึงมีสายสินแร่ทองคำมากมาย ยังไม่รวมถึงเหมืองเพชรพลอยและอัญมณีหลากหลาย ว่ากันว่าในพระราชวังลับ เสาแต่ละต้นหุ้มด้วยแผ่นทองคำและประดับด้วยเพชรนิลจินดามากมายสวยงามราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์
องค์ชายควอนจียง เจ้าชายน้อยผู้ซึ่งรูปร่างบอบบาง ในหน้าสวยหวานเต็มตึงนวลใสไม่ต่างจากอิสตรี แต่คงความเป็นชาติบุรุษเชื้อสายกษัตริย์ไว้ครบถ้วน เก่งกาจทั้งการศึกสงคราม และปราดเปรื่องทางด้านเศรษฐกิจ ตลอดชีวิตเขาทุ่มเทเพื่อความกินดีอยู่ดีประชาชน ควอนจียงมีผิวเนื้อกายละเอียดเปล่งปลั่งดั่งทองทา จนเป็นที่ร่ำลือกันว่าผิวกายขององค์ชายน้อยเป็นสิ่งที่เทพเจ้าประทานมาให้ ผู้ใดได้สัมผัสผิวกายเนียนละเอียดจะลุ่มหลงจนถอนกายไม่ขึ้น
เมื่อไฟสงครามระเบิดขึ้น องค์ชายน้อยต้องมาตกอยู่ในเงื้อมมือของราชาเจ้านักรบผู้กล้าแข็ง ควอนจียงยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะกอบกู้ราชบัลลังก์ กลับคืนมาจากอิมแทบินชายผู้ป่าเถื่อน แต่มีหรือราชาเจ้าชีวิตอย่างชเวซึงฮยอนจะยอมปล่อยให้เจ้าชายน้อยผู้งดงามทำอะไรได้ตามใจชอบ
ต่อให้ต้องล่ามโซ่ตรวน เผาด้วยไฟ ล้างด้วยน้ำ เขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อปราบพยศองค์ชายควอนจียงให้จงได้
โจวคยูฮยอน: แม่ทัพคู่ใจ ของจอมราชาชเวซึงฮยอน แม่ทัพหนุ่มหล่อ ที่เก่งกาจทั้งการศึก และ เรื่องรัก โจคคยูฮยอน รูปร่างสูงโปร่ง โครงหน้าคม ไม่ได้มีคมดุเหมือนจอมราชา แต่รูปหน้าหล่อนุ่มนวล ชวนให้ฝันเพ้อ ประกอบกับความเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว จึงทำให้สาวๆ หลงใหลแม่ทัพหนุ่มคนนี้กันทั่วเมือง คงเว้นแต่พระพี่เลี้ยงอีซองมินคนเดียวที่ไม่ได้ตกหลุมรักใบหน้าหล่อเหลาของเขา
อีซองมิน : พระพี่เลี้ยง คนงามของ องค์ชายรัชทายาท อีซองมิน รูปร่างอวบอัด ผิวบางใสดั่งแก้วมณีราคาแพง ปากอิ่ม จมูกเชิด และดื้อดึงเหมือนเจ้านาย แต่ซองมินนั้นไม่กลัวใคร และพร้อมจะสละชีวิต ตามติดเจ้านายของตัวเองไปทุกทีด้วยความจงรักภักดี เมื่อเจ้านายของตัวเองโดนข่มเหงรังแกหนักหนา จึงทำให้ซองมินพาลเกลียดทั้งราชาชเว และ แม่ทัพคู่ใจอย่างโจวคยูฮยอนไปโดยปริยาย
แต่มีหรือ แม่ทัพผู้เชี่ยวชาญรักอย่างโจวคยูฮยอนจะยอมแพ้ แม่ทัพหนุ่มพยายามเข้าหาพี่เลี้ยงคนงามทุกวิถีทาง ทั้งทางเจ้านาย ทั้งเล่ห์ ทั้งกล ทั้งจีบป้อนคำหวานเอาดื้อๆ เพื่อพิชิตใจ พระพี่เลี้ยงคนงามใหจงได้ โดยมีองค์ชายควอนให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี
เพราะอย่างน้อยถึงตัวเองไม่มีความสุข ให้พระพี่เลี้ยงที่รักได้สุขสมหวังบ้างก็ยังดี
ทงยองเบ: องครักษ์หนุ่มผู้กล้า สืบเชื้อสายมาจากแม่ทัพใหญ่ซึ่งถวายความจงรักภักดีให้กับราชวงศ์ควอนแห่ง เมืองดานาอีมาทุกยุคทุกสมัย เขาเจ็บแค้นใจแทบคลั่งเมื่อเห็นองค์ชายควอนถูกจับตัวไปเป็นเชลย ความแค้นสุมไฟเผาไหม้ให้เขาทรมานช้าๆ จนกระทั่งเขาได้พบกับ องค์รัชทายาทอันดับสองแห่งเมืองคานันกรา
อีซึงรี: น้องชายต่างมารดาของ ชเวซึงฮยอน รั้งอันดับรัชทายาทอันดับสอง แห่งเมืองคานันกรา เจ้าชายน้อยเกลียดชังสงครามยิ่งนักจึงไม่สนใจการศึก วันๆเอาแต่ร้องรำทำเพลง สนใจงานศิลปะและนารียิ่งกว่าอื่นใด แต่เขาเก่งกาจด้านคำนวณ จึงให้ความสนใจด้านเศรษฐกิจด้วยอีกทาง องค์รัชทายาทน้อยจึงขัดใจยิ่งนักเมื่อถูกบังคับให้ศึกษาการทหารจากองค์รักษ์ต่างแดน
ร่วมด้วยนักแสดง จากต่างค่าย และในค่าย ซึ่งจะมีบทบ้างไม่มีบทบ้างอย่างคับคั่ง
โปรดทำใจหากใครบางคนโผล่มาแล้วจะตายห่าทันที
โปรดติดตามชม ไม่นานเกินรอ
นิยายเรื่องนี้มีความคิดจะเขียนมานานแล้ว แต่ด้วยภารกิจติดพันจากเรื่องศรีแสนวา และต่อด้วย หัวใจท่วมรัก และ ไหนยังจะ ดีไลท์เลิฟซึ่งกำลังจะลาโรงไปในเร็ววันนี้ จึงยังไม่ได้เขียนเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที
เรื่องนี้มีโครงการจะเขียนเป็นฉบับ นิยายชายหญิงธรรมดาด้วยค่ะ เพราะว่าพล๊อตมันยิ่งใหญ่อลังการม๊ากกกกกกกกกกกกกก
พี่จะสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาสามเมือง ซึ่งในเรื่องจะเห็นแล้วว่ามีสองเมือง คือเมืองฟ้าของจียง กับเมืองน้ำของซึงฮยอน เมืองของอิมแทบินจะเป็นเมืองทราย ขอยังไม่บรรยาย เพราะขี้เกียจ (อ้าว)
จะมีการหักเหลี่ยมเฉือนคมทางเกมการเมือง และ ฉากยกทัพจับศึกสงครามใหญ่อลังอีกหลายฉาก ยังไม่รวมฉากรักโรแมนติคมากมาย เอาให้อ่านกันเลือดสาด ทั้งบนบก กลางน้ำ ในทะเล กลางทุ่งหญ้า ถ้ามันเอากันกลางอากาศได้พี่ก็คงเขียนแล้ว
นี้กรูเขียนฟิคชั่นหรือกรูเขียนบทภาพยนตร์หลายพันล้าน ระดับท่านมุ้ยมาเองวะเนี่ยะ
พูดไปงั้น ละ บางทีอาจจะเขียนไม่ได้ขนาดนั้นก็ได้เนาะ
เอาเป็นว่า เขียนสนองNeed ตัวเองค่ะ ซึ่งคงต้องขอเวลาไปหาข้อมูลสักครู่ เพราะความรู้ที่เรียนมามันเก็บเข้ากรุไปหมดแล้ว ขอตัวกลับไปอ่านประวัติศาสตร์ใหม่ก่อนนะฮ่ะ
ขอบพระคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆของเดี๊ยนด้วยนะฮ่ะ
ด้วยรักใคร่และหื่นฮา
จากนางฟ้ารัตติกาล

#1 By มินิ (202.91.18.201, 141.0.10.113) on 2012-02-18 01:58