ครั้งแรกกับภูเก็ต วันที่สอง
posted on 07 Oct 2011 23:13 by angeliga in phugetครั้งแรกกับภูเก็ต วันที่สอง
วันหลงทาง
หลังจากหลับกันไป เช้าวันรุ่งขึ้นเราแต่งตัวกันแต่เช้า เพื่อเตรียมตัวขึ้นเรือไป เที่ยวเกาะพีพีกัน ตื่นเต้นนมากกก เกิดมาไม่เคยไป กระดี๊กระด๊า จะได้นั่งเรือออกทะเล
อิชั้นก็แต่งกายรัดกุมเลยฮ่ะ กลัวดำ เสื้อแขนยาวใส่ไป เตรียมแลคกิ้งขายาวไปให้พร้อม ลงทะเล วันนี้ใส่บิกินี่เป็นชุดชั้นในเพราะว่าต้องลงน้ำทะเลกัน
ก่อนจะออกทะเลก็ไปหาข้าวกินกันก่อน ปรากฏว่าเป็นเทศกาลกินเจฮ่ะ เค้ากินเจกันอลังการมาก กินกันทั่วบ้านทั่วเมือง หันไปทางไหนมีแต่คนใส่ชุดขาว
ร้านติ๋มซำ ชื่อดังที่ตั้งใจจะไปกิน ก็พลิกกลับ ขายกับข้าวเจทั้งร้าน เกิดมาก็เพิ่งเคนเจอนี่ละค่ะ ป้าไม่คิดจะเผื่อไว้ให้คนบาปอย่างหนู เลยหรืออย่างไร
ร่วมใจกันกินเจขนาดนี้ คงลดอัตราการฆ่าสัตว์ไปได้หลายตัว
คนภูเก็ตใจดีมากนะคะ ขณะที่พวกเราหันรีหันขวางมองหาอาหารไม่เจ อยู่หน้าร้านอาหารเจ และบ่นพึมพำๆ กัน ในกลุ่ม
บ่นพึมพำ แต่คือเสียงมันคงดังกันมาก
“ขายแต่กับข้าวเจอ่ะ ทำไงดี”
“กินไรละเนี่ยะ กินเจไปด้วยเลยม่ะ”
“เซเว่นละกัน”
ปรากฏ ว่าคุณป้าที่ยืนซื้ออาหารอยู่ที่ร้านอาหารเจ เดินมาหาพวกเรา
“หนูๆ จะกินกับข้าวไม่เจกันใช่ไม๊” คุณน้าผู้หญิงถามสำเนียงใต้
“นี่นะ ไปทางนี้ๆนะ มีกับข้าวไม่เจเยอะเลย ไปถูกไม๊ ถ้าไปไม่ถูกขับรถตามพี่ไป เดี๋ยวพี่พาไป”
จบคำจากคุณน้าผู้หญิง คุณน้าผู้ชายที่คงจะเป็นสามีกับคุณน้าผู้หญิง เดินถือถุงกับข้าวออกมา
“พี่ๆ เด๋วขับนำน้องๆเขาไปหากับข้าวไม่เจหน่อย ไปทางนั้นอะเนาะ ที่เราผ่านมากับข้าวเยอะดี”
พี่ผู้ชายตอบทันที
“ได้เลย น้องเนี่ยะ เดี๋ยวขับรถตามพี่มานะ” ทั้งคู่ไม่มีท่าที่หงุดหงิด หรือ รำคาญใดๆ ทั้งสิ้น หนำว้ำยังดูจริงใจและกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ
โห้วววว ภูเก็ตค่ะ เอาดวงใจอิฉันไปเลยค่ะทั้งดวง เที่ยวมาก็เยอะ ไม่เคยเจอคนใจดีแบบนี้มาก่อน
พวกเรายกมือไหว้ขอบคุณพร้อมรับฟังข้อมูล แต่ปฏิเสธที่จะขับรถตามไป ด้วยความเกรงใจคุณน้าทั้งสองคนนั้น
และเราเชื่อมั่นในตัวพี่จ๋า ที่เป็นคนพื้นที่ จึงฝากความหวังไว้ที่พี่จ๋าเต็มเปี่ยม
พี่จ๋าเป็นคนพื้นที่ค่ะ
พื้นที่หาดใหญ่
คือลืมไปอ่ะ ว่าพี่จ๋าไม่ใช่คนภูเก็ต
สุดท้ายก็หาไม่เจอฮ่ะ เลยขับวนอยู่หนึ่งทีแล้วกลับมาที่เดิม ร้านข้างๆเป็นร้านข้าวหมูแดง ข้าวขาหมูก็เอาวะ กินมันร้านนี้ละ เราไม่เรื่องมาก เลี้ยงง่ายโตไว ไล่จับผู้ชายทัน
ตอนนี้เอง พี่จ๋าก็โชว์ลีลาสตันท์ ขับรถผาดโผน โดยการกลับรถกลางถนน วืบบบบบบ นั่งเกร็งกันทั้งคันรถ
หลังจากมื้อเช้าผ่านไปเราก็เดินทางต่อไปท่าเรือ รัษฎา ชะม่ะ ใช่รึเปล่าจำไม่ได้ เพื่อลงเรือขนาดใหญ่ เดินทางไปเกาะพีพีกัน
แรกก้าวขึ้นเรือ ก็ตื่นเต้นกับทะเลสวย น้ำใส แม้ท้องฟ้าจะขมุกขมัว ชวนให้กลัวว่าฝนจะสาดเทลงมาได้ทุกเมื่อ ก็ไม่ทำให้เราลดความสดใสลงได้
ทุกคน นั่งรับลมชมวิว ถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน จนแดดเริ่มร้อนก็เดินเข้าไปหาที่นั่งด้านในกัน สภาพด้านในเหมือนรถทัวร์ขนาดใหญ่อ่ะค่ะ นั่งกับพรึ่บ เราก็ หามุมเหมาะๆนั่งกันไปสักพัก ฝนก็เริ่มตก
ยังมองโลกในแง่ดีว่า ฝนตก แดดไม่แรง กรูก็ไม่ดำ
โดยลืมมองโลกในแง่ร้ายไปว่า ฝนตก ลมมันก็ต้องแรง คลื่นก็ต้องสูง แล้วกรูก็จะเมาเรือ
ชั่วครู่เดียวเท่านั้นละค่ะคลื่นลมโหมกระหน่ำ เรือโยนตัวสูงแกว่งไปมาประหนึ่งเล่นเรือไวกิ้ง
ความสดใสของพวกเราเริ่มลดระดับลง ลดต่ำลงเรื่อยๆ
หันไป พี่จ๋า นั่งหน้าม่อยไปแล้ว
อิชั้นก็แสนจะวิงเวียน
ค้นกุกกักในกระเป๋า เจอยาดมหนึ่งอัน
ยาดมพิมเสนน้ำของรพ.จุฬา ขวดน้อยที่ไม่เคยเห็นค่ามัน ตอนอยู่ในเมืองกรุง
แต่กลางทะเล ในขณะที่ต้องเผชิญสภาวะ เมาเรือแบบนั้น
พิมเสนน้ำขวดละ20 ช่างเลอค่า เกินกว่าสิ่งใด
อิชั้นบรรจงเปิดปากขวดออก สูดดมกลิ่นหอมชื่นใจเข้าไป เต็มปอด
มันบรรเทาอาการวิงเวียนได้ดียิ่ง
นึกอยากกราบพิมเสนน้ำของรพ.จุฬา งามๆ สักสามที
พอถึงเกาะพีพี สายฝนก็ยังคงโปรยปราย
พี่จ๋า ทวิตข้อความว่า
“โอย เมาเรือชิงๆนะ”
หนู ตอบไปด้วยสภาพไม่ต่างกันว่า
“เมาด้วยคน ชิงๆนะ ” หรืออะไรสักอย่างที่บ่งบอกความเมา
น้องวีที่อยู่กรุงเทพ ถึงกับงง ว่าทำไมเมาเรือกันทุกคน
“อยู่บนเรือลำเดียวกันนี้น้องเอ๋ย” ไม่ผลัดกันอ้วกใส่ก็บุญแค่ไหนแล้ว
จากเกาะพีพี เราเดินเรือไปอีกนิดเดียวก็ถึง จุดดำน้ำจุดแรก
อิชั้นซึ่งเมาเรือ จะตายห่าอยู่แล้ว แต่ มาทะเล เราต้องได้ลงน้ำทะเล มิฉะนั้นบิกินี่ที่ขนมาจะเสียเปล่า เปลี่ยนเสื้อผ้า รับสน๊อกเคิล ใส่เสื้อชูชีพ เกาะห่วงยางหนึ่งอันแล้วโดดตูมลงทะเล ทันที สมาชิกที่ลงทะเล มีอิฉัน น้องส้ม และ น้องแต๋ม
ฝนก็โปรย แต่เราใจสู้ ลงน้ำร่าเริงปานเงือกน้อย
น้ำทะเลเค้มมมเค็ม
ความที่ฝนตกลมแรง น้ำทะเลเลยขุ่นทำให้เห็นฝูงปลาได้ไม่ชัด หนำซ้ำ ปะการังแถวนั้น ยังไม่ฟื้นตัวจากมหาพิบัติ สึนามิที่ผ่านมาของไทย ก็เลยไม่ค่อยได้เห็นอะไรมากนัก
แต่เราก็สนุกสนานกับการดำน้ำ ชี้ชวนดูปลาที่ว่ายวนกันเป็นฝูงอยู่ดี
หลังจากเบื่อจะดำน้ำละ เราก็ ขึ้นมาพักผ่อนบนเรือ อย่าเรียกว่าพักผ่อนเลย เพราะเรือโยนตัวสูงมาก เรือก็พาเราไปชมถ้ำไวกิ้ง อ่าวปิเล๊ะ แล้วความจริงตามโปรแกรมต้องไปดูอ่าวอะไรสักอย่างอีกอ่าว แต่ก็ไปไม่ได้เนื่องจากคลื่นลมสูงมาก จนอาจจะเป็นอันตราย ได้
แม้จะเสียดายอยู่บ้างแต่นึกถึงว่าถ้าไปแล้วต้องนั่งทรมานกับอาการเมาเรือ ก็ไม่ไปเถอะ เรือก็เลยพาเรากลับไปยังเกาะพีพี เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน
ขากลับนี้ละ สาหัส เพราะฝนเริ่มลงหนักแล้ว ลมแรง คลื่นสูงมากกก นั่งโยกเยกกันไปตลอดทาง
อิฉันก็ บูชายาดมพิมเสนน้ำขึ้นมาอีกหนึ่งรอบ กะว่าถ้าดมจนมันหมดขวดแล้วกรูอาการยังไม่ดีขึ้น กรุควรจะซื้อมาอาบแทน
แต๋มดูเหมือนจะอาการหนักสุด น้องวิ่งไปอ้วกสองรอบ
กลับมาจากอ้วก น้องก็นั่งดมยาดม ดวงตาดูเลื่อนลอย
พี่จ๋านั่งหน้าซีด หัวพับคอตก จนอิฉันนึกเป็นห่วงว่า พี่สาวจะไหวไม๊
อิชั้นนั่งดมพิมเสนน้ำ เทออกมาปาดจมูก นวดขมับ ถ้ากินได้คงเทกินเข้าไปแล้ว
พี่หน่ากับน้องปุ้ยนั่งเงียบ ไม่มีเสียงสัญญาณชีพใดๆ
มีน้องส้มคนเดียวเท่านั้นที่ดูร่าเริง
น้องอึดมาก พี่ขอปรบมือให้
นั่งเมาเรือกันถ้วนหน้า จนใกล้ถึงเกาะ นึกขึ้นมาได้ว่า เฮ้ย เค้าต้องมียาแก้เมาเรือดิเว้ย
อิฉันก็เดินโซเซไปถามหายาแก้เมาเรือ
ป๊าดมีให้ชิงๆ ด้วยนะฮ่ะ พวกเดี๊ยนก็นั่งเมาเรือกันอยู่ตั้งนาน
ก็เลยกวาดมาเผื่อผองพี่น้องทุกคน ซัดกันไปคนละเม็ด
กินลงไปปั๊ป ไม่กี่อึดใจ เรือก็จอดเทียบท่าที่เกาะพีพีพอดี
ปลวก กรูกินทำเพื่อ เนี่ยะ
แต่ว่ายาเขาดีชิงๆ นะฮ่ะ ซัดเข้าไปอาการโคลงเคลงโหว่งเหวงมันดีขึ้นจิงๆ
ที่เกาะ ตอนที่เราเดินลงไปนั้น ลมกรรโชกแรงมากกกกก ต้นมะพร้าวหมุนควงติ้วปานพัดลม
ฝนสาดซัด จนต้องเอาร่มขึ้นกาง
ร่มคุณนายที่ควรจะกางสวยๆ ใช้กันแดดในเมืองหลวง
เอามากางต้านพายุฝนที่เกาะพีพี
จะเหลือหรอค่ะ
น้องร่มคุณนาย ใจเสาะหักเป๊าะ สิ้นใจคามืออิชั้นทันทีที่กางออก
สู่สุคติเถอะน้อง พี่ขออวยพร
แต่ก็ยังทำใจทิ้งไม่ลง กางมันไปทั้งที่มันหักๆ นั้นแหล่ะ ฝนตกหนักในระดับกลาง แต่ลมแรง ทำเอาอิชั้นซึ่งไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าต้านลมฝนไว้ถึงกับสั่นสะท้าน
ถ้ามีผู้ชายไปด้วยคงถือโอกาส ซุกกายหาความอุ่น (กระแดะได้อีก)
แต่นี้ไปกับเพื่อนสาวด้วยกัน จะไปซุกนมเพื่อนคงไม่งาม ก็กัดฟันทนหนาวไป
ข้าวกลางวัน ไม่มีใครกล้ากินมาก กลัวเหมือนกันทุกคน
คงไม่ต้องสาธยายว่ากลัวอะไร
ไปอ้วกบนเรือมันคงไม่งามนัก
เพราะว่าฝนตก จึงไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ พวกเราก็เดินตากฝนชมวิวกัน ถึกไม๊ฮ่ะ สาวๆพวกนี้
ถึกมากกก ใจสู้ที่สุด
ทะเลหน้าฝนที่เคยคิดว่าโรแมนติคนักหนา
บอกไว้ตรงนี้ว่าโรแมนติคแค่ในความคิด
ความเป็นจริงมันแสนจะทรมาน หนาว เฉอะแฉะ เห็นทะเลแต่เล่นไม่ได้ ทะเลสีคราม ฟ้าใส ไม่มีในความทรงจำของอิชั้นบนเกาะพีพี
มีแต่ทะเลสีหม่น และม่านฟ้ามัว
สวยไหม มันก็สวยค่ะ
แต่มันหนาวววอ่ะ
แล้วมันก็เล่นน้ำไม่ได้อ่ะคะ
ท้ายสุดต้องไปนั่งจิบกาแฟกันในคาเฟ่ รอเวลาขึ้นเรือกลับ
ขากลับนะคะ ซัดยากันไปคนละสองเม็ด ตั้งแต่ได้ยินคนเรือ พูดกันว่าคลื่นสูงสี่เมตร
อย่ากระนั้นเลยกรูขอหลับไปตลอดการเดินทางเสียดีกว่า
ตอนเย็น พี่จ๋าที่แสนดี และ น้องสาวพี่จ๋า ที่ใจดีไม่แพ้กัน ขับรถพาพวกเราไปยังที่พักที่หาดกะตะ หลงทางกันไปตลอด พี่สาวทั้งสองคนน่ารักมากกกกกกก
ไม่มีท่าทีหงุดหงิด รำคาญ ใดๆ ทั้งสิ้น หาโรงแรมไม่เจอก็ โทรถามคนพื้นที่คนนั้นคนนี้ให้ตลอด
จนท้ายสุดก็พาพวกเราไปสู่โรงแรมได้
เย็นนั้นจบลงด้วยอาหารเย็นมื้อใหญ่ กลับโรงแรมอิฉันก็หลับสลบไปโดยไม่ได้อาบน้ำ
ไม่ได้ตั้งใจนะคะ เอนๆนอนไปแล้วก็หลับไปเลย
ตื่นมาอีกที ตีห้า
อาบน้ำแล้วนอนต่อ
ราตรีสวัสดิ์ วันแห่งการหลงทาง
หลงทางหาร้านอาหารไม่เจไม่เจอ
หลงทางหาโรงแรมไม่เจอ
และหลงทางหาร้านกินข้าวเย็นไม่เจอ
ถึงจะหลงทางแค่ไหน แต่มันเป็นวันที่มีความสุขและ สนุกมากที่ได้เดินทางแบบหลงๆ มึนๆ เมาๆ ไปกับเพื่อนร่วมทางดีๆแบบนี้
มีความสุขจริงๆนะเออ
จบวันที่สอง
เหลืออีกสองวัน
............................................
ปล.บนเกาะพีพี มีร้านอาหารร้านค้ามากมาย ไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยว มีเซเว่นอีเลเว่น ด้วยนะฮ่ะ ไม่ต้องกลัวอดตาย
แล้วเราเจอกันใหม่นะ พีพี